บทที่สอง ท่านแม่ทัพเวอร์จิ้น
หลังจากอาบน้ำจนผิวพรรณสะอาดเกลี้ยงเกลาและหอมกรุ่นด้วยกลิ่นดอกไม้ป่า สาวใช้อุ่นเตียงเย่วชิงถูกสาวใช้สวมอาภรณ์ผ้าไหมบางเบาสีอ่อน แสงตะเกียงลอดผ้าทอเนื้อบางยิ่งเผยให้เห็นผิวเนียนดุจงาช้าง ทุกย่างก้าวที่เดิน ลมยามค่ำคืนพัดผ่านก็ยิ่งชวนให้ผู้มองเผลอกลืนน้ำลาย
นางถูกพามาหยุดยืนหน้าประตูเรือนนอนของคุณชายแห่งตระกูลเซี่ย เซี่ยเจ๋อรุ่ย แม่ทัพหนุ่มวัยยี่สิบสอง ผู้ที่บัดนี้ครองตำแหน่งรองแม่ทัพจากความชำนาญการรบและบารมีที่สั่งสมมาตั้งแต่วัยเยาว์
พลั่ก
บานประตูไม้ถูกผลักออกอย่างแผ่วเบา ภายในห้อง แสงตะเกียงน้ำมันสาดทอความอบอุ่นไปทั่ว ข้างในสุดของห้อง บนเก้าอี้ไม้สลักลายพยัคฆ์ มีบุรุษร่างสูงนั่งเอนพิงอยู่ เขาสวมเพียงเสื้อคลุมสีดำบางในชุดนอน ขอบคอเสื้อเผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อที่ได้รูป ราวกับสลักจากหยกเนื้อดี
โครงหน้าเขาคมเข้มรับกับคิ้วดกและดวงตาลึกซึ้งที่ฉายแววเย็นเฉย จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบ ร่างสูงใหญ่สมสัดส่วนเต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรง ดั่งบุรุษที่ฝึกยุทธ์และออกรบอยู่เป็นนิจ
เย่วชิงผู้เคยพบเห็นบุรุษรูปงามมานับไม่ถ้วน ยังต้องยอมรับในใจว่าบุรุษตรงหน้า ดูงามสง่าและน่าหลงใหลที่สุดเท่าที่นางเคยประสบพบมา
ดวงตาของนางเผลอจ้องค้างอยู่เนิ่นนานโดยมิรู้ตัว
หากบุรุษผู้นี้มิใช่พระเอกในนิยายที่นางเป็นนางร้ายแล้วไซร้ เย่วซิงคงอยากจับทำสามีไว้ข้างกายเสียจริง
ทว่าความคิดนั้นก็ดับวูบเมื่อความจริงโหดร้ายแล่นเข้าสมอง จุดจบของนางร้ายต้นฉบับคือซ่องโสเภณี เพียงเพราะมุ่งหมายจะช่วงชิงบุรุษผู้นี้มาเป็นสามี ทั้งที่ฐานะของตนเองหาได้คู่ควรไม่
หญิงสาวส่ายหน้า ไม่เอา ไม่เอา พร้อมตบแก้มตนเองแผ่ว ๆ เพื่อปลุกตัวจากความเพ้อฝัน
เมื่อเรียกสติกลับมาได้ เย่วชิงก็ยกชายกระโปรงก้าวตรงไปหาบุรุษร่างสูงที่นั่งรออยู่ เสื้อคลุมดำของเขาเป็นผ้าบางและตัดเย็บให้ถอดง่าย เพียงภาพตรงหน้านี้ก็เตือนใจนางว่าคืนนี้คือบททดสอบแรกที่นางต้องรอดไปให้ได้
ขาเรียวก้าวเข้าไปภายในห้องด้วยท่วงท่ามั่นใจ แม้ชุดบางเบาจะเผยผิวเนื้อเย้ายวน แต่ดวงตาของนางกลับสงบเย็น รอยยิ้มละมุนประดับบนใบหน้าอย่างบ่าวผู้รู้จักกาลเทศะ
ชาติก่อนนางเป็นเลขานุการมือหนึ่งในบริษัทใหญ่ ย่อมเชี่ยวชาญทั้งวาจาประจบเอาใจและการอ่านสีหน้าเจ้านาย เมื่อได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ นางจึงตั้งใจใช้ทักษะเดิมเป็นเกราะกำบัง
ทว่าก้าวได้เพียงสามก้าว เสียงทุ้มขุ่นเคืองก็ดังขึ้นจากบุรุษบนเก้าอี้ไม้สลัก
“เจ้าคือสาวใช้ที่ท่านแม่ให้มาฝึกการเสพสังวาสกับสตรีใช่หรือไม่”
