บท
ตั้งค่า

บทที่เจ็ด สั่งทำแท่งไม้

หลังแยกจากฮูหยินชราผู้นั้น เย่วชิงก็หันไปบอกลู่เพ่ยด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย “ข้ารู้จักที่หนึ่ง เจ้าไปเป็นเพื่อนข้าได้หรือไม่”

ลู่เพ่ยเลิกคิ้ว “ที่ใดหรือ”

“ตลาดมืด” นางตอบเสียงเรียบ แต่แววตาวาววับอย่างคนมีแผน ลู่เพ่ยแม้ฉงนแต่ก็พยักหน้า ติดตามนางลัดเลาะซอยแคบจนมาถึงตรอกเงียบที่มีเพียงร้านเล็ก ๆ ไม่ติดป้าย

เมื่อก้าวเข้าไป กลิ่นไม้ผสมกลิ่นน้ำมันขัดโชยมา ชายชราร่างผอมที่นั่งอยู่หลังโต๊ะเงยหน้าขึ้นมอง เย่วชิงโน้มตัวกระซิบสิ่งที่ต้องการอย่างแนบเนียน

เถ้าแกเลิกคิ้วสูง “ของเช่นนี้…ในตลาดมืดก็หาไม่ง่ายนัก”

เย่วชิงหัวเราะน้อย ๆ “เช่นนั้นให้ท่านทำขึ้นใหม่ตามแบบที่ข้าวาดก็ได้” ว่าแล้วนางก็หยิบกระดาษดึงพู่กันจุ่มหมึก วาดเส้นสายอย่างคล่องแคล่วโดยไม่สนใจสีหน้าตื่นตะลึงของลู่เพ่ย

“อย่าลืมให้ผิวเรียบลื่น ไม่มีเสี้ยนไม้แม้แต่น้อย” นางเน้นเสียงชัด

เถ้าแก่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ “ได้สิแม่นาง รอไม่นานนัก”

ไม่นานนัก ชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์ถูกห่อด้วยผ้าสีหม่นส่งมาให้ นางรับไว้ด้วยสีหน้ายินดี ราวกับได้สมบัติล้ำค่าเก็บลงถุงผ้าอย่างระมัดระวัง

เมื่อออกจากร้าน เย่วชิงก้าวเดินอย่างอารมณ์ดี ในใจคิดเพียงว่า คืนนี้…คุณชายจะต้องเปิดบทเรียนใหม่สักที

เย่วชิงเพิ่งก้าวผ่านประตูจวน กลิ่นไม้เก่าและเสียงฝีเท้าบ่าววิ่งไปมาอบอวลอยู่รอบตัว ยังไม่ทันได้พักหายใจ สาวใช้วัยรุ่นใบหน้าคม คนสนิทของลูกน้องมารดานางก็โผล่มาขวางทาง

“แม่นางเย่วชิง มารดาเจ้าให้ข้ามาตาม”

เย่วชิงชะงัก หันไปบอกลู่เพ่ยที่เดินมาด้วย “ข้าขอตัวก่อนนะ”

ลู่เพ่ยมองอย่างเป็นห่วง แต่ก็พยักหน้ารับก่อนถอยออกไปทางเรือนบ่าวชาย

สาวใช้คนนั้นพานางเลี้ยวไปทางเรือนด้านใน ผ่านทางเดินปูอิฐและม่านไม้ไผ่พริ้วเบา ๆ จนหยุดหน้าประตูห้องที่ใหญ่ที่สุดในเรือนบ่าว

ตึกตัก

เสียงหัวใจเย่วชิงเต้นดังในอก ห้องนี้นางเคยเห็นอยู่ไกล ๆ และรู้ดีว่าเป็นห้องของเย่วซิน มารดาผู้ให้กำเนิดร่างนี้

เมื่อประตูไม้ถูกเลื่อนเปิด กลิ่นน้ำชาหอมกรุ่นลอยมากระทบ เย่วซินนั่งอยู่บนตั่งไม้จันทน์ มือหนึ่งถือถ้วยชา อีกมือวางบนตักอย่างสำรวม แต่ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นกลับจับจ้องนางแน่วแน่

เย่วชิงก้าวเข้าไปช้า ๆ ค้อมกายเล็กน้อย “มีเรื่องใดจะคุยหรือเจ้าคะ ท่านแม่” น้ำเสียงของนางสุภาพ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความงุนงงและระแวดระวัง

เมื่อเสียงประตูปิดลง ความเงียบอึมครึมก็คลืบคลานทั่วห้อง เย่วซินวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา แต่สายตาคมเยียบกลับกดทับเหมือนน้ำแข็งที่ถาโถมใส่ เย่วชิงยังไม่ทันได้เอ่ยถามซ้ำ เสียงตวาดก็พุ่งเข้าใส่

“เจ้าเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของคุณชาย แล้วไยจึงกล้าออกไปเที่ยวเล่นกับบุรุษอื่นเพียงสองต่อสอง”

เพียะ!

