ตอนที่ 3 แสดงอำนาจ
“มีอะไรเหรอ?”
คำถามเรียบง่ายแต่กลับสะท้อนความรู้สึกของคนเอ่ยได้เป็นอย่างดี
โจวหมิงมองผู้หญิงตรงหน้า แววตาเผยความประหลาดใจระคนสงสัยออกมาเล็กน้อย แต่ไม่นานความรู้สึกนั้นก็หายไป
“จากนี้คิดจะทำอะไร”
“ทำอะไร หมายถึงอะไร”
“เธอจะใช้ชีวิตในตระกูลโจวแบบไหน มีอะไรอยากทำหรือเปล่า”
อิ้งเยว่เลิกคิ้วประหลาดใจ
ผู้ชายคนนี้กำลังถามความต้องการของเธออยู่อย่างนั้นเหรอ
น่าแปลกใจแฮะ ตามเนื้อเรื่องในนิยายโจวหมิงแม้จะเรียกไม่ได้ว่าเย็นชาจนถึงที่สุดแต่ก็ไม่เคยถามความต้องการของอิ้งเยว่เลยสักครั้ง เขาจะทำหน้าที่สามีแค่ผิวเผิน พบหน้ากันเฉพาะในเวลาจำเป็น
เรื่องการอย่างถามว่า เธอคิดจะทำอะไร อยากทำอะไรหรือเปล่า ไม่เคยมีปรากฏในนิยายสักประโยค
คงไม่ใช่เธออ่านเนื้อหายในนิยายตกหล่นไปใช่ไหม? แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้นะ
ถึงในใจจะมีคำถามมากมายแต่คนถูกถามกลับเอ่ยขึ้นมาว่า “ไม่รู้สิ ยังไม่ได้คิด ไว้คิดออกแล้วบอกทีหลังได้ไหม”
โจวหมิงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ อิ้งเยว่เห็นแล้วพลันเกิดความคิดว่า
ว่าแล้วเชียว ที่ถามก็แค่ถามไปอย่างนั้นสินะ ใจจริงคงไม่ได้อยากรู้หรืออยากได้คำตอบอะไรเท่าไร
ทว่าก่อนที่เธอจะเอ่ยปากบอกว่าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร โจวหมิงกลับเอ่ยขึ้นมาว่า
“ได้ ไว้เธอมีสิ่งที่อยากทำเมื่อไรก็ฝากคนแจ้งฉันมาแล้วกัน หรือจะรอบอกด้วยตัวเองตอนเย็นก็ได้”
ตอนเย็น? หมายความว่ายังไง
“มีอะไรเหรอ” โจวหมิงเอ่ยถามหลังเห็นแววไม่เข้าใจในดวงตาจึงเอ่ยถาม
“ที่บอกว่าตอนเย็นหมายความว่านายจะมากินข้าวที่เรือนเล็กเหรอ”
ตระกูลโจวมีธรรมเนียมกินข้าวพร้อมกันตอนเช้า ส่วนตอนเย็นทุกคนไม่จำเป็นต้องมากินข้าวที่เรือนหลัก แต่ละครอบครัวสามารถแยกกินที่เรือนส่วนตัวของตัวเองได้ อิ้งเยว่ถึงได้เอ่ยถามออกมาอย่างนั้น
“มีภรรยาแล้วก็ต้องกลับมากินข้าวที่บ้านสิ จะปล่อยให้ภรรยากินข้าวคนเดียวได้ยังไง”
เดี๋ยวสิ ในนิยายนายปล่อยให้อิ้งเยว่กินข้าวคนเดียวตลอดเลยนะ ถ้าไม่ใช่โอกาสพิเศษอย่างวันเกิดหรือเทศกาล นายแทบจะไม่กลับมากินข้าวที่บ้านด้วยซ้ำ เอาแต่อ้างว่างานยุ่งอยู่ตลอด
“ทำไมเหรอ”
“ปะ...เปล่า มีอะไรอยากกินเป็นพิเศษไหมฉันจะให้สาวใช้เตรียมให้”
“ทำของที่เธอชอบก็ได้ ฉันไปนะยังมีงานที่ต้องทำอีกเยอะ”
แล้วเขาก็เดินจากไปไม่รอคำตอบรับจากอิ้งเยว่
หญิงสาวมองตามหลังโจวหมิงที่ค่อย ๆ เล็กลงเรื่อย ๆ อย่างไม่เข้าใจ
เกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายคนนี้กัน?
