บทนำ
เย่วชิง วัยย่าง 27 ปี เลขานุการคนเก่งประจำบริษัทใหญ่ ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าเธอคือมือขวาของผู้บริหารที่ไม่มีวันลาป่วยหรือมาสายแม้แต่ครั้งเดียว
เธอเติบโตมาอย่างเด็กกำพร้า พ่อแม่จากไปตั้งแต่ยังเล็ก ต้องอยู่กับญาติที่ไม่อยากรบกวนเกินจำเป็น ทำให้เย่วชิงคุ้นชินกับการสู้ชีวิตด้วยตัวเองตั้งแต่วัยเรียน ทุนการศึกษาในทุกช่วงชีวิตคือสิ่งเดียวที่เธอยึดมั่นว่าจะต้องคว้ามาให้ได้ เพื่อไม่เป็นภาระของใคร แน่นอนว่าเธอทำสำเร็จ พอเรียนจบปริญญามาหญิงสาวได้รับการทาบทามให้มาทำงานที่บริษัทชั้นนำ
ชีวิตประจำวันของเธอถูกขีดเส้นด้วยงานเอกสาร การประชุม และการแก้ปัญหาวันละร้อยอย่างในบริษัทและคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่ความเหนื่อยล้าถาโถมมากกว่าทุกวัน
บนเตียงนอนในคอนโดขนาดกลาง เย่วชิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนผ่านหน้าจออย่างไร้จุดหมาย จนโฆษณาหนังสือเล่มหนึ่งเด้งขึ้นมา
‘ท่านแม่ทัพไร้รักกับคุณหนูใหญ่เอาแต่ใจ’
นิยายรักจีนโบราณที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของเธอมาก่อน
เย่วชิงไม่ค่อยมีเวลาอ่านนิยายสักเท่าไหร่ในชีวิต แต่ด้วยความอยากลองและสมองที่อ่อนล้าจากงาน วันนี้เธอจึงกดเข้าไปอ่านด้วยความคิดว่า สักหน่อยจะเป็นไรไป
ทว่าไม่คาดคิดว่ามันจะดึงความสนใจจากเธอเข้าไปในโลกอีกใบได้เร็วขนาดนี้
ตัวหนังสือถูกเลื่อนอ่านผ่านสายตาอย่างเพลิดเพลิน เนื้อเรื่องพาเธอไหลไปในโลกของแม่ทัพหนุ่มเย็นชาและคุณหนูใหญ่จอมเอาแต่ใจ จนกระทั่งเหลือเพียงบทส่งท้ายให้ตอนปิดเรื่องที่เป็นฉากนางร้ายของเรื่องกำลังถูกลงทัณฑ์จากผลของการกระทำของตน
ทว่าความล้าก็ชนะเย่วชิงเผลอหลับไปทั้งที่โทรศัพท์ยังวางบนอกในที่สุด
เมื่อเปลือกตาคู่สวยเปิดขึ้นอีกครั้งเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวตื่นแต่แทนที่จะเจอเพดานคอนโดกลับเป็นเพดานไม้แกะสลัก กลิ่นกำยานลอยอวล และเสียงฝีเท้าของบ่าวสาวในชุดโบราณรอบกายนางสร้างความงุนงงให้เลขาสาวอย่างยิ่ง
ความรู้สึกต่อมาที่แล่นเข้าสู่สติ คือความเย็นของน้ำที่โอบล้อมกาย ร่างกายเหมือนกำลังลอยอยู่แต่ไม่ใช่ความฝันแน่ เพราะเสียงกระฉอกของน้ำและแรงมือที่ถูลงมาบนผิวมันชัดเกินไป
กลิ่นกำยานผสมกลิ่นหอมหวานของน้ำชุ่มดอกไม้ลอยอบอวลในอากาศ เมื่อสายตาเริ่มปรับรับแสงได้ดีขึ้น กวาดมองรอบกาย ภาพที่เห็นคือขอบอ่างไม้ขนาดใหญ่และแสงตะเกียงน้ำมันที่ส่องลอดม่านบาง น้ำกระเพื่อมดังประสานกับเสียงพูดคุยของสาวใช้รอบกายที่ยังไม่สังเกตว่าคนที่พวกนางกำลังนินทาอยู่นั้นตื่นแล้ว
“เห็นไหมล่ะ สุดท้ายก็สมใจนางแล้ว”
“ก็แหงสิ ลูกสาวหัวหน้าสาวใช้ประจบฮูหยินใหญ่ได้สำเร็จ จะมีอะไรยากเล่า”
“ฮึ…ได้ปีนเตียงไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของคุณชาย คอยสอนบทเรียนรักให้ท่านก่อนแต่งกับคุณหนูใหญ่ในอนาคต เหอะ สมใจนางแล้วกระมัง”
“แต่อย่างไรก็ยังเป็นได้แค่สาวใช้อุ่นเตียงอยู่ดี นึกว่าคุณชายจะหลงรักแล้วรับเป็นอนุอย่างนั้นหรือ ฮ่า ๆ ฝันไปเถอะ”
“จริงเชียว ข้ายังจำน้ำเสียงนางเมื่อเช้าได้ชัดเจน ทำเหมือนตัวเองเป็นนายหญิงคอยสั่งให้พวกเรามาขัดเนื้อถูตัวให้อย่างนี้”
แรงมือยังคงขัดผิวของเย่วชิงในร่างใครก็ไม่รู้ไม่หยุด ขณะที่เสียงหัวเราะเบา ๆ สลับคำประชดประชันแทงเข้าหูทุกคำ
เย่วชิงแกล้งหลับตาอีกรอบและนิ่ง ไม่ใช่เพราะโกรธจนพูดไม่ออกแต่เพราะประโยคเหล่านี้มันคุ้นเสียจนขนลุก
นี่มัน… บทสนทนาเดียวกับในนิยายที่เธอเพิ่งอ่านเมื่อคืนก่อนเผลอหลับคาโทรศัพท์นี่!
