ตอนที่ 4 อย่างนั้นก็ออกจากตระกูลโจวไป
เมื่อเห็นท่าทางพูดไม่ออกของพวกเธอทั้งสองอิ้งเยว่จึงแค่นหัวเราะออกมา
คนประเภทนี้ล้วนเป็นเหมือนกันหมด ลับหลังเต็มไปด้วยความกล้าแต่ต่อหน้ากลับไม่แม้แต่จะกล้ามองหน้าตรง ๆ
ที่สาวใช้พวกนี้กล้านินทาเธอลับหลังรวมไปถึงกล้าเชิดหน้าใส่อย่างท้าทายคงเพราะเห็นว่าหลายวันมานี้เธอเอาแต่เงียบไม่โต้ตอบถึงกล้าทำกิริยากำเริบ อีกทั้งเบื้องหลังพวกเธอยังมีเจ้านายที่มีอำนาจไม่น้อย
นั่นก็คือแม่สามีผู้คอยถือหางและยังถือเป็นเจ้านายที่แท้จริงไม่อย่างนั้นพอเห็นเธอมีหรือจะยังทำเป็นกล้าแบบนี้
แต่ความกล้านั้นไม่ได้รวมถึงความกล้าในการนินทาคุณชายน้อย ไม่ว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของนายท่านใหญ่โดยตรง จึงรู้ดีว่าไม่อาจล่วงเกิน
“หึ...พอเป็นโจวหมิงกลับไม่กล้าพูดอะไรสินะ อย่างนั้นฉันขอถามพวกเธอหน่อยสิ ฐานะของฉันกับโจวหมิงแตกต่างกันมากขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงยังไงฉันก็เป็นภรรยาของเขานะ พวกเธอกลัวเขาแต่ไม่กลัวที่จะนินทาฉันลับหลัง พูดถึงฉันในทางไม่ดี หยิบยกข้อด้อยของฉันขึ้นมาพูดสนุกปาก แถมท่าทางที่แสดงออกต่อฉันตอนนี้ใช่สิ่งที่สาวใช้อย่างพวกเธอควรทำเหรอ”
อิ้งเยว่ยืนขึ้นก้าวเข้าใกล้คนทั้งสอง “จริงอยู่ที่ฐานะทางบ้านของฉันธรรมดาแต่ความจริงที่ว่าพวกเธอคือสาวใช้ส่วนฉันคือเจ้านายก็ไม่เปลี่ยน แทนที่จะทำเป็นเกลียดฉันเพราะอิจฉาที่ฉันได้แต่งงานกับโจวหมิง ไม่สู้อยู่กันอย่างสันติไม่ดีกว่าเหรอ”
“...”
“ถึงฉันจะไม่ได้ชอบใจอะไรในตัวพวกเธอสองคนแต่ก็ไม่ได้มีความคิดอยากกลั่นแกล้งสาวใช้สักหน่อย ต่างคนต่างอยู่ทำหน้าที่ของตัวเองไปก็พอแล้ว...ฉันไม่ได้อยากเป็นเจ้านายใจร้ายหรอกนะ แต่ถ้าพูดถึงขนาดนี้แล้วพวกเธอยังไม่เข้าใจ ก็อย่าได้หาว่าฉันใช้อำนาจรังแกคนอ่อนแอ”
“คิดว่าพวกฉันจะกลัวคำขู่ของเธอหรือยังไง ลองทำอย่างที่ปากว่าดูสิ คิดว่านายหญิงใหญ่จะปล่อยให้เธอรังแกสาวใช้อย่างพวกฉันหรือยังไง ก็แค่ผู้หญิงที่โชคดีได้แต่งงานกับคุณชายเล็ก มาวางท่าให้ใครดูกัน”
อ่า...จริง ๆ เลย ผู้หญิงคนนี้จะเอาอย่างนี้จริง ๆ ใช่ไหม
เพียะ!!
ฝ่ามือเรียวตวัดออกมาอย่างกะทันหัน คนถูกตบถึงกับหันขวับมองอิ้งเยว่อย่างไม่อยากจะเชื่อ
หญิงสาวสะบัดมือเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
“ฉันรู้ดีพวกเธอเป็นคนของใคร แต่ในเมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้แล้วก็ควรเคารพฉันด้วยสิ อ๋อ แล้วก็...ถ้าพวกเธออยากจะไปฟ้องคุณหญิงใหญ่ก็เอาเลยฉันไม่ห้าม ถึงตอนนั้นฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณธรรมของครอบครัวใหญ่อยู่ที่ไหน”
ไม่มีอะไรน่ารำคาญใจไปกว่าการพูดกับคนคนหนึ่งแต่รู้สึกเหมือนพูดกับกำแพงอีกแล้ว
ในเมื่อพวกเธอไม่คิดปรับตัวเข้าหาถอยกันคนละก้าว อย่างนั้นแล้วก็คงมีแต่ต้องหาทางกำจัดออกไป เธอไม่คิดจะทนอยู่กับคนน่าปวดหัวไปตลอดหรอกนะ ถ้าเอาแต่ทนสักวันโรคประสาทคงถามหากันพอดี
แทนที่จะได้ใช้ชีวิตจนแก่ตายคงจะกลายเป็นบ้าไปเสียก่อน
“หึ...คิดว่าฉันไม่กล้าหรือยังไง วันนี้เธอจะต้องถูกตำหนิที่กล้าลงมือกับสาวใช้!!”
“อยากทำอะไรก็ทำเถอะ” อิ้งเยว่เบื่อจะพูดแล้ว
ถ้าเบื้องหลังสาวใช้สองคนคิดจะใช้เรื่องนี้มาเล่นงานเธอ อิ้งเยว่ก็คิดเสียดายที่จะเอ่ยปากขอหย่ากับโจวหมิง ชีวิตที่ต้องอยู่อย่างอดทนไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ ถึงบ้านหลังนี้จะมีพร้อมหลายอย่าง แต่หากไม่มีความสุขก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม
หญิงสาวหันหลังก้าวออกจากหัวครัว ทว่าทันทีที่ก้าวขาผ่านประตูกลับชนเข้ากับอะไรแข็ง ๆ เข้าอย่างจัง พอถอยหลังเงยหน้ามองจึงเห็นว่าเป็นโจวหมิง
หัวใจอิ้งเยว่กระตุกวูบ
เขามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร แล้วได้ยินอะไรไปบ้าง จะเข้าใจผิดว่าเธอเป็นนางร้ายที่ใช้อำนาจทำร้ายสาวใช้หรือเปล่า หรือจะไม่พอใจที่เธอพูดไม่ดีกับสาวใช้ที่แม่ของตัวเองส่งมาไหม
แต่จะเข้าใจผิดแล้วยังไงล่ะ ไม่ใช่ตัดสินใจแล้วเหรอว่าจะสู้ให้เต็มที่
อื้ม! ใช่แล้วไม่เห็นจะต้องกลัวเลย ในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิด
โจวหมิงเห็นอิ้งเยว่เอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมเงยขึ้นมองกันสักที จึงเผลอคิดไปเองว่าบางทีอีกฝ่ายคงกำลังรู้สึกไม่ดี สองมือยกขึ้นสัมผัสไหล่สองข้างเอ่ยปากออกมาว่า “ไม่เป็นไรนะ”
ดวงตาสีอ่อนหันขวับจ้องมอง “...”
“ที่เหลือฉันจัดการเอง”
จัดการ? จัดการอะไร หมายถึงจะจัดการไปฟ้องแม่แทนสาวใช้สองคนนั้นเหรอ?
ไม่สิ คงจะไม่ใช่แบบนั้น ถ้าเขาคิดจะจัดการจริงควรจะเอ่ยปากต่อว่าเธอแทนที่จะเอ่ยปลอบสิถึงจะถูก
อิ้งเยว่ที่ไม่เข้าใจว่าเขาจะจัดการอะไรหันสายตามองโจวหมิงเดินเข้าไปในห้องครัว ก้าวขาตามพลางชะโงกหน้าเข้าไปในห้องครัว มองเขายืนประชันหน้ากับสาวใช้สองคน
สาวใช้เห็นเขารีบปรี่เข้ามาแสดงความน่าสงสารทันที
“คุณชายเล็ก คุณชายต้องทวงความยุติธรรมให้ฉันนะคะ ไม่รู้วันนี้คุณนายน้อยไปโมโหอะไรมา จู่ ๆ ก็เดินมาหาเรื่องฉันถึงในครัว แถมยังลงไม้ลงมืออีกต่างหาก ทั้งที่พวกฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้คุณนายน้อยไม่พอใจเลยแท้ ๆ ดูสิคะรอยบนแก้มยังชัดอยู่เลย”
โอ้!! ความสามารถในการแสร้งทำเป็นถูกรังแกของเธอไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ
อิ้งเยว่ยืนนิ่งรอฟังว่าเขาจะพูดอะไร
“...”
ทำไมถึงนิ่งไปล่ะ พูดอะไรสักหน่อยสิ
คงไม่ใช่คิดจะเชื่อคำพูดของสาวใช้ใช่ไหม การแสดงระดับอนุบาลแบบนี้เขาคงไม่ได้เชื่อจริง ๆ หรอกใช่ไหม
และก่อนอิ้งเยว่จะคิดไปเองมากเกินกว่านี้โจวหมิงที่มองสาวใช้สองคนนิ่งพลันเอ่ยขึ้นมา
“เธอบอกว่าคุณนายน้อยรังแกอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะคุณชายเล็ก”
“แถมยังรังแกทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดด้วย”
“ใช่ค่ะ ฉันเป็นพยานให้ได้ จู่ ๆ คุณนายน้อยก็เดินดุ่ม ๆเข้ามาในห้องครัวแล้วลงไม้ลงมือกับเพื่อนดิฉัน”
สาวใช้อีกคนเอ่ยสนับสนุนเพื่อนเต็มที่
คุณชายน้อยถามย้ำถึงขนาดนี้จะต้องเชื่อคำพูดของพวกเธอแล้วแน่ ๆ และพอคิดว่าหลังจากนี้คุณชายจะไปจัดการคุณนายน้อยยังไงแววตาสาวใช้พลันทอประกายขึ้นมา
“ในเมื่อพวกเธอรู้สึกไม่ยุติธรรมที่ถูกรังแก งั้นก็ออกจากตระกูลโจวไปเถอะ”