น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่แฝงแววรำคาญ คล้ายมิพอใจตั้งแต่แรกเห็น นางเดาได้ไม่ยากว่าคงเป็นเพราะถูกมารดาบีบให้รับสาวใช้อุ่นเตียงมาข้างกาย
เย่วชิงฝืนยิ้มน้อมกายคำนับ
“เจ้าค่ะ ข้าถูกส่งมาเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของคุณชาย”
แต่ถ้อยคำถัดมานางเลือกพลิกความหมายอย่างแนบเนียน
“ตามหน้าที่แล้ว สาวใช้อุ่นเตียงย่อมมีหลายสิ่งต้องทำ เช่น ในฤดูหนาวก็คอยทำให้เตียงอบอุ่น ดูแลเครื่องนอนและของใช้ส่วนตัวของคุณชาย และบางคราวอาจทำหน้าที่เป็นนางบำเรอสอนวิชาร่วมเตียงกับสตรีแก่เจ้านายฝ่ายชายแต่ข้อสุดท้ายนี้ หากคุณชายไม่ประสงค์ ก็หาใช่สิ่งจำเป็นไม่เจ้าค่ะ”
แววตาคมกริบของเซี่ยเจ๋อรุ่ยฉายความประหลาดใจอยู่ชั่วครู่แล่นผ่านเข้ามา เขาจำได้ว่าลูกน้องคนสนิทเลี่ยงซู สืบมาแล้วว่านางผู้นี้ทะเยอทะยาน อยากเป็นอนุภรรยาของเขาอยู่ก่อน ทว่าสิ่งที่เขาคล่องใจคือท่าทีในยามนี้กลับไม่เหมือนสตรีที่รอวันปีนขึ้นเตียง กลับคล้ายตั้งใจหลบเลี่ยงเสียด้วยซ้ำ
เขาเอนกายเล็กน้อย สายตาไม่วางจากนาง
“หากข้าไม่ร่วมรักกับเจ้า เจ้าก็คงเอาไปฟ้องท่านแม่ข้าให้ตำหนิข้าว่าไม่กระทำสมเป็นชายชาตรีกระมัง กล่าวออกมาเช่นนี้เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่”
เย่วชิงก้มศีรษะนอบน้อม “หามิได้เจ้าค่ะ ข้าน้อยเพียงต้องการทำงานสบาย ไม่ต้องออกไปกวาดนอกเรือนหรือซักล้างเสื้อผ้าให้เจ็บมือเท่านั้น ข้าน้อยจึงใฝ่ฝันอยากเป็นสาวใช้อุ่นเตียงรับใช้คุณชายผู้มีเมตตาเท่านั้น”
นางกล่าวต่ออย่างคล่องแคล่ว อ้างเหตุผลอีกหลายประการจนใบหน้าคมเริ่มขุ่นขึ้น ริมฝีปากชายหนุ่มขยับเอ่ยเสียงเข้ม
“พอได้แล้ว ข้ารำคาญ”
เขาอยู่กับบุรุษในสนามรบตั้งแต่สิบหนาว ไม่เคยคุ้นกับการโต้คารมกับสตรีเช่นนี้เลยสักนิด
เขายิ่งพูด นางก็ยิ่งมีเหตุผลมาโต้ตอบจนเขาเกือบคล้อยตามนางไปแล้ว
“หากข้าไม่ร่วมรักกับเจ้า ท่านแม่ก็จะมาบ่นข้าไม่หยุด เจ้าไปนอนบนเตียงเสีย รีบทำให้เสร็จ จะได้จบเรื่อง”
ดวงตาของเย่วชิงเบิกกว้างทันที หัวใจร่วงวูบ
หา! นี่เขาจะเอาจริงหรือ
เมื่อถ้อยคำตัดบทของเขาสิ้นสุด เย่วชิงถูกแรงจากแขนแข็งแรงพาให้เอนตัวลงบนที่นอนนุ่ม กลิ่นหอมของผ้าปูใหม่เอี่ยมตลบอบอวล แผ่นหลังนางแนบกับหมอนในชั่วพริบตา ร่างสูงใหญ่ของบุรุษก้าวคร่อมทับ ดวงตาคมจ้องมองอย่างจริงจัง ท่าทางคล้ายตั้งใจจะเริ่มสิ่งที่มารดาต้องการให้จบ ๆ
เพียงแต่หากสังเกตดูให้ดีพบว่าการเคลื่อนไหวนั้นเงอะงะนัก คล้ายบุรุษผู้นี้แม้ตัวโตเพียบพร้อม แต่เรื่องอย่างว่ากลับมิได้มีประสบการณ์เลยสักนิด
เย่วชิงมองใบหน้าหล่อเหลานั้นแล้วอดยิ้มเอ็นดูมิได้
นางจึงเอ่ยขึ้นขณะยังคงนอนหงายใต้ร่างเขา “หากคุณชายปรารถนาจะฝึกเรื่องบนเตียงชายหญิง ข้าน้อยมีวิธีเสนอซึ่งจะทำให้ท่านได้วิชาโดยมิจำต้องฝืนใจร่วมรักกับข้าน้อย ดีหรือไม่เจ้าคะ”