บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 14 ช่วยเหลือพี่รอง

ซุนฉวนเซิ่งนึกถึงเรื่องราวเมื่อวานที่สหายมาหาที่สำนักงานพร้อมกับเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังด้วยน้ำตาไหลอาบสองแก้ม เขาทั้งรู้สึกเห็นใจและสงสารเธอเป็นอย่างมาก แต่ทว่าสิ่งที่เธอร้องขอนั้นก็ทำให้เขาลำบากใจมาจนถึงตอนนี้

“ก็เพราะว่าที่สามีของเธอเป็นผู้ชายฐานะดี อายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อของเธอน่ะสิ”พูดจบก็มีสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่

พอเห็นสีหน้าของพี่ชายเป็นเช่นนี้ยิ่งเพิ่มความอยากรู้อยากเห็นของซุนจือหลินให้มากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว “แล้วเธอมาขอให้พี่ช่วยอะไรเหรอคะ?”

“เธอไม่อยากแต่งออกไปกับเศรษฐีคนนั้น เลยมาขอให้พี่ช่วย…”

ซุนฉวนเซิ่งเหลือบมองน้องสาวที่กำลังมองมาที่เขาด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็นจากนั้นจึงเริ่มเล่าต่อไปว่า

“ช่วยแต่งงานกับเธออย่างไรเล่า ยอมรับตามตรงว่าเดิมทีพี่กับฉินซีอิ๋งก็มีความรู้สึกดี ๆ ให้กันที่มากกว่าสหายอยู่แล้ว แต่ระยะหลังที่เธอตีตัวออกห่าง พี่จึงเข้าใจว่าเธอคงมีคนรักแล้วจึงไม่ได้เก็บเรื่องพวกนี้มาใส่ใจอีก”

เขารู้สึกกับฉินซีอิ๋งมากกว่าสหายก็จริง ในตอนนั้นเขามั่นใจว่าฉินซีอิ๋งก็รู้สึกไม่ต่างกันเพียงแต่คำว่า สหาย ที่คั่นกลางอยู่จึงทำให้ทั้งคู่ไม่กล้าพูดออกมาตรง ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงยืนอยู่เคียงข้างกันเสมอโดยไม่มีใครกล้าพูดเรื่องพวกนี้ขึ้นมาก่อน จนถึงตอนนี้เขาเองก็ยังรู้สึกเช่นนั้นกับเธออยู่เพียงแค่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ ต่อหน้าเธอก็เท่านั้น

ทว่าแม้จะรู้สึกดีแต่ก็ไม่ถึงกับรักใคร่ ทั้งสองคนในตอนนั้นอายุเพียงไม่เท่าไหร่ เรื่องรักใคร่แบบหนุ่มสาวจึงค่อนข้างเป็นเรื่องไกลตัวอยู่บ้าง

นั่นจึงทำให้ช่วงหนึ่งที่เธอหายไปเขาจึงไม่ได้ทำตัวสนิทสนมกับเธอเหมือนเช่นเมื่อก่อน เพราะคิดว่าเธอคงมีคนที่รักชอบหรือกำลังคบหาดูใจแล้ว เขาที่เป็นถึงลูกชายผู้นำหมู่บ้านต่อให้วันหนึ่งเกิดรู้สึกรักหญิงสาวสักคนมากแค่ไหน หากมันไม่ถูกต้องก็จำต้องฝังเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ให้ดี

เรื่องผิดศีลธรรมเช่นนี้คือหนึ่งในข้อห้ามของคนบ้านซุน

ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นเขาพึ่งมารู้เมื่อวานนี้เองว่าที่ก่อนหน้านี้ฉินซีอิ๋งหายไปเพราะรู้สึกว่าตนเองไม่คู่ควรจึงไม่อยากให้ความรู้สึกถลำลึกไปมากกว่านี้ เธอค่อนข้างเจียมตัวมากทีเดียวในความรู้สึกของซุนฉวนเซิ่ง

แต่เมื่อวานที่หญิงสาวตัดสินใจร้องขอเรื่องเหล่านั้นกับเขาเพราะจนมุมแล้วจริง ๆ เธอยอมรับออกมาตามตรงว่านั่นคือความเห็นแก่ตัวของเธอเอง แต่ก็อยากลองเสี่ยงดู เพราะการตัดสินใจครั้งนี้คือโอกาสสุดท้ายของชีวิตเธอต่อจากนี้

สำหรับผู้หญิงอนาคตตลอดจนชั่วชีวิตจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสามีและลูกชาย ข้อนี้ซุนฉวนเซิ่งเข้าใจดี หากเธอแต่งให้กับเศรษฐีคนนั้นในฐานะเมียรอง ชีวิตของเฉินรุ่ยฟางคงไม่ได้รับความสงบสุขแน่ ๆ

แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงหากหญิงสาวคลอดลูกชายคนแรกให้กับตระกูลนั้นว่าชีวิตเธอจะกับลูกจะลำบากอย่างไร เพราะเมียเอกที่แต่งเข้ามาก่อนหลายปีคงไม่มีทางยอมให้ชีวิตเธอมีความสุขอย่างแน่นอน

แต่หากว่าเธอแต่งให้กับเขาที่เป็นลูกชายผู้นำหมู่บ้านทั้งยังสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก ชีวิตเธอก็จะต่างออกไปจากเส้นทางชีวิตนั้นอย่างสิ้นเชิง

“แล้วตอนนี้พี่ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับเธอแล้วเหรอ?”