ฝ่ามือเรียวตบลงบนแก้มขาวของเย่วชิง เสียงดังชัดเจนจนใบหน้าหันตามแรง มือที่ยกขึ้นสัมผัสแก้มอุ่นร้อนสั่นเล็กน้อย นางเงยหน้ามองมารดาที่ในความทรงจำของร่างนี้จำได้ว่าไม่เคยปกป้องลูกอย่างนาง ตอนนี้ก็เห็นเพียงแววตาเย็นชาและริมฝีปากที่เม้มแน่นด้วยความโกรธ

“ไหนบอกว่าจะทำตัวให้ข้าภูมิใจ แล้วนี่อะไร ทำให้ข้าต้องอับอายหรือ” เย่วซินเสียงแข็ง คำพูดนั้นเหมือนหอกแหลมแทงลึก

เย่วชิงยืนนิ่ง รับรู้ถึงความร้อนผ่าวบนแก้ม ความเจ็บกายยังไม่เท่าความเย็นชาที่ซึมลึกในหัวใจ ทว่าทันใดนั้นภาพความทรงจำมากมายก็ไหลบ่าผ่านเข้ามาในจิต

ภาพเด็กหญิงตัวเล็กนั่งเงียบอยู่มุมเรือน คอยเฝ้ามองมารดาของตนยิ้มพูดกับบ่าวสาวคนอื่นอย่างอ่อนโยน แต่พอหันมามองตนกลับมีเพียงแววตาแข็งกระด้างและคำพูดก่นด่า ความรู้สึกขมขื่นของร่างเดิมกระแทกเข้ามาอย่างจัง ความปรารถนาเพียงอย่างเดียวของนางร้ายในนิยาย คือการได้ตำแหน่งอนุภรรยาคุณชาย เชิดหน้าชูตาเหนือผู้อื่น เพื่อให้มารดาคนนี้หันมารักตนบ้างเท่านั้น

ในนิยายต้นฉบับไม่เคยเล่าเหตุผลนี้แม้เพียงน้อย แต่ตอนนี้เย่วชิงเข้าใจแล้ว…ความร้ายกาจในอดีตของร่างเดิม ไม่ได้เกิดจากความอยากเอาชนะเพียงอย่างเดียว หากเป็นเพราะหัวใจที่โหยหาความรักอย่างสิ้นหวังจากมารดาผู้นี้

ฝ่ามือของเย่วซินยกขึ้นสูงอีกครั้ง เย่วชิงได้สติในชั่วพริบตา รีบเอ่ยขึ้นเสียงนิ่งแต่แฝงความเร่งร้อน

“คืนนี้ข้าต้องไปปรนนิบัติคุณชายนะท่านแม่ หากใบหน้าข้าเป็นรอย ท่านจะให้ข้าตอบอย่างไร”

ฝ่ามือค้างกลางอากาศชั่วขณะ ก่อนจะค่อย ๆ ลดลง เย่วซินจ้องหน้านางนิ่ง แววตายังไม่คลายความไม่พอใจ

“ทีหลังอย่าทำตัวเช่นนี้อีก เจ้าต้องยั่วยวนคุณชายให้หลงรักเจ้าให้ได้” น้ำเสียงเข้มสั่งสอน แล้วจู่ ๆ ก็เปลี่ยนโทนเสียงนุ่มนวล “ข้าทำโทษเจ้าเพราะรักเจ้า อยากให้เจ้าได้ดี”

เย่วชิงเพียงยิ้มบาง ฝืนดึงมุมปากให้โค้งรับคำโอ๋ปลอบนั้น แต่ในใจกลับยี๊ รู้สึกขนลุกกับความกลับกลอกของอีกฝ่าย

เมื่อก้าวออกจากห้อง แสงแดดภายนอกจวนกระทบตา เย่วชิงทอดสายตาไปไกล

ที่แท้ชีวิตของนางร้ายคนนี้ก็ช่างน่าสงสารนัก นางไม่เคยได้รับความรักตั้งแต่แรก

ทำไมกัน?
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel