บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 พบกันอีกครั้งบนภูเขาอู้ซาน

หลายชั่วยามต่อมา เซี่ยอวิ๋นหลัวก็พบว่าการออกจากภูเขาอู้ซานไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อนางเดินกลับมาถึงต้นสนเก่าแก่ข้างทางแยกเป็นครั้งที่สาม ฝีเท้าก็หยุดลง

ต้นสนต้นเดิม ทางแยกเดิม แม้แต่ก้อนหินรูปร่างประหลาดข้างรากไม้ก็ยังเป็นก้อนเดิม

นางกลับมาที่นี่อีกแล้ว ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินมาตลอดทั้งวันถาโถมเข้าสู่ร่างกาย ขาทั้งสองข้างปวดเมื่อย บาดแผลยังไม่หายสนิท เรี่ยวแรงค่อยๆ ลดน้อยลง

ถึงตอนนี้ ต่อให้ไม่อยากยอมรับก็ต้องยอมรับแล้วว่า…นางหลงทางอยู่กลางภูเขาอย่างสมบูรณ์

ตลอดทั้งวัน เซี่ยอวิ๋นหลัวเดินวนเวียนอยู่ในบริเวณเดิมโดยไม่รู้ตัว เสบียงที่เสิ่นชิงเตรียมให้ยังเหลืออยู่จึงยังไม่ต้องกังวลเรื่องอาหาร สิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่าคือหมอกรอบตัวซึ่งหนาแน่นขึ้นทุกที

ก่อนหน้านี้นางยังพอมองเห็นเส้นทาง แต่ยามนี้แม้แต่ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลก็เห็นเพียงเงาเลือนราง นับประสาอะไรกับทางลงเขา

ตอนออกจากเรือนของเสิ่นชิง ทุกอย่างยังเป็นไปอย่างราบรื่น นางเดินตามทิศทางที่อีกฝ่ายบอกมาตลอด ทว่าเมื่อเดินลึกเข้ามา หมอกกลับยิ่งหนา เส้นทางบนภูเขาแตกแขนงเป็นทางแยกมากมาย แต่ละสายคล้ายคลึงกันไปหมด

ยิ่งเซี่ยอวิ๋นหลัวเองก็ไม่ใช่คนที่จดจำทิศทางเก่งนัก เพียงเลือกผิดไม่กี่ครั้ง นางก็หลุดออกจากเส้นทางเดิมโดยไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ว่าหลง ก็หาทางย้อนกลับไม่ได้เสียแล้ว

ยามนี้แสงบนท้องฟ้าค่อยๆ จางลง เมื่อไม่กี่วันก่อน นางได้รับบาดเจ็บสาหัสและหมดสติอยู่บนภูเขาแห่งนี้ วันนี้เพิ่งออกเดินทางครั้งแรก ก็กลับมาหลงอยู่ที่เดิมอีก เซี่ยอวิ๋นหลัวมองแสงสุดท้ายของวันเลือนหายไปหลังม่านหมอก หัวใจก็ค่อยๆ หนักอึ้งตามไปด้วย

นางเดินต่อไม่ไหว จึงทรุดตัวนั่งพิงต้นไม้ใหญ่ ไอน้ำบนเปลือกไม้ซึมผ่านอาภรณ์จนแผ่นหลังเย็นชื้น แต่ยามนี้นางไม่มีแก่ใจจะใส่ใจ

ฟ้ามืดถึงเพียงนี้แล้ว ย่อมไม่อาจฝืนเดินทางต่อได้ หากคิดถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สุด นางคงต้องหาที่หลบลมบนภูเขาแห่งนี้สักแห่ง ค้างแรมให้ผ่านหนึ่งคืน แล้วรอจนฟ้าสางค่อยออกเดินทางอีกครั้ง

ขณะกำลังคิดเช่นนั้น หางตาพลันเห็นบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางม่านหมอก เซี่ยอวิ๋นหลัวเพ่งมอง คล้ายว่าจะเป็นเงาของคนผู้หนึ่ง

หรือจะเป็นพรานบนภูเขา?

