ตอนที่ 5 คำขอ
“...”
ใบหน้าลอบยิ้มพึงพอใจถึงกับแข็งค้าง เงยหน้ามองโจวหมิงอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“คุณชายน้อยหมายความว่ายังไงคะ”
“ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ? ฉันไล่พวกเธอออก สาวใช้ที่กล้านินทาทั้งยังใส่ร้ายเจ้านายลับหลังเก็บไว้ไม่ได้หรอก วันนี้กล้านินทาพูดจาให้ร้ายวันหน้าคงกล้าทำมากกว่านี้”
แววตาดุดันจ้องมองอย่างไม่ลดละ ไร้ซึ่งแววล้อเล่น
สาวใช้ทั้งสองที่ไม่กี่วินาทีก่อนยังลำพองใจคิดว่าโจวหมิงต้องเข้าข้างพวกเธอแน่ ๆ ในหัวปั่นป่วนไปหมดไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
กระทั่งได้ยินเสียงเอ่ยปากไล่อีกครั้งถึงได้กลับมามีสติ
“คุณชายน้อยจะทำอย่างนี้กับพวกฉันไม่ได้นะคะ จะมาไล่ออกง่าย ๆ อย่างนี้ได้ยังไง อย่างไรฉันกับเพื่อนก็ทำงานให้ตระกูลโจวมานาน อีกอย่างพวกฉันคือคนของคุณหญิงใหญ่ หากอยากจะไล่ต้องถามความเห็นของคุณหญิงใหญ่ก่อน”
พวกเธอไม่มีทางเลือกแล้ว ถ้ายอมถอยง่าย ๆ ชีวิตหลังจากนี้ไม่มีทางดีแน่ สาวใช้สองคนถูกไล่ออกจากตระกูลโจว คนนอกรู้คงจะคิดว่าพวกเธอมีปัญหาแล้วแบบนี้จะไปหางานที่ไหนได้อีก
“พวกเธอจะบอกว่าฉันไม่มีอำนาจมากพอจะจัดการสาวใช้สองคนเลยอย่างนั้นเหรอ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ฉัน...พวกฉันแค่จะบอกว่า”
“เก็บของแล้วออกไปภายในวันนี้ซะ อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ”
ภายใต้แรงกดดันและสายตาคมกริบของโจวหมิงสาวใช้สองคนที่ก่อนหน้ายังทำใจกล้าก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาแล้ว
ตอนนี้เองที่พวกเธอพึ่งจะมานึกเสียใจ
คุณนายน้อยยอมลงให้พวกเธอ พูดออกมาจากปากว่าไม่จำเป็นต้องญาติดีแค่ต่างคนต่างอยู่ก็พอ ทั้งที่ควรจะพอใจในจุดยืนนั้นแท้ ๆ ทว่าเธอกลับรู้สึกไม่พอใจ
อิ้งเยว่ก่อนจะแต่งงานเข้าตระกูลโจวฐานะก็ไม่ได้ดีกว่าเธอเท่าไร แล้วทำไมอีกฝ่ายถึงแต่งงานกับคุณชายน้อยได้แต่เธอกลับไม่มีวาสนา
ความรู้สึกอิจฉาทำให้เธอตั้งแง่กับอิ้งเยว่ แล้วตอนนี้เป็นยังไง แม้แต่ฐานะสาวใช้ตระกูลใหญ่ที่พอจะมีหน้ามีตาก็ไม่เหลือแล้ว!
สาวใช้สองคนเสียใจแล้วจริง ๆ อยากจะเอ่ยปากขอร้องสักครั้ง แต่พอเงยหน้ามองคุณชายเล็กคำพูดกลับติดอยู่ที่ลำคอ
อยู่ตระกูลโจวมานานหลายปีพึ่งจะเคยเห็นคุณชายทำสายตาน่ากลัวขนาดนี้
สาวใช้สองคนเดินคอตกออกจากห้องครัวจึงปะทะเข้ากับอิ้งเยว่ที่ยืนชะเง้อคอมองดูเหตุการณ์สนุก
ทั้งสองคนเงยหน้ามองก่อนจะหลุบสายตาท่าทางสำนึกผิด
“เดี๋ยวก่อน”
ทั้งสองคนหยุดชะงัก หันกลับมา ก้มหน้ามองพื้น
เห็นท่าทางนี้แล้วในใจอิ้งเยว่พลันเกิดความรู้สึกสงสารระคนพึงพอใจ
หึ...เป็นยังไง โดนของแข็งเข้าไปถึงกับหน้าหักคอหดไปเลย
อิ้งเยว่สะใจมากที่ทั้งสองถูกสั่งสอนเสียบาง กระนั้นก็ไม่คิดจะไล่พวกเธอออกจริง ๆ
ไม่ใช่เพราะความเห็นใจหรือความสงสารแต่เพราะกลัวจะมีปัญหาตามมาทีหลัง
ชื่อเสียงของเธอแต่เดิมก็ไม่ได้ดีมากอยู่ด้วย แถมยังมีจุดอ่อนอย่างฐานะที่ไม่เหมาะสม เกิดมีข่าวลือออกไปว่า คุณนายน้อยแต่งเข้าตระกูลโจวไม่กี่วันก็แสดงอำนาจด้วยการไล่สาวใช้ออก คงจะดูไม่ดีนัก
“เธอคิดจะทำอะไร” โจวหมิงก้าวออกมาเห็นเหตุการณ์เอ่ยถาม
“ฉันคิดว่าในเมื่อเป็นความผิดครั้งแรกไม่สู้ให้โอกาสพวกเธอได้แก้ตัว”
