บทที่หนึ่ง โชคชะตานางร้ายอุ่นเตียง
ขณะที่ความเงียบชั่วครู่ สาวใช้ร่างเล็กที่สุดในหมู่สามคนก็ขยับตัวเข้าหาเพื่อนตน พลางเอื้อมมือสะกิดเบา ๆ พร้อมกระซิบเสียงแผ่ว “เจ้าอย่าพูดมากนัก เดี๋ยวก็โดนแม่นางเย่วชิงตบเอาหรอก”
คำเตือนนั้นทำให้เพื่อนอีกนางหนึ่งหัวเราะหยันในลำคอ ก่อนพยักหน้าเห็นพ้อง “ใช่แล้ว แม่นางเย่วชิงผู้นี้ เมื่อก่อนยโสนัก หนำซ้ำยังคิดว่าตนเป็นลูกหัวหน้าสาวใช้ จึงชอบรังแกพวกเราอยู่เป็นนิตย์”
เสียงเสริมจากอีกคนดังต่อเนื่องอย่างไม่เกรงใจ “เดี๋ยวนางก็เอาไปฟ้องฮูหยินใหญ่ว่าพวกเรารุมรังแกนางอีกหรอก ทั้งที่แท้จริงนางต่างหากคือผู้รังแกเรา ชิ”
เย่วชิงกะพริบตาปริบมองสาวใช้ทั้งสามนินทาต่อหน้าต่อตานางเหมือนอยากให้ได้ยินก่อนที่จะห่อไหล่ท้อใจในชะตากรรมตนเองที่รู้อนาคตเลยว่าไม่สงบสุขเพราะเพื่อนร่วมงานพาลกันเกลียดขี้หน้าขนาดนี้
ถ้อยคำเหล่านั้นล้วนเป็นประจักษ์พยานถึงอดีตของร่างที่นางกำลังครอบครองอยู่ อดีตที่ใช้อำนาจเล็ก ๆ ในมือด้วยนิสัยใจคับแคบจึงใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่นไม่บันยะบันยัง
แม่นางเย่วชิงคนเดิม คงทำให้ทุกผู้คนรอบกายเกรงใจเพียงเพราะกลัวโทษทัณฑ์จากเบื้องบน ไม่ใช่ด้วยความนับถือจากใจจริงแม้แต่น้อย
เย่วชิงในร่างใหม่นั่งนิ่ง ดวงตาเพ่งมองผิวน้ำในอ่างไม้ที่สั่นไหว จิตใจยังไม่อาจรับความจริงที่ต้องเผชิญได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
ซวยนัก ทำไมนางต้องมาปรากฏตัวที่นี่ด้วยเล่า
ความคิดผุดขึ้นเป็นระลอก และหัวใจพลันหวนคิดถึงโลกเดิม ตำแหน่งเลขานุการอันมั่นคง เงินเดือนที่พอเลี้ยงตนเองได้ และอิสระที่ต่อสู้เพื่อได้มาอย่างยากลำบาก
แล้วตัวตนเดิมของนางจะยังมีอยู่หรือไม่ นางจะได้กลับไปโลกเดิมได้อีกหรือเปล่า
ความเศร้าผ่านใจเพียงชั่วครู่ ก่อนเสียง ก๊อก ก๊อก เคาะประตู ดังขึ้นจากบานประตูห้องอาบน้ำ
เสียงตะโกนของสตรีวัยกลางคนดังลอดเข้ามา
“เสร็จหรือยัง อีกไม่นานก็ถึงเวลาที่ต้องไปถวายตัวบนเตียงให้คุณชายแล้ว อย่าได้ให้คุณชายรอนาน มิเช่นนั้นหัวของเจ้าคงอยู่ไม่พ้นบ่าแน่!”
“เจ้าค่ะ/เจ้าค่ะ/เจ้าค่ะ”
“...”
ตอบรับทุกคนยกเว้นคนที่จะไปถวายตัว
ดวงตาของคนที่กำลังถูกเอาใส่พานไปถวายถึงบนเตียงเบิกกว้างราวถูกสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะอีกรอบ
นี่มันซวยซ้ำซ้อนหรือไร
หัวใจนางเต้นโครมคราม ความหนาวจากน้ำในอ่างกลับถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบจากความหวาดหวั่น
ให้ตายเถิด นี่นางเข้ามาสวมบทบาทในฉากคืนแรกที่ต้องขึ้นเตียงคุณชายซึ่งเป็นพระเอกของเรื่องเลยงั้นหรือ…
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก พยายามเร่งสมองหาหนทางเอาตัวรอดจากฉากอันตรายที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า เพราะหากพลาดเพียงก้าวเดียวอาจหมายถึงชะตากรรมเลวร้ายเช่นเดียวกับนางร้ายในเรื่องที่เคยอ่านมาแล้ว
เมื่อตั้งสติได้ความหวาดหวั่นในใจจึงค่อยแปรเปลี่ยนเป็นความคิดคำนวณ นางนั่งนิ่งในอ่างไม้ ปล่อยให้สาวใช้ทั้งสามทำหน้าที่ไปพลาง
หากนางปฏิเสธมิขึ้นเตียงกับคุณชาย เรื่องราวก็อาจผิดเพี้ยนไปมาก จนกลัวว่าจะมิอาจหวนคืนสู่โลกเดิมได้
แต่หากยอมเดินตามบทเดิมทุกอย่าง นางอาจเสี่ยงที่จะลงเอยเช่นนางร้ายในเรื่อง ถูกเฆี่ยนแล้วขายทิ้ง นางจะยอมให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร
ความคิดทั้งสองประทะกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมุมปากนางค่อยยกขึ้นบางเบาในเมื่อนิยายเพียงระบุว่าข้าต้องสอนบทเรียนรักให้คุณชาย มิได้กล่าวว่าต้องถวายกายแก่เขาด้วยตนเอง แล้วเหตุใดนางจึงต้องทำเช่นนั้นเล่า
ในชาติก่อน เย่วชิงผู้นี้คือหญิงสาววัยทำงานที่ใช้ชีวิตอย่างเคร่งเครียดในเรื่องการงาน ทว่าเมื่อถึงคราวเหน็ดเหนื่อยจากงานหนัก มักแอบไปผ่อนคลายตามสถานเริงรมย์กับมิตรสหายเป็นประจำ จนได้เรียนรู้ทั้งเล่ห์กลและเรื่องบนเตียงจากประสบการณ์ตรง
เช่นนั้นนางจะใช้ความรู้จากโลกเดิมนี้ เป็นผู้ชี้ทางให้คุณชายรู้จักเรือนกายและเรื่องในห้องหอกับสตรี เช่นนี้ทั้งเนื้อเรื่องก็ยังคงเดินไปข้างหน้า และนางก็จะปลอดภัย
ความกังวลในแววตานางค่อยเลือนหาย กลายเป็นประกายมุ่งมั่นแทน
ในใจนั้นได้ปักหมุดแผนการไว้แล้ว แผนการที่จะทำให้ตัวละครเย่วชิง มิใช่เพียงนางร้ายไร้สมองตามบท หากแต่เป็นผู้กำหนดจังหวะก้าวของเรื่องราวให้เรื่องดำเนินจนจบ เผื่อว่าบางทีนางจะได้กลับไปยังโลกเดินของตนบ้าง
ภายในเรือนใหญ่ของจวนแม่ทัพ กลิ่นชามะลิหอมกรุ่นคลุ้งอยู่ทั่วห้อง ฮูหยินเจียวในอาภรณ์แพรเนื้อละเอียดสีน้ำครามนั่งเอนพิงพนักเก้าอี้ มือเรียวคีบขนมงากินอย่างใจเย็น แววตาคมนิ่งคล้ายผู้ที่มองการณ์ไกลกว่าผู้อื่นหลายก้าว
ตรงหน้ามีสตรีวัยกลางคนยืนอยู่ด้วยท่าทีเคารพอยู่ข้าง ๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในหางตา นางคือแม่นมเย่วซินควบตำแหน่งหัวหน้าสาวใช้ผู้ครองอำนาจในบรรดาบ่าวไพร่เกือบทั้งจวน ทั้งยังเป็นแม่นมที่เลี้ยงดูคุณชายเซี่ยเจ๋อรุ่ยมาตั้งแต่แบเบาะ
“เรื่องที่ข้าสั่งจัดการแล้วหรือยัง” ฮูหยินเจียวเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงน้ำหนักที่ยากขัดขืน
แม่นมเย่วซินประสานมือโค้งเล็กน้อย “เรียบร้อยเจ้าค่ะ คืนนี้แม่เย่วชิงจะไปทำหน้าที่อุ่นเตียงให้คุณชาย”
รอยยิ้มเผยของฮูหยินเจียวเผยออกคล้ายพึงพอใจ “ดี เจ้าเองก็รู้ ข้าตั้งใจจะให้บุตรชายของข้าแต่งกับคุณหนูที่ข้าหมายตาไว้ภายในหนึ่งปีนี้ แต่ลูกชายข้า เด็กคนนั้นอยู่แต่ในสนามรบตั้งแต่สิบหนาว จนบัดนี้ยี่สิบสองแล้ว ยังไม่รู้เรื่องสตรีเลยสักนิด หากปล่อยให้เข้าลือว่าลูกชายข้าไร้ประสบการณ์ ข้ากลัวจะขายหน้าตระกูลอื่นเขา”
แม่นมเย่วซินหัวเราะเบา “เป็นความคิดที่รอบคอบนักเจ้าค่ะ วางใจลูกสาวข้าน้อยได้เลยเจ้าค่ะ นางจะทำหน้าที่ของตนให้ดีอย่างแน่นอน”
“อืม เย่วชิง หน้าตางดงามมากกว่าสาวใช้ทั่วไปยิ่งนัก แถมยังเป็นลูกสาวที่เจ้าเลี้ยงดู ข้าจึงได้ไว้ใจเพราะคิดว่าควบคุมได้ง่าย ไม่ต้องห่วงว่าจะสร้างปัญหาในอนาคต” ฮูหยินเจียวเอ่ยพลางจิบชารสชาติโปรด “โชคดีที่เจ้ามีความภักดีเปี่ยมล้นจนข้าซึ้งใจ เจ้าไม่ต้องห่วงอนาคตลูกสาวของเจ้า หากหมดหน้าที่นางเมื่อไหร่ข้าจะหาบุรุษดีดีให้นางแต่งออกไปอย่างแน่นอน”
แน่นอนว่าบุรุษที่ดีสำหรับสตรีที่เคยทำหน้าที่เป็นนางอุ่นเตียงย่อมไม่อาจดีเทียบเท่าสตรีปกติได้อยู่แล้ว
แม่นมเย่วซินพยักหน้ารับโดยไร้แววกังวลต่ออนาคตของลูกสาวตน
“จริงดังที่ฮูหยินว่าเจ้าค่ะ” น้ำเสียงนั้นมั่นคงอย่างคนที่คิดคำนวณผลประโยชน์เหนือสิ่งอื่นใด
บานหน้าต่างเปิดรับลมเย็นจากสวนด้านนอก แต่ในห้องกลับอบอวลด้วยกลิ่นของความคิดคำนวณที่เข้มข้นกว่ากำยานในกระถางเสียอีก คืนนี้แผนการของสตรีสองนางจะเริ่มเดินหน้า และเย่วซินเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานเท่านั้น