ถึงอย่างนั้นก็เลือกละทิ้งความสงสัยนั้นไปก่อน ไว้ถึงเวลาเดี๋ยวก็รู้เองว่าเขาทำไปเพราะอะไรกันแน่ ก่อนอื่นขอกลับไปเอนกายนอนพักที่เรือนแยกของตนเองก่อนแล้วกัน
อิ้งเยว่กลับมาแล้วเอนหลังนอนอย่างที่พูดจริง ๆ หลังนอนพักจนพอใจแล้วถึงลืมตามองเพดานอย่างเหม่อลอย
เข้ามาอยู่ในโลกนี้แล้วก็ควรใช้ชีวิตให้ดีจะได้มีชีวิตต่อไปอีกหลายสิบปีหน่อย และอย่างน้อยก็ควรสร้างอะไรไว้บ้างตระกูลโจวจะได้หาคำพูดมาว่าเธอเป็นสะใภ้ไม่ได้เรื่องไม่ได้
“แล้วจะทำอะไรดีนะ...”
อิ้งเยว่นอนคิดทั้งบ่ายแต่ก็คิดไม่ออก คิดจนกระทั่งพระอาทิตย์เกือบจะตกดินถึงได้เลิกคิด เด้งตัวขึ้นเดินไปยังห้องครัว
ถ้าตามเวลาเลิกงานปกติแล้วกว่าโจวหมิงจะกลับมากคงเหลือเวลาประมาณสองเกือบสามชั่วโมง จึงคิดเดินไปบอกสาวใช้ให้เตรียมข้าวเย็น
ใครจะไปคิดว่าจะบังเอิญมาได้ยินเรื่องสนุก ๆ เข้าเสียได้
“จริง ๆ รับใช้ผู้หญิงคนนี้ก็ดีนะ วัน ๆ เธอไม่ทำอะไรแถมยังไม่ค่อยสนใจอะไรในบ้านด้วย พวกเราจึงพลอยสบาย งานที่ต้องทำก็น้อยลงอีกต่างหาก”
“นั่นสิ และต่อให้เราไม่ทำอะไรเลยก็คงพูดอะไรมากไม่ได้หรอก ไม่สิคงจะพูดอะไรไม่ได้มากกว่าสมองที่ได้รับการศึกษามาแค่ไม่กี่ปีคงคิดคำพูดอะไรมากไม่ได้”
แล้วเสียงหัวเราะชอบใจก็ดังขึ้นหลังคำพูดดูถูกจบลง
อิ้งเยว่กระตุกยิ้มมุมปาก ก้าวเข้าไปเผชิญหน้า
ถึงจะตั้งใจใช้ชีวิตสงบ ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้สาวใช้นินทากันสนุกปาก
จริงอยู่ที่เธอไม่คิดสั่งสอนสาวใช้สองคนนั้นที่นินทาเธอเมื่อเช้าเพราะรู้ว่าอีกไม่นานพวกเธอสองคนก็จะถูกไล่ออก แต่สองคนที่อยู่ในห้องครัวไม่ใช่
สองคนนี้จะยังคงอยู่ที่เรือนเล็กต่อไปจนถึงวันที่อิ้งเยว่ในนิยายถูกจับเข้าคุก
“สนุกกันมากหรือเปล่า” น้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มประดับบนใบหน้า
ใบหน้าเจ้าของคำถามเรียบเฉยมากถึงขนาดทำให้สาวใช้สองคนในห้องครัวสะดุ้งตกใจ ถึงอย่างนั้นพวกเธอก็หาได้แสดงออกถึงความหวาดกลัว
“คุณนายน้อย”
“รู้ด้วยเหรอว่าฉันคือคุณนายน้อย เห็นคุยเรื่องฉันสนุกเชียวทำเอาแทบลืมไปเลยว่าฉันหรือพวกเธอที่เป็นภรรยาโจวหมิง”
น้ำเสียงอิ้งเยว่ไม่ดังเลย แต่กลับให้ความรู้สึกคุกคามอย่างน่าประหลาด แววตาสีน้ำตาลอ่อนที่จ้องมองมาก็ราวกับต้องการสังหารทั้งสองคนให้ตาย
ถึงอย่างนั้นสาวใช้ที่คุ้นชินกับการดูถูกดูแคลนคุณนายน้อยก็ไม่ได้เผยท่าทียอมจำนนในทันที อีกฝ่ายเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า
“ฉันรู้ฐานะของตัวเองดี แต่สิ่งที่ฉันกับเพื่อนพูดออกมาก็ไม่ใช่ว่าไม่ถูกต้องสักหน่อย”
“จะบอกว่าในฐานะสาวใช้พวกเธอมีสิทธิ์วิจารณ์เจ้านาย ฉันเข้าใจถูกไหม ถ้าอย่างนั้นแล้วลองวิจารณ์โจวหมิงให้ฉันฟังหน่อยสิ ด้วยน้ำเสียงที่พวกเธอพูดถึงฉันอย่างสนุกสนานก่อนหน้านี้”
อิ้งเยว่พูดพร้อมหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ในห้องครัว เอนหลังพิงพนักพิง กอดเอวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยให้สายตาจับจ้องอยู่บนตัวสาวใช้ทั้งสอง
“...เงียบทำไมฉันอุตส่าห์ใจดีอนุญาตให้พวกเธอพูดเลยนะ”