ทั้งสองเงยหน้าพรึบมอง ดวงตาเบิกกว้างแทบจะถลนออกมา
คุณนายน้อยคิดจะให้โอกาสพวกเธอสองคนเหรอ ไม่ได้พูดไปเพราะต้องการเอาใจคุณชายเล็กใช่ไหม
สาวใช้ทั้งสองประหลาดใจ ในหัวคิดไปต่าง ๆ นานา ส่วนโจวหมิงกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่เข้าใจการกระทำของผู้หญิงคนนี้นัก
เขาได้ยินทั้งหมด ทุกถ้อยคำตั้งแต่ต้น
ในตอนแรกโจวหมิงยอมรับว่าเกือบเข้าใจอิ้งเยว่ผิด คิดไปก่อนว่าเธอคงคิดจะใช้อำนาจของคุณนายน้อยรังแกสาวใช้กลับต้องประหลาดใจหลังได้ยินคำพูดของเธอ
แต่ทว่าสาวใช้ทั้งสองที่ได้รับความกรุณาอันมาจากความใจกว้างของเธอกลับยังคงดึงดันแถมยังไม่คิดถอยให้สักก้าว ส่งผลให้เธอต้องลงมือสั่งสอน ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่พอเห็นหน้าเขา สิ่งแรกที่ออกมาจากพวกเธอกลับเป็นคำให้ร้าย
ถ้าไม่ใช่เขามาเห็นเองกับตา ด้วยความเชื่อใจที่เห็นพวกเธอทำงานให้ตระกูลโจวมาหลายปีคงจะเชื่อคำพูดเหล่านั้นจนทำให้เข้าใจอิ้งเยว่ผิดไป
“โจวหมิงฉันขอเก็บพวกเธอสองคนไว้ได้ไหม”
“...แต่พวกเธอ”
โจวหมิงแสดงความกังวลออกมาอิ้งเยว่จึงเดินเข้าไปใกล้ เขย่งเท้าเงยหน้ามองเขา สองมือโอบแขน กระซิบเบาข้างหู
“ฉันพึ่งแต่งงานกับคุณเกิดมีข่าวลือว่าสะใภ้ใหม่ไล่สาวใช้ออกไปทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้านคงไม่น่าฟังนัก คุณอยากให้ฉันถูกคนอื่นนินทาเหรอ แค่ฐานะของฉันไม่เหมาะกับคุณก็กลายเป็นหัวข้อพูดคุยกันสนุกสนานแล้ว”
โจวหมิงรู้เรื่องนี้แต่ไม่เคยเก็บมาใส่ใจ เขาคิดว่าในเมื่อคนแต่งงานคือเขาคนนอกจะพูดอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับตัวเอง อีกอย่างเขาก็ไม่เห็นว่าอิ้งเยว่จะเก็บมันมาใส่ใจอะไรนัก จึงเผลอคิดไปเองว่าเธอก็คงคิดเหมือนกัน ไม่นึกเลยว่าความจริงแล้วเธอจะเป็นกังวล
หลุบสายตามองนัยน์ตาอ้อนขอของเธอ มองมือเกาะแขนอย่างสนิทสนม โจวหมิงจึงถอนหายใจออกมาพยักหน้าน้อย ๆ
“เห็นแก่หน้าเธอฉันจะยอมให้สักครั้งก็แล้วกัน” เอ่ยตอบรับเสร็จแล้วจึงหันหน้ามาหาสาวใช้ทั้งสอง “แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีกฉันจะไล่พวกเธอออกทันที”
“พวกฉันไม่กล้าแล้วค่ะ จะไม่นินทาหรืออิจฉาคุณนายน้อยอีกแล้ว”
ทั้งสองคุกเข่าลง ก้มหัวแสดงความเคารพออกมาอย่างสุดซึ้ง สายตาที่ใช้มองอิ้งเยว่เปลี่ยนไปอย่างมาก
“เอาล่ะ พ้นโทษแล้วก็รีบไปเตรียมอาหาร วันนี้ช่วยทำของโปรดของโจวหมิงเยอะ ๆ ด้วยนะ”
“ได้ค่ะ พวกฉันจะรีบไปจัดเตรียมให้”
เมื่อพวกเธอไปแล้วจึงเหลือเพียงคนทั้งสอง อิ้งเยว่มองตามมุมปากกระตุกยิ้มขัน
สาวใช้สองคนนั้นพอเชื่อฟังขึ้นมาแล้วทำเอารู้สึกว่าพวกเธอน่ารักขึ้นมานิดหน่อยแฮะ
อิ้งเยว่ที่มองตามสาวใช้สองคนรู้สึกได้ถึงสายตาของคนข้างกายจึงดึงสายตากลับมามองเขาด้วยแววตาสงสัย
“คุณจ้องมองฉันทำไมเหรอ”
เขาไม่ตอบแต่เลื่อนสายตาลงมายังมือซึ่งเกาะแขนไม่ปล่อย
ดวงตาสีอ่อนมองตามก่อนจะเห็นว่าตนเองยังกอดแขนโจวหมิงอยู่
หญิงสาวยิ้มแห้งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงติดตลก “เป็นสามีภรรยากันจับนิดจับหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอก”
“....” แต่คนฟังกลับไม่ตลกด้วย
อิ้งเยว่จึงปล่อยมือหันหน้าหนี ขยับปากบ่นอุบอิบ
ทำให้ไม่เห็นว่าหลังมือหลุดออกจากแขนนัยน์ตาชายหนุ่มเผลอแสดงความเสียดายออกมา
