บทที่ 2
เย็นวันถัดมา ดันเต้กลับบ้านเร็วกว่าปกติอย่างหาได้ยาก
ตอนนั้นฉันกำลังขดตัวอยู่บนโซฟา ดูสารคดีเกี่ยวกับงานเป่าแก้วแห่งเวนิสอยู่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงกุญแจเสียบเข้ารูกุญแจหน้าประตู
มือข้างที่พันผ้าพันแผลของฉันวางอยู่บนหมอนอิง แผลน้ำร้อนลวกปวดตุบ ๆ ตามจังหวะหัวใจทุกครั้งที่เต้น
ตอนเขาเดินเข้ามา ในมือมีถุงช้อปปิ้งสีดำเงาอยู่ใบหนึ่ง
Prada
เขาวางถุงลงบนโต๊ะกลางตรงหน้าฉัน ราวกับกำลังนำของขอสงบศึกมาถวายราชินีที่ถูกตัวเองทำร้ายจนแหลกสลาย
“ให้เธอ”
น้ำเสียงของเขานุ่มกว่าปกติ ถึงขั้นเรียกได้ว่าระมัดระวัง
ฉันไม่ได้ยื่นมือไปรับ
เขานั่งลงข้างฉัน ใกล้กว่าทุกครั้งในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และฉันก็ได้กลิ่นน้ำหอมที่ยังติดอยู่บนเสื้อเชิ้ตของเขา
ครั้งนี้ไม่ใช่กลิ่นดอกซ่อนกลิ่น
แต่เป็นกลิ่นที่เข้มข้นกว่า หรูหรากว่า
Baccarat Rouge 540 ฉันจำกลิ่นนี้ได้
เพราะเมื่อสัปดาห์ก่อน เซียนน่าเพิ่งลงคลิปแกะกล่อง เธอลากขวดน้ำหอมช้า ๆ ไปตามไหปลาร้าตัวเอง พลางหัวเราะแล้วบอกว่าน้ำหอมขวดนี้ราคาเกือบห้าร้อยดอลลาร์
และตอนนี้ สามีของฉัน
เจ้าพ่อแห่งตระกูลมอเรตติ
กำลังนั่งอยู่ข้างฉันทั้งตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมของชู้รัก ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมกับยื่นของขวัญให้ฉัน
เหมือนคิดว่าแค่นี้ ก็จะลบรอยพุพองบนผิวฉันได้
ฉันเปิดถุงช้อปปิ้ง ข้างในเป็นเทียนหอมแท่งหนึ่ง
Jo Malone
ของแถมขนาดทดลองที่พนักงานมักแจกฟรีเวลาซื้อสินค้าขนาดจริง
เขาฉีดน้ำหอมของเธอ แต่กลับเอาของแถมมาฝากฉัน
“เธอไม่ชอบเหรอ”
“ก็ดีนะ”
พูดจบ ฉันวางเทียนไว้ข้าง ๆ โดยไม่แม้แต่จะมองเขา
กรามของดันเต้ขึงตึงเล็กน้อย
เขายื่นมือมาจับคางฉัน บังคับให้หันหน้าไปหาเขา
การเคลื่อนไหวแผ่วเบา เบาราวกับทุกครั้งในอดีตที่เขาทำให้ฉันใจอ่อน
“เอเลน่า เรื่องเมื่อวาน……มันค่อนข้างซับซ้อนนิดหน่อย แต่ฉันกำลังพยายามอยู่”
เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ฉัน
ลมหายใจอุ่นเฉียดผ่านขมับ นิ้วโป้งลูบแก้มฉันเบา ๆ
“อย่างน้อยเธอก็ควรให้ความร่วมมือกับฉันบ้างไหม คุยกับฉันหน่อย ตอนนี้เธอทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนอยู่ในห้องนี้เลย”
เมื่อก่อน แค่เขาใช้เสียงทุ้มต่ำแบบนี้กระซิบข้างหู หัวใจฉันก็จะเต้นผิดจังหวะทันที
ฉันจะเผลอเอนตัวเข้าหาเขาโดยไม่รู้ตัว
ปล่อยให้เขาจูบคำขอโทษลงบนริมฝีปากฉัน
ปล่อยให้มือของเขาค่อย ๆ ลูบไล้ จนฉันลืมไปเลยว่าตัวเองโกรธเรื่องอะไรอยู่
แต่ตอนนี้ มือข้างที่พันผ้าพันแผลของฉันยังคงปวดแปลบอยู่ตลอด
ฉันยังจำประตูรถที่ถูกล็อกตายได้
จำอุณหภูมิร้อนระอุในรถได้
และยังจำได้ว่า เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
“ฉันไม่ได้ทำท่าอะไรทั้งนั้น” ฉันสะบัดมือเขาออก
“ฉันแค่ดูทีวีอยู่”
“ตั้งแต่ฉันเข้าบ้านมา เธอก็ทำหน้าเย็นชาใส่ตลอด”
“ฉันเหนื่อยแล้ว” ฉันลุกขึ้น ปล่อยให้มือของเขาคว้าอากาศเปล่า
“ฉันอยากรีบเข้านอนแล้วค่ะ”
“เอเลน่า”น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำลงทันที
เป็นโทนเสียงที่อันตรายอย่างมาก
แม้แต่หัวหน้าแก๊งมาเฟียที่อายุมากกว่าเขาสองเท่า พอได้ยินน้ำเสียงแบบนี้ยังต้องหลบตา
“อย่าหันหลังเดินหนี”
ฉันหยุดอยู่ตรงประตู แล้วหันกลับไปมองเขาหนึ่งครั้ง
ถ้าเป็นเอเลน่าเมื่อก่อน ฉันคงกลัว
คงเดินกลับไปข้างโซฟาอีกครั้ง ซุกตัวในอ้อมแขนเขา แล้วพร่ำขอโทษซ้ำ ๆ จนกว่าเขาจะยอมเมตตาให้อภัย
“ราตรีสวัสดิ์ ดันเต้”ฉันไม่รอคำตอบจากเขา
ทันทีที่ฉันมุดเข้าใต้ผ้าห่ม เขาก็ตามเข้ามา
ที่นอนยวบลงเล็กน้อย
ร่างของเขาแนบเข้ากับแผ่นหลังฉัน แขนข้างหนึ่งสอดมาจากด้านหลัง โอบเอวฉันแล้วดึงทั้งตัวเข้าไปในอ้อมกอด
ริมฝีปากของเขาแตะลงที่ต้นคอฉัน
ตรงหลังใบหู เมื่อก่อน แค่เขาแตะตรงนั้น ฉันก็อดหอบเบา ๆ ไม่ได้
“เอเลน่า”เสียงของเขาแหบต่ำและหนักหน่วง
“อย่าผลักไสฉัน”
มือของเขาสอดเข้าไปใต้ชุดนอน ฝ่ามือแนบลงบนหน้าท้องฉัน นิ้วมือวางทับบนผิวอย่างเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าของ
อุ่น คุ้นเคย เหมือนครั้งแล้วครั้งเล่าในอดีต
แต่จูบของเขาเพิ่งดำเนินไปไม่ถึงสามวินาที ฉันก็ผลักเขาออกอย่างแรง
แรงจนเขาเซถอยไปหนึ่งก้าว
เขาเอื้อมมือเปิดโคมไฟหัวเตียงทันที หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง
“นี่มันเรื้องบ้าอะไรกัน?! อย่าบอกนะว่าเธอจำไม่ได้ว่าวันนี้วันสำคัญอะไร”
ฉันกับดันเต้พยายามมีลูกมาตลอด
แทบทุกเดือนในช่วงเวลาใกล้ ๆ แบบนี้ เขาจะตั้งใจมาทำ “หน้าที่”
ฉันพลิกตัวหันหลังให้เขา“ฉันเหนื่อยมาก ราตรีสวัสดิ์”
ข้ออ้างที่เขาเคยใช้ปัดฉันอย่างไม่ใส่ใจนับครั้งไม่ถ้วน ตอนนี้ถูกโยนกลับใส่หน้าเขาแบบเดิมทุกคำ จนเขาพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
เขายืนอยู่ตรงนั้น กัดฟันแน่น
ผ่านไปพักหนึ่ง ถึงได้คว้าหมอนของตัวเองขึ้นมา แล้วเดินออกไปด้วยความโมโห
ประตูห้องถูกปิดกระแทกดังลั่น
แรงจนกรอบประตูสั่นสะเทือน
ฉันรู้ว่า อีกหลายวันต่อจากนี้ เขาจะนอนไปอีกฝั่งหนึ่งของบ้าน ตรงห้องรับรองแขก
เมื่อก่อน แค่นี้ก็ทำให้ฉันพังทั้งคืนได้แล้ว
ฉันจะลืมตาจนเช้า หัวใจปวดหนึบ แล้วทบทวนซ้ำ ๆ ว่าตัวเองทำอะไรผิดกันแน่
แต่คืนนั้น
ฉันกลับหลับสบายที่สุดในรอบหลายเดือน