หัวใจเย่วชิงเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับใกล้จะทะลุออกมานอกอก
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ
อ่างไม้…น้ำหอม…สาวใช้กำลังขัดตัว…
และคนที่พวกนางนินทาว่าเป็น “สาวใช้อุ่นเตียง” นั่นคือเธอที่กำลังอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้อย่างนั้นเหรอ?
นี่มันบทของเย่วชิง นางร้ายชื่อเดียวกันกับเธอโดยบังเอิญที่เป็นลูกสาวหัวหน้าสาวใช้ซึ่งคิดว่าตัวเองสถานะพิเศษกว่าสาวใช้คนอื่นเพราะได้ขึ้นเตียงคุณชายเจ้าของจวน แต่จุดจบนั้นแสนอนาถ ถูกเฆี่ยนแล้วขายเข้าซ่องไม่ใช่หรือ
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!
อย่าบอกนะว่าเธอทะลุมิติเข้ามาในนิยาย แล้วดันมาอยู่ในร่างนางร้ายสาวใช้อุ่นเตียงของพระเอก
แม้เหตุการณ์ตรงหน้าจะชวนให้ผู้คนตกใจลนลานเพียงใด แต่หญิงสาวกลับมิได้ปล่อยให้ความตื่นตระหนกครอบงำได้เนิ่นนาน ด้วยนิสัยปรับตัวเก่งมาตั้งแต่เยาว์วัย เพียงชั่วอึดใจนางก็ตั้งสติได้ แล้วเริ่มคิดหาคำตอบแก่ความวิปริตที่เกิดขึ้นนี้
หากข้ามาอยู่ในร่างนี้จริง ก็ต้องหาทางพิสูจน์ให้มั่นใจก่อน คิดได้ดังนั้นจบหญิงสาวจึงลืมขึ้นเต็มตา เหลือบมองสาวใช้สามนางที่นั่งล้อมอ่างไม้ไว้รอบด้าน มือหนึ่งขัดถูผิวกายของนาง อีกมือคอยชโลมน้ำหอมชุ่มไปทั่วลำตัว ท่าทีของแต่ละนางเต็มไปด้วยความฝืนใจ ใบหน้าขุ่นมัวราวมิอาจซ่อนความรังเกียจ
เธอเอียงคอน้อย ๆ สายตาคมคายกวาดมองแต่ละคน ก่อนเอ่ยด้วยเสียงสงบ “พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใดให้ข้าอยู่หรือ เหตุใดต้องขัดตัวและชโลมน้ำหอมแก่ข้าด้วย”
ภาษาที่ปรับให้เข้ากับสิ่งที่เพิ่งได้ยินทำให้เธอนั้นไม่ถูกสงสัยใดใด
สาวใช้ทั้งสามชะงักมือลง พลันสบตากันด้วยความงุนงง ราวกับได้ยินถ้อยคำพิสดารนัก คนหนึ่งหัวเราะหยันในลำคอ ก่อนกล่าวตอบ
“แม่นางเย่วชิง หรือว่าเจ้าลืมไปแล้ว ฮูหยินใหญ่ได้มอบหมายให้เจ้าเข้าไปอุ่นเตียงถวายคุณชายน่ะ”
อีกนางหนึ่งเสริม น้ำเสียงเจือเยาะ “เจ้าเองเป็นผู้ได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่นี้แท้ ๆ ไยกลับทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องราว ต้องการเยาะเย้ยพวกข้าเสียอย่างนั้น”
คำกล่าวนั้นทำให้หัวใจของเลขาสาวเต้นแรงขึ้น ความทรงจำในเนื้อเรื่องที่อ่านเมื่อคราวยังอยู่ในโลกเดิมพลันแจ่มชัดยิ่งนัก
ต้องใช่แน่ ๆ
หากไม่อยากหลอกตนเองอีกต่อไป เห็นทีเลขาสาวคงต้องยอมรับให้ได้ว่าตนเองมีชะตากรรมที่หนีไม่พ้นการเข้ามาอยู่ในนิยายที่เพิ่งอ่านแถมยังเป็นบทนางร้ายไม่ผิดแน่!