นางยกมือแตะมีดสั้นที่เสิ่นชิงให้ไว้โดยสัญชาตญาณ ก่อนยันกายลุกขึ้นอย่างระมัดระวังแล้วเดินเข้าไปหา

ยิ่งเข้าใกล้ เงาร่างนั้นก็ยิ่งชัดเจน ไม่ใช่พราน แต่เป็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง เขาสวมอาภรณ์เนื้อดี ท่าทางและการแต่งกายล้วนไม่เหมือนชาวบ้านธรรมดา

เซี่ยอวิ๋นหลัวอดคาดเดาไม่ได้ว่า คงเป็นคุณชายจากตระกูลมั่งคั่งที่ขึ้นมาเที่ยวเล่นบนภูเขาแล้วพลัดหลงกับบ่าวรับใช้กระมัง ถึงอย่างนั้น อย่างน้อยก็เป็นคน นางจึงลองเอ่ยถาม

“คุณชาย ท่านรู้หรือไม่ว่าต้องไปทางใดจึงจะลงจากภูเขาได้?”

แม้จะถามออกไป แต่เซี่ยอวิ๋นหลัวไม่ได้หวังคำตอบมากนัก ดูจากการแต่งกายของเขาแล้ว เกรงว่าจะเป็นคนดวงตกที่หลงทางอยู่บนภูเขาไม่ต่างจากนางเสียมากกว่า

ทว่าเมื่อได้ยินเสียง บุรุษผู้นั้นกลับชะงัก ก่อนหันมาตามเสียง ทันทีที่สายตาของเขาตกกระทบใบหน้าของนาง ร่างทั้งร่างก็แข็งค้างอยู่กับที่ ดวงตาคู่นั้นจับจ้องนางนิ่ง ราวกับไม่เชื่อสิ่งที่กำลังเห็น ริมฝีปากขยับเล็กน้อย ครู่หนึ่งจึงเค้นชื่อออกมาจากลำคออย่างยากเย็น

“เซี่ยอวิ๋นหลัว?”

เซี่ยอวิ๋นหลัวพลันชะงัก เขารู้จักนาง ทั้งยังเรียกชื่อของนางได้อย่างถูกต้อง แต่ในความทรงจำที่เหลืออยู่ นางกลับไม่เคยเห็นบุรุษตรงหน้ามาก่อนเลย

หรือว่า...ญาติของนางออกตามหาจนมาพบแล้ว?

“ท่านรู้จักข้าหรือ?”

คำถามยังไม่ทันจางหาย บุรุษตรงหน้าก็สาวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนคว้าต้นแขนทั้งสองข้างของนางไว้แน่น สายตาของเขากวาดสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ราวกับต้องการยืนยันว่าคนตรงหน้าเป็นนางจริงๆ

เมื่อเอ่ยขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงก็สั่นอย่างเห็นได้ชัด “ในที่สุดข้าก็หาเจ้าพบ...หลายวันนี้ ข้าตามหาเจ้ามาตลอด”

ยิ่งกล่าว อารมณ์ของเขาก็ยิ่งพลุ่งพล่าน ขอบตาค่อยๆ แดงขึ้น

“เหตุใดจึงจากไปโดยไม่บอกกล่าว? ข้าน่าจะ...”

คำพูดยังไม่ทันจบ เซี่ยอวิ๋นหลัวก็ขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด แรงที่เขาใช้มากเกินไปจนกระทบบาดแผลเดิม

“เจ็บ...ท่านปล่อยข้าก่อน”

ความปวดร้าวทำให้น้ำตาเอ่อขึ้นมา เสียงนั้นราวกับดึงสติของบุรุษตรงหน้ากลับคืนมา เขารีบคลายมือออกทันที สีหน้าแข็งค้างไปเล็กน้อย

“เป็นความผิดของข้า” น้ำเสียงอ่อนลง

“กลับไปกับข้าก่อน...ได้หรือไม่?”

เซี่ยอวิ๋นหลัวกลับติดใจกับคำพูดก่อนหน้านั้นมากกว่า

จากไปโดยไม่บอกกล่าว?

หมายความว่า ก่อนเกิดเรื่อง นางเป็นฝ่ายออกมาจากที่ใดสักแห่งด้วยตนเองอย่างนั้นหรือ?

นางไม่รู้จะตอบอย่างไร ในเมื่อแม้แต่เรื่องของตนยังจำไม่ได้ สุดท้ายจึงบอกความจริงออกไป

“ข้าสูญเสียความทรงจำ”

บุรุษตรงหน้าชะงัก เซี่ยอวิ๋นหลัวกล่าวต่ออย่างขุ่นเคืองเล็กน้อย

“อีกอย่าง ตอนนี้ทั่วทั้งร่างข้ายังมีบาดแผล เมื่อครู่ท่านจับเสียแรง ทำข้าเจ็บมาก”

ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘สูญเสียความทรงจำ’ รูม่านตาของเซียวจิ้งเฉินก็หดวูบ เขานิ่งค้างราวกับถูกบางสิ่งกระแทกเข้าอย่างรุนแรง สายตาเลื่อนไปยังรอยแผลบนศีรษะของนาง

นางได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ และตอนนี้...นางจำอดีตไม่ได้แล้ว

หลายวันที่ผ่านมา เซียวจิ้งเฉินแทบไม่ได้หลับได้นอน นับตั้งแต่เซี่ยอวิ๋นหลัวหายตัวไป เขาออกตามหานางอย่างไม่ยอมหยุดพัก องครักษ์ลับทุกคนที่เรียกใช้งานได้ถูกส่งออกมาตามหาแทบพลิกภูเขาอู้ซาน แต่กลับไม่พบแม้แต่ร่องรอย ทุกคนต่างบอกว่านางอาจสิ้นชีวิตอยู่บนภูเขาแห่งนี้แล้ว

นางหายตัวไปหลายวัน ทั้งยังเป็นคนที่ไม่เคยทนต่อความลำบาก แล้วจะเอาชีวิตรอดอยู่กลางป่าเขาได้อย่างไร?

แต่ตอนนี้นางกลับยืนอยู่ตรงหน้าเขา และยังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผล และสูญเสียความทรงจำทั้งหมดไปแล้ว

เซียวจิ้งเฉินนิ่งอยู่นานจนเซี่ยอวิ๋นหลัวเริ่มหงุดหงิด เมื่อครู่เขาจับแขนนางจนเจ็บแทบตาย พอนางบอกว่าสูญเสียความทรงจำ กลับเอาแต่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จา

คนผู้นี้เป็นอะไรไปอีก?

เซี่ยอวิ๋นหลัวยกมือโบกตรงหน้าเขาสองสามครั้ง “ท่านยังได้ยินข้าพูดอยู่หรือไม่?”

เซียวจิ้งเฉินพลันได้สติกลับคืนมา ทว่าสายตาของเขายังคงจับจ้องนางไม่ยอมละ ราวกับหากคลาดสายตาเพียงชั่วครู่ นางอาจหายไปอีกครั้ง ครู่หนึ่งจึงตอบด้วยเสียงแหบแห้งเล็กน้อย

“อืม ข้ารู้จักเจ้า”

สายตาของเขาเลื่อนผ่านอาภรณ์เรียบง่ายบนร่างนาง ความสงสัยบางอย่างวาบขึ้น ก่อนถูกกดลงอย่างรวดเร็ว

เซียวจิ้งเฉินไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงกล่าวว่า “ภูเขาลูกนี้มีความผิดปกติอยู่บ้าง หากไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง คิดจะลงเขาไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าตามข้ามาเถิด”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel