ตอนที่5 [อวยกันเข้าไป]
เมียแต่งไร้สถานะ
ตอนที่5
[อวยกันเข้าไป]
สองเดือนต่อมา
ในขณะที่ปริญญ์นั่งอยู่บนเตียง สองมือยกขึ้นนวดขมับไปมาเบา ๆ เพื่อผ่อนคลาย สองเดือนแล้วสินะ ที่เฝ้าติดต่อหาหญิงคนรัก ทั้งกดเบอร์ ทั้งเฟสและไลน์ ก็ยังติดต่อเธอไม่ได้ เขาเข้าไปส่องเฟสของเธอเกือบเดือนแล้วอีกเช่นกัน ที่ไม่มีการอัพเดทข้อมูลใด ๆ ทั้งที่เจนจิราชอบถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ เธอชอบถ่ายภาพสวย ๆ โพสลงโซเชียลอยู่เป็นประจำ ทว่าครั้งนี้กลับเงียบกริบอย่างผิดสังเกต จนปริญญ์รู้สึกใจหาย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธอกันแน่ สมองของปริญญ์เอาแต่ตั้งคำถามที่หนักอึ้งวนไปวนมาซ้ำ ๆ
ในขณะที่ปริญญ์นั่งจมจ่อมอยู่กับที่ เสียงอุปกรณ์สื่อสารเครื่องหรูดังกังวานขึ้น เขาเอื้อมมือหยิบมาดู เห็นเป็นเบอร์ของคุณปู่จึงกดรับสาย
“ครับ คุณปู่มีอะไรหรือเปล่าครับ”
[เจ้าปริญญ์แกอยู่ไหน] เสียงดุของเจ้าสัวเปรมแทรกเข้ามาตามสาย
“ผมอยู่เพนท์เฮ้าส์ครับคุณปู่ มีอะไรหรือเปล่าครับ”
[นี่แกลืมไปหรือไง ว่าวันนี้ต้องออกไปรับหนูรินที่สนามบิน] ประโยคของเจ้าสัวทำให้ปริญญ์ ถึงกับถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่
“ขอโทษครับ ผมลืมเสียสนิท คุณปู่ให้ไอ้ ‘สม’ ออกไปรับแทนผมได้ไหมครับ ผมเพิ่งตื่นยังไม่ได้อาบน้ำเลย” เสียงทุ้มกรอกไปตามสาย อย่างสำนึกผิด
[แกรีบลุกไปอาบน้ำ และออกไปรับหนูรินเดี๋ยวนี้ ถ้ายังโยกโย้ฉันไม่รับประกันว่าสมบัติทุกชิ้นของเลิศรักษ์ธารา จะยังอยู่ครบไหม] เมื่อคุณปู่เอาสมบัติมาขู่ ทำให้หลานชายเพียงคนเดียวของตระกูลต้องขยับกายลุกขึ้นยืน และก้าวเข้าไปในห้องน้ำ
ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ร่างสูงกำยำเปิดประตูก้าวลงจากรถ เดินจ้ำอ้าวไปที่ประตูทางออกตรงโซนชั้น2 เขากะว่าหลังจากรินรดีผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เธอต้องเดินออกมาตรงจุดที่เขายืนรออยู่เป็นแน่
ชายหนุ่มยืนรอจนขาแข็ง สายตาคมกวาดมองหาร่างเล็กที่เขาคาดเดาว่า เธอต้องตัวสูงประมาณไหน ไม่เจอมาสี่ปี ยัยลูกเป็ดขี้เหร่นั่น มันจะแตกต่างจากเมื่อก่อนแค่ไหนเชียว
เพราะความมั่นใจเกินร้อยของเขา ว่าต้องจำยัยเด็กบ้านนอกของคุณปู่ได้แน่ ทำให้ปริญญ์ไม่ยอมหยิบมือถือมากดเบอร์โทรหาอีกฝ่าย
เมื่อเลยเวลาที่ผู้โดยสารเที่ยวล่าสุดเดินออกมาจนบางตา ทว่าสายตาของเขายังไม่พบหลานสาวคนโปรดของคุณปู่แม้แต่เงา เขากวาดตามองไปรอบ ๆ โถงกว้างอย่างนึกฉุนเฉียว คนแล้วคนเล่า พลางยกข้อมือดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนหรู นี่มันเลยเวลามาเกือบชั่วโมงแล้วนะ ทว่ายังหายัยเด็กนั่นไม่เจอเลย
“แม่ง! ไปมุดหัวอยู่ทางไหนวะ” ปริญญ์ถึงกับสบถคำหยาบออกมาอย่างหัวเสีย กรามแกร่งขบกันแน่น ดวงตาคมวาวโรจน์ นี่! เขาไม่ได้มีเวลามาเล่นซ่อนแอบกับยัยกะโปโลนั่นหรอกนะ เวลาของเขามีค่าทุกวินาที เขาเป็นถึงผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ส่งให้กับเครื่อข่ายของโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน และยังส่งออกไปอีกหลายประเทศเกือบทั่วโลก เวลาแต่ละนาทีมันเป็นจำนวนเงินมหาศาลที่เขาต้องควบคุมและจัดการ ทว่าวันนี้เวลาได้ล่วงเลยไปร่วมชั่วโมงกว่าแล้ว ยังไม่มีวี่แววจะพบหลานสาวคนโปรดของคุณปู่
“เฮ้อ! จะเอาไงวะ!” ร่างสูงถอยร่นไปหย่อนก้นลงนั่งที่ม้านั่งมุมหนึ่ง หยิบมือถือขึ้นมามองหน้าจออีกครั้ง หรือว่าเขาจะต้องโทรหาเธอก่อน…ทว่าความรู้สึกอีกด้านก็ค้านว่าไม่ ๆ คนอย่างเขาไม่ควรจะเป็นฝ่ายลดตัวไปทำอะไรแบบนั้น…ผู้หญิงคนนั้นก็แค่เป็นเด็กที่คุณปู่รับมาอุปการะเท่านั้น
ในขณะที่ปริญญ์กำลังสับสนวุ่นวาย เสียงเรียกเข้าจากมือถือพลางดังขึ้น ปริญญ์เห็นว่าเป็นเบอร์ของคุณปู่ จึงรีบกดรับสายในทันที
“ครับ…ห๊ะ! คุณปู่ว่าอะไรนะครับ ยัย…เออ..รินรดีกลับถึงบ้านแล้วเหรอครับ” หลังจากหูซ้ายโดนคุณปู่สวดยับนานเกือบสิบนาที กว่าท่านจะยอมตัดสายทิ้งอย่างอารมณ์เสีย ที่เขาบังอาจขัดคำสั่งของท่าน
“เฮ้อ! ยัยเด็กนั่น ออกไปตั้งแต่ตอนไหนวะ!” เขาก็กวาดสายตามองทุกระยะนี่หว่า…ส่วนใหญ่สายตาก็ปะทะเข้ากับสาวสวยหมวยอึ๋ม และบางคนก็สูงเพรียวราวกับนางแบบ ยังไม่มีคนไหนที่จะเข้าเกณฑ์ว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และผอมแห้งเหมือนยัยเด็กนั่นสักคน
ปริญญ์ขับรถเข้าไปจอดที่หน้าคฤหาสน์ ร่างกำยำเดินทอดน่องไปหาท่านเจ้าสัวอย่างเชื่องช้า อย่างน้อยการก้าวช้าลงของเขา ก็เพื่อยืดเวลาให้คุณปู่มีอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างเท่านั้น
เท้ายาวเข้าไปถึงโถงกว้างของตัวบ้าน สายตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ เพื่อหาต้นเหตุของเรื่อง ทว่ากลับไม่พบแม้แต่เงาเสียอย่างนั้น นี่อย่าบอกนะว่า แม่นั่นขึ้นห้องไปนอนหลับสบายอย่างมีความสุข คงมีเพียงเขาสินะ! ที่จะโดนคุณปู่เล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว ยิ่งคิดอกด้านซ้ายก็เต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง ไปตามอารมณ์กรุ่นโกรธต่ออีกฝ่าย
ทว่าเมื่อก้าวไปที่มุมโซฟาที่คาดว่าท่านจะนั่งรออยู่ก่อนแล้ว กลับไม่เห็นร่างท่านเสียอย่างนั้น
“คุณท่านรอคุณปริญญ์ ที่เฉลียงข้างบ้านครับ” เสียงลุงบุญคนสนิทของเจ้าสัวเอ่ยอยู่ทางด้านหลัง
“อ๋อ! ครับ” ปริญญ์รับคำ ก่อนจะก้าวไปหาตำแหน่งประมุขของตระกูล ทว่าขณะที่เท้าก้าวจะถึงระเบียงหูของเขาพลางได้ยินเสียงสดใสของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเปิดบทสนทนากับชายสูงวัยอย่างออกรส จนได้ยินเสียงหัวเราะของท่านเจ้าสัวคลอออกมาเบา ๆ บ่งบอกว่าท่านกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความสุขและอิ่มเอมใจ