ซุนฉวนเซิ่งถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะตอบน้องสาวออกไปตามตรงว่า “จือจือ ต่อให้พี่บอกว่าพี่รักเธอแต่เวลาแค่สิบห้าวันพี่จะหาสินสอดตั้งห้าร้อยหยวนมาจากไหนกัน ถึงบ้านเราจะไม่ได้ลำบากแต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยขนาดนั้นน้องก็รู้ไม่ใช่เหรอ”

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เขาคิดไม่ตก เดิมทีเขายังชอบพอฉินซีอิ๋งอยู่บ้าง การแต่งหญิงสาวเข้าบ้านแน่นอนว่าไม่ใช่ปัญหา

แต่แก่นของเรื่องนี้แท้จริงแล้วคือ ครอบครัวเธอต้องการเงินสินสอดจำนวนห้าร้อยหยวน เพื่อนำไปให้ลูกชายคนโตของบ้านแต่งภรรยาที่เป็นคนเมืองอีกที และอีกอย่างคือกำหนดการแต่งงานของเธอคืออีกสิบห้าวันต่อจากนี้

ซึ่งเขาลองถามแม่ดูแล้วว่าตอนนี้บ้านเรามีเงินอยู่เพียงหกร้อยกว่าหยวนซึ่งหากเขานำเงินนี้มาแต่งภรรยา นั่นก็หมายความว่าต่อจากนี้ทุกคนในบ้านจะต้องมีชีวิตอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ยไม่น้อย เขาไม่อาจทำเรื่องเห็นแก่ตัวเช่นนั้นได้

ซุนจือหลินฟังพี่ชายเงียบ ๆ แล้วคิดตาม เธอพยักหน้าขึ้นลงสองสามครั้งเมื่อเริ่มทำความเข้าใจกับเรื่องของพี่ชายได้บ้างแล้ว

“แต่ฉันว่ามันก็พอมีวิธีอยู่นะคะ”

“อย่าล้อพี่เล่นหน่อยเลย”มือหนาจับลงบนหัวทุยของน้องสาวแล้วออกแรงโยกไปมา ซุนฉวนเซิ่งไม่ค่อยอยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินเท่าไหร่ เพราะตอนนี้เขาเองที่เกิดก่อนเธอยังไม่สามารถมองหาวิธีไหนได้เลย แล้วน้องน้อยของเขาจะทำได้อย่างนั้นหรือ ตอนนี้เขาก็พอเข้าใจด้ว่าน้องสาวคงอยากปลอบใจเขาก็เท่านั้น

“เดี๋ยวเย็นนี้กลับบ้านค่อยคุยกันดีกว่า ตอนนี้เราทำงานกันเถอะ”เสียงใสกล่าวตัดบทพี่สาย ก่อนจะยิ้มกว้างด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ เพียงเท่านั้นก็เป็นฝ่ายเดินนำหน้าพี่ชายเข้าไปทำงานก่อน

ซุนฉวนเซิ่งมองด้านหลังของน้องสาวที่หายลับเข้าไปในสำนักงาน พลันเสียงถอนหายใจหนักหน่วงดังขึ้นอีกครั้งเพราะเขายังคิดไม่ตกเกี่ยวกับเรื่อง ความรู้สึกอึดอัดราวกับมีของหนัก ๆ มากดทับเอาไว้ทำให้เขารู้สึกไม่เป็นตัวเอง

ทุกครั้งที่หลับตาเขาจะเห็นเพียงแววตาอ้อนวอน พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มของฉินซีอิ๋งเสมอ หากจะช่วยเธอเขาคงเป็นคนที่ดูเห็นแก่ตัวไม่น้อย แต่หากตัดใจไม่ช่วยเธอเลยเขาก็ทำไม่ลงเสียทีเดียว

ตลอดการทำงานทั้งวันนี้ซุนฉวนเซิ่งจึงเงียบขรึมกว่าทุกวัน ชายหนุ่มเดิมที่มักจะขี้เล่น ใบหน้ามีรอยยิ้มปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ แต่วันนี้ไม่พูดคุยหยอกล้อกับสหายในสำนักงานแม้เพียงครึ่งคำ ทั้งคิ้วเข้มหนายังขมวดเข้าหากันจนเป็นปมแน่น

เห็นพี่ชายเป็นเช่นนี้ซุนจือหลินอดเป็นห่วงอีกฝ่ายไม่ได้จริง ๆ เธอคิดหาทางช่วยเขาเอาไว้แล้ว แต่เรื่องนี้คงต้องกลับไปคุยกันที่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตา หากไม่ทำเช่นนั้นต่อไปอาจจะเกิดปัญหาตามมาก็เป็นได้

กระทั่งช่วงบ่ายสองพี่น้องสกุลซุนนั้นมีสีหน้าไม่ต่างกัน เพียงแต่คนพี่กำลังเคร่งเครียดกับเรื่องของสหายสนิท ส่วนคนน้องกำลังนับเวลาถอยหลังอย่างตั้งใจ เธออยากให้ถึงเวลากลับบ้านโดยเร็วเพื่อที่จะได้ทำทุกอย่างให้เรียบร้อย พี่รองจะได้ไม่มีสีหน้าอมทุกข์ต่อไปอีก

ยอมรับตามตรงว่าทุกครั้งที่หันไปเจอสีหน้าพี่รองตลอดทั้งวันนั้นอดทำให้เธอเครียดไปด้วยไม่ได้จริง ๆ

ตกเย็นในวันเดียวกันซุนฉวนเซิ่งถูกน้องสาวลากแขนออกจากสำนักงานทันทีที่ถึงเวลากลับบ้านสองพี่น้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามกันมาอย่างรีบร้อน เรียกความสนใจให้กับชาวบ้านที่พบเห็นเป็นอย่างมาก แต่ซุนจือหลินไม่ได้สนใจเท่าใดนัก เธอยังคงลากแขนพี่รองกลับบ้านด้วยฝีเท้าว่องไวกว่าทุกวัน

หลังมื้อเย็นจบลงสมาชิกในบ้านก็มารวมตัวกันที่เดิมอีกครั้งตามคำร้องขอของลูกสาวคนเล็กอย่างซุนจือหลิน

เมื่อทุกคนประจำที่ของตนเองพร้อมแล้ว เธอจึงสะกิดพี่รองให้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดระหว่างเขากับสหายให้ทุกคนได้ฟังอย่างละเอียด และก็เป็นไปตามคาด พ่อกับแม่ของพวกเราย่อมถามความสมัครใจของลูกชายก่อนเสมอ ทุกคนไม่ขัดข้องเรื่องที่ซุนฉวนเซิ่งจะแต่งสะใภ้จากตระกูลฉินเข้ามา

ทว่าจำนวนค่าสินสอดนั้นทำเอาอู๋สุ่ยหลิงยิ้มเจื่อนขึ้นมาในทันที ผู้เป็นแม่บอกสถานการณ์ทางการเงินของที่บ้านให้กับทุกคนฟัง ก่อนจะหันไปถามความเห็นของลูกชายคนรอง “แม่มีเงินให้ลูกสำหรับแต่งภรรยา แต่ต้องถามฝั่งนั้นอีกทีว่าเราสามารถจัดงานเล็กหน่อยได้หรือไม่? ”

ซุนฉวนเซิ่งเข้าใจดีว่าถึงแม้จะมีเงินเพียงพอสำหรับสินสอด แต่การแต่งงานนั้นมีค่าใช้จ่ายมากกว่านั้น ทั้งค่าจัดงาน ของใช้ในห้องหอของบ่าวสาวก็ต้องซื้อหา นั่นก็นับว่าเป็นเงินไม่น้อยแล้ว

เห็นเช่นนั้นซุนจือหลินยิ่งรู้สึกอยากช่วยเหลือทุกคนยิ่งขึ้น ครอบครัวของเธออบอุ่นขนาดนี้ ชาติก่อนเธอเป็นคนอย่างไรกันนะถึงได้ไม่แม้แต่จะสนใจพวกเขาได้ ทั้งที่เธอเป็นคนที่ได้รับความรักจากทุกคนมากที่สุดเลยด้วยซ้ำ

“หนูมีวิธีช่วยพี่รองค่ะ” ทันทีที่หญิงสาวพูดจบ ทุกคนหันมามองเธอเป็นตาเดียว สายตาเหล่านี้ซุนจือหลินรู้ดีว่าพวกเขาไม่ค่อยอยากจะเชื่อเธอเท่าไหร่

เป็นเช่นนี้แล้วหญิงสาวจึงตัดสินใจได้ในทันที ก่อนจะเริ่มเปิดปากพูดความลับของตนเองออกมาอย่างใจเย็น พลางลอบสังเกตการณ์ตอบสนองของทุกคนไปด้วยเป็นระยะ

“นี่ลูกพูดถึงเทพเซียนอย่างนั้นเหรอ?”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel