กังวลใจ
สิ้นประโยคท่านหมอทั้งสามได้ทยอยเข้าจับชีพจรของนาง
“เป็นเช่นไรบ้าง”
“ร่างกายของท่านแข็งแรงดี และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องตั้งท้อง”
“เป็นดั่งที่ท่านหมอเถาว่า ร่างกายของท่านเหมาะกับการตั้งครรภ์ ไม่ได้มีปัญหาอันใด”
“แล้วท่านหมอเฉาล่ะ คิดเห็นเช่นไร”
“แม้ร่างกายของฮูหยินจะแข็งแรง แต่ถ้าหากวิตกกังวลจนร่างกายสะสมความเครียดไปเรื่อย ๆ คงเป็นเรื่องยากที่จะตั้งครรภ์ได้”
“ถ้าอย่างนั้นข้าควรทำยังไงหรือ”
“ขอเพียงฮูหยินปล่อยวางเรื่องที่กำลังกังวล อีกไม่นานคงได้มีข่าวดีแน่”
“ขอบคุณท่านหมอทั้งสาม อวี่ซู เจ้าไปส่งท่านหมอที่หน้าจวนด้วย”
“ส่วนนี่เป็นสินน้ำใจจากข้า” ว่าพร้อมยื่นถุงเงินให้พวกเขาทั้งสามคน
“ขอบคุณฮูหยิน”
คล้อยหลังท่านหมอ นางจึงนั่งจิบชาด้วยความสบายใจ หลังจากได้ยินว่าร่างกายของตนเองปกติดี ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ ความวิตกกังวลภายในใจถึงได้คลายลง นางหวังว่าอีกไม่นานนางจะได้กลายเป็นมารดาของเด็กน้อยสักหลายคนเหมือนสตรีอื่นบ้าง ความฝันของนางมีเพียงเท่านี้
“สบายใจขึ้นไหมเจ้าคะ” อวี่ซูถามเจ้านายของตนพร้อมกับนวดไหล่ให้
“ต้องขอบคุณเจ้าที่เป็นธุระให้”
“เป็นหน้าที่ของบ่าวอยู่แล้ว”
“ว่าแต่ตอนนี้ท่านโหวอยู่ที่ใด”
“เห็นสาวใช้ที่เรือนใหญ่บอกว่าท่านโหวออกไปข้างนอกเจ้าคะ”
“อย่างนั้นหรือ”
ด้วยความสงสัยที่เรือนด้านข้างถูกซ่อมแซมและตกแต่งภายในใหม่ทั้งหลัง หลังจากสอบถามบ่าวรับใช้จึงได้รู้ว่าเป็นคำสั่งของท่านโหวทำให้หญิงสาวอยากรู้ขึ้นมาว่าเหตุใดจู่ ๆ สามีนางถึงได้สั่งให้พวกเขาทำเช่นนี้
“ท่านโหวอยู่ด้านในหรือไม่” นางถามบ่าวรับใช้ที่ยืนเฝ้าหน้าห้อง
“อยู่ขอรับ ท่านโหวอยากพบฮูหยินพอดี”
“งั้นรึ” พูดจบได้เดินเข้าไปด้านในก็เห็นร่างสูงกำลังจดจ่ออยู่กับการเขียนอะไรบางอย่างลงในกระดาษ
“ฮูหยิน เจ้ามาแล้วหรือ ข้ากำลังคิดว่าจะไปหาเจ้าอยู่พอดี” พูดพร้อมกับเงยหน้าสบตาหญิงสาว
“ท่านพี่มีเรื่องใดอยากพูดกับข้าหรือเจ้าคะ”
“อันที่จริง ข้าคิดมาโดยตลอดว่าควรให้เจ้าย้ายไปอยู่ที่เรือนด้านข้างเรือนของข้า”
“หมายถึงเรือนที่กำลังซ่อมแซมอยู่น่ะหรือเจ้าคะ”
“ใช่”
“ข้าขอถามเหตุผลได้หรือไม่” ซินเหยียนถามอย่างตรงไปตรงมา นับตั้งแต่นางแต่งเข้าจวนสกุลซ่งนางกับเขานอนห้องเดียวกันมาโดยตลอดทำให้อดคิดมากไม่ได้
“เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องใดทั้งนั้น ที่ข้าให้เจ้าย้ายไปที่นั่นเพราะอีกไม่นานชวี่อิงจะกลับมา หากนางเห็นว่าพวกเราอยู่เรือนเดียวกันคงไม่ค่อยดีนัก”
“...”
“อีกอย่างข้ารู้ว่าเจ้าอยากมีเวลาส่วนตัว”
“หากท่านโหวอยากให้ข้าย้ายไปอยู่ที่นั่น ข้าจะทำตามแต่โดยดี” แม้จะเสียดายอยู่บ้างยามคิดว่าตนคงไม่สามารถได้นอนข้างกายชายหนุ่มทุกคืนเหมือนในอดีตอีกแล้ว แต่ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องผิด ตามธรรมเนียมแล้วสามีภรรยาต้องอาศัยอยู่คนละเรือน ที่ผ่านมาเขาได้ทำผิดธรรมเนียมก็เพราะนาง
“เจ้า...คงไม่ได้โกรธข้าใช่หรือไม่” ว่าพลางลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับสวมกอดร่างบางเอาไว้
“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรกัน ขอเพียงท่านโหวยังรักและเอาใจใส่ข้าเหมือนเดิมก็พอแล้วเจ้าค่ะ”
“เจ้าเป็นฮูหยินของข้า ข้าย่อมต้องรักและเอาใจใส่เจ้าอยู่แล้ว”
“ว่าแต่น้องชวี่อิงจะมาถึงเมื่อใดหรือเจ้าคะ ข้าจะได้ให้สาวใช้ทำความสะอาดเรือนที่นางเคยอยู่ให้”
“เรื่องนี้คงไม่รบกวนเจ้า ชวี่อิงชอบความสงบข้าสั่งให้หมิงเจ๋อจัดเตรียมเรือนที่อยู่ติดกับสวนดอกไม้ไว้ให้นางแล้ว”
“ท่านพี่ช่างคิดรอบคอบนัก”
ชวี่อิงเป็นญาติห่าง ๆ ทางฝ่ายมารดาของสามีนาง ในอดีตมารดาสามีเอ็นดูสตรีผู้นี้มากจนถึงขั้นคิดรับนางเป็นลูกบุญธรรม ทว่าไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น สุดท้ายแม่นางชวี่อิงยังมีศักดิ์เป็นญาติผู้น้องตามเดิม แม้ตัวนางจะรู้จักแม่นางผู้นี้จากคำบอกเล่าของท่านโหว ทว่ายังไม่เคยได้พบกันสักครา
