ตอนที่ 6 ความสับสน
“คิดออกหรือยังว่าอยากทำอะไร”
“ยังคิดไม่ออกเลยคุณช่วยฉันคิดหน่อยได้ไหม?”
หลังมื้ออาหารทั้งสองคนเดินมาหย่อนตัวนั่งในห้องนั่งเล่น อิ้งเยว่นั่งเล่นบนโซฟาในขณะที่โจวหมิงกำลังก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้าม
“คนทำเป็นเธอจะให้ฉันช่วยคิดได้ยังไง ต้องเป็นสิ่งที่เธอต้องการอยากจะทำจริง ๆ ถึงจะดี”
หญิงสาวเอนตัว ใช้มือเท้าคางจ้องมองสามีในนามของตัวเอง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย แววตาเผยแววซุกซน
ทำไมโจวหมิงตรงหน้ากับโจวหมิงที่ได้อ่านผ่านตัวอักษรถึงแตกต่างกันมากถึงขนาดนี้นะ ไม่เพียงเอ่ยปากปกป้อง ยอมทำตามคำขอ แต่ยังใส่ใจไปจนถึงสิ่งที่เธอต้องการจริง ๆ อีกด้วย
แตกต่างจากในหนังสือซึ่งอธิบายเอาไว้ว่า โจวหมิงมักจะเย็นชากับภรรยาแต่งแทนอย่างอิ้งเยว่เสมอ
“มองหน้าฉันไปก็ไม่ได้ทำให้นึกออกหรอกนะ”
“รู้ แต่สามีหน้าตาดีขนาดนี้ไม่มองให้เยอะ ๆ หน่อยคงรู้สึกเสียดายแย่”
มือซึ่งถือเอกสารอยู่ถึงกับชะงักกึก นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองใบหน้าประดับรอยยิ้มน้อย ๆ ของอิ้งเยว่ ก่อนจะกระแอมไอออกมาเล็กน้อย
“เธอคิดได้เมื่อไรค่อยบอกฉันแล้วกัน ไม่ต้องรีบ ใช้เวลาคิดได้นานเท่าที่เธอต้องการเลย”
“แล้วคุณจะไปไหนไม่นั่งทำงานต่อแล้วเหรอ” อิ้งเยว่เอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อจู่ ๆ โจวหมิงก็ลุกขึ้นยืนแถมยังไม่ยอมมองหน้ากันอีก
“นี่ดึกมากแล้วฉันว่าจะไปนอน”
“...” อิ้งเยว่มองตามหลัง
คุณนอนเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? ยังไม่ถึงสามทุ่มเลยนะ!!
แต่ก็ช่างเถอะบางทีวันนี้เขาอาจจะเหนื่อยจากการทำงานมากกว่าปกติก็ได้
อิ้งเยว่ที่ถูกทิ้งไว้คนเดียวในห้องนั่งเล่น ไถลตัวลงนอนบนโซฟาหยิบหมอนอิงขึ้นมากอดเงยหน้ามองเพดาน ปล่อยความคิดล่องลอยไปเรื่อย ๆ พลางคิดว่าจะทำอะไรดี
...
กลางดึกคืนเดียวกัน
คุณชายเล็กตระกูลโจวมองใบหน้ายามหลับของภรรยาที่ตัวเองพึ่งแต่งเข้ามาได้ไม่นาน
การแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากความรักแต่เกิดจากภาพจำในส่วนลึกของจิตใจ เพียงแค่เห็นว่าเธอมีท่าทางคล้ายใครอีกคน ประจวบกับที่บ้านรบเร้าให้แต่งงาน โจวหมิงจึงตัดใจแต่งงานกับอิ้งเยว่ด้วยใจรู้ดีว่าไม่ว่าจะรอคนในใจมากแค่ไหนเธอก็คงจะไม่กลับมา
ตอนแรกเขาคิดแค่ว่า แต่ง ๆ เข้ามาก็พอแล้วถึงจะมอบความรักให้ไม่ได้ อย่างน้อยก็จะพยายามทำหน้าที่สามีให้ดีไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
อย่างไรเธอก็คงจะเป็นแค่หญิงสาวชาวบ้านธรรมดาที่ยอมตกลงแต่งงานกับเขาเพราะหวังในอำนาจของตระกูลเหมือนคนอื่น ๆ
ถึงอย่างนั้นก็ยังดีกว่าผู้หญิงคนอื่นหน่อยในจุดที่มีส่วนคล้ายรักแรกของเขา เวลามองหน้าโจวหมิงจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดเท่าไร
ไม่คิดเลยว่าเวลาเพียงไม่กี่วันหลังแต่งงานเธอที่เขาวางไว้ในตำแหน่ง กลุ่มคนที่ชื่นชอบในอำนาจตระกูลโจว จะถูกจับแยกออกมาแถมหลังจับแยกออกมาจากกลุ่มนั้นแล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะวางลงไปในกลุ่มไหนดี
เขาที่สับสนกับท่าทีแปลกไปจากเดิมของอิ้งเยว่ทำให้บางครั้งทำตัวไม่ถูกเวลาแววตาคู่นั้นมองมา แววตาที่บางครั้งไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่
แต่สิ่งที่รู้แน่ชัดคือ แววตานั้นไร้ซึ่งความละโมบอย่างที่เคยเป็น แถมยังไม่มีนัยกระหายอยากอย่างก่อนหน้านี้
อีกทั้ง...โจวหมิงมองแขนของตนที่วันนี้พึ่งถูกภรรยาตัวน้อยโอบกอด ฝ่ามือหนายกขึ้นสัมผัสเบา ๆ
อ้อมกอดที่ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่นั้นกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด ไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงเหมือนก่อนหน้านี้
แล้วไหนจะความประพฤติของเธอในวันนี้อีก
เขายอมรับว่าหลังได้ยินเสียงพูดคุยในครัว อิ้งเยว่จะต้องอาละวาดไม่ก็ใช้คำพูดรุนแรงกับสาวใช้สองคนในครัวอย่างแน่นอน แต่เธอกลับไม่ทำนั้น
แม้จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกไม่พอใจในน้ำเสียงแต่ทุกคำที่ออกจากปากกลับมีเหตุมีผลอยู่ในตัวของมัน
“เธอทำอะไรกับฉันกันแน่”
ทำไมบางครั้งถึงได้ทำให้เขาสนใจ และทุกครั้งที่หันสายตามองจะเห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ มุมปากและแววตาเป็นประกายอ่อนโยนอยู่เสมอ
ช่างแตกต่างจากอิ้งเยว่ที่เขารู้จักก่อนจะแต่งงานราวกับเป็นคนละคน
แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่พอใจต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ กลับกันโจวหมิงรู้สึกว่าเธอที่แววตาไม่แสดงความโลภออกมาน่ามองไม่น้อยเลยจริง ๆ
“อื้อออ..”
โจวหมิงมองใบหน้ายามหลับของภรรยาจนความคิดล่องลอยไปได้ ครั้นได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวสติถึงถูกดึงกลับมา
มองใบหน้ายามหลับของภรรยาอีกครั้ง เปลือกตาปิดสนิท ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ
เขาจ้องมองเธออยู่อย่างนั้นชั่วขณะก่อนจะโน้มตัวเข้าใกล้สอดแขนข้างหนึ่งใต้ข้อพับแขนทั้งสองข้าง แขนอีกข้างลอดผ่านใต้ข้อพับขายกตัวขึ้นมา
“อื้อออ” อิ้งเยว่ส่งเสียงครางเบาอีกครั้ง ขยับตัวเล็กน้อย เบียดร่างเล็กเข้าหาความอบอุ่นก่อนจะนิ่งไป
นัยน์ตาดำขลับหดเล็กแคบจ้องมองใบหน้าซุกซบอยู่บนหน้าอก ลมหายใจเข้าออกพลันยาวขึ้นชั่วขณะ
...
แสงแดดลอดผ่านผ้าม่านสีขาวสะอาดตา ส่องเข้ามายังร่างบนเตียงหลังใหญ่
อิ้งเยว่ขยับกายหลบหลีกแสงแยงตา พลิกกายหนีแสงรบกวน มือข้างหนึ่งยกขึ้นควานหาบางอย่างเข้ามากอด แต่กลับไม่พบสิ่งใดเลย
หมอนข้างของเธอไปไหนแล้ว
หัวคิ้วงามขมวดเข้าหากันเมื่อไม่ได้ดั่งใจ เปลือกตาเปิดขึ้นเพื่อมองหาสิ่งที่ต้องการ ก่อนจะพบว่าภาพที่เห็นตรงหน้าแตกต่างไปจากเดิม
หญิงสาวกะพริบตาเพิ่มสองสามครั้งสติที่ยังกลับมาไม่เต็มที่นักพลันแจ่มชัดขึ้นมา
จริงสิห้องนี้ไม่ใช่ห้องนอนของเธอนี่นาจะไปมีของอย่างหมอนข้างได้ยังไง
อิ้งเยว่ที่ได้สติหยัดตัวลุกขึ้นนั่ง ในเมื่อตื่นแล้วเธอก็ไม่สะดวกที่จะหลับตานอนอีกครั้งหนึ่ง แต่พอลุกขึ้นนั่งกลับพบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
เมื่อคืนไม่ใช่ว่าผล็อยหลับไปบนโซฟาเหรอ ทำไมถึงตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนได้
“คุณนายน้อยตื่นแล้วเหรอคะ” เสียงสาวใช้ดังขึ้นนอกประตูห้อง อิ้งเยว่มองอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยตอบ
“ตื่นแล้ว”
“ฉันจะมาแจ้งว่าอีกหนึ่งชั่วโมงจะถึงเวลากินข้าวเช้าแล้วส่วนคุณชายน้อยรออยู่ข้างล่างแล้วค่ะ”
โจวหมิงรออยู่ข้างล่าง?
อิ้งเยว่ที่ยังปะติดปะต่อเรื่องราวอะไรไม่ได้มากนักเอ่ยถามขึ้นมาอีกว่า “เมื่อคืนใครเป็นคนพาฉันขึ้นมาบนห้องเหรอ”
“เป็นคุณชายสามค่ะ”
คำตอบของสาวใช้ทำอิ้งเยว่สตั้นไปหลายวินาที