เช้าวันต่อมา ฉันเอ่ยปากเรียกแคทเธอรีน ผู้เป็นเจ้านายเอาไว้ตรงระเบียงทางเดินของบริษัท
“ทนายหย่าคนนั้นที่คุณพูดถึงเมื่อปีก่อน คนที่จัดการคดีของตระกูลโรมาโนน่ะ คุณยังมีช่องทางติดต่อเธอไหม”
แคทเธอรีนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
แต่เธอเป็นชาวซิซิลีรุ่นเก่า
คลุกคลีอยู่ในวงตระกูลแบบพวกเรามาถึงสามรุ่นเต็ม
เธอรู้ดีกว่าใคร ว่าคำถามไหนไม่ควรถาม
“ก่อนพักเที่ยงฉันส่งให้เธอ”
……
วันที่เก้าของการแยกห้องนอน
ในที่สุด ดันเต้ก็เริ่มเป็นฝ่ายลงมือก่อน
ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกลิ่นเบคอน
พอเดินเข้าครัว ก็เห็นเขายืนอยู่หน้าเตากำลังทำไข่คน
ผู้ชายคนนี้ คนที่ปกติแม้แต่ชิมอาหารยังมีลูกน้องทำแทน ตลอดแปดปีที่แต่งงานกันแทบไม่เคยแตะครัว กลับกำลังทำอาหารเช้าด้วยตัวเอง
ตอนฉันเดินเข้าไป เขาไม่ได้พูดอะไร
แค่เลื่อนจานมาตรงหน้าฉัน แล้วรินกาแฟดำให้หนึ่งแก้ว
เป็นรสชาติที่ฉันชอบ
สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ฉันตลอด ราวกับกำลังรอปฏิกิริยาบางอย่าง
แต่ฉันไม่ได้ให้อะไรเขาเลย
ไข่คนสุกเกินไป เนื้อสัมผัสแข็งกระด้าง
แต่ฉันก็ยังนั่งอยู่ข้างเคาน์เตอร์ครัว ค่อย ๆ กินจนหมดคนเดียว
จากนั้นก็หยิบกุญแจรถ แล้วออกจากบ้านโดยไม่พูดอะไรสักคำ
บ่ายวันนั้น โทรศัพท์ฉันสั่นหนึ่งครั้ง
มาร์โก เดอ ลูก้า มือขวาของดันเต้ส่งรูปงานหมั้นมาชุดหนึ่ง
ฉันนั่งอยู่ในออฟฟิศ เลื่อนดูทีละรูป
หอคอยแชมเปญ เค้กเจ็ดชั้น
คู่หมั้นที่กำลังยิ้มให้กล้องอย่างมีความสุข
และแทบทุกภาพ ฉากหลังล้วนมีดันเต้อยู่ในนั้น
เซียนน่าคล้องแขนเขา ยืนพิงอยู่ข้างตัวพร้อมรอยยิ้ม
ท่าทางเป็นธรรมชาติจนน่ารังเกียจ ราวกับเธอคือคุณนายมอเรตติที่แท้จริง ไม่ใช่ฉัน
จากนั้น ฉันก็เห็นเสื้อตัวนั้นบนร่างเธอ
ฉันจำได้ ผ้าแคชเมียร์สีเทาเข้ม
ตัดเย็บแบบสั่งพิเศษ
กระดุมเป็นงานเย็บมือที่ฉันเลือกเองกับมือ
นั่นคือของขวัญครบรอบห้าปีที่ฉันมอบให้ดันเต้
เมื่อเดือนก่อน ฉันยังเคยให้เขาใส่มันไปงานเลี้ยงวันเกิดพ่อฉัน
แต่เขากลับตอบอย่างรำคาญว่าเสื้อตัวนั้นหายตอนเดินทางไปนิวยอร์ก
แถมยังหงุดหงิดใส่ฉันที่ถามถึงมันสองครั้ง บอกว่าฉันประสาทเกินไป
แต่ตอนนี้ เสื้อตัวนั้นกำลังคลุมอยู่บนไหล่ของเซียนน่า
เหมือนถ้วยรางวัลที่เธอตั้งใจเอามาอวด
ฉันจ้องภาพนั้นอยู่นานมาก มองรอยยิ้มของเธอ มองมือของเขาที่วางอยู่ตรงเอวด้านหลังเธอ
จากนั้น ฉันก็แคปหน้าจอ
เปิดอินสตาแกรม
แล้วโพสต์รูปนั้นลงสตอรี่ตัวเอง
แคปชันมีเพียงประโยคเดียว“ทุกฝีเข็มของเสื้อตัวนั้น ฉันเป็นคนเลือกให้สามีตัวเองกับมือ น่าสนใจดีนะ สุดท้ายกลับไปอยู่บนตัวของสำรอง”
สามวินาทีต่อมา โทรศัพท์ฉันก็สั่นไม่หยุด
เป็นสายเรียกเข้าจากดันเต้
