ตอนที่3 [อยากเมา]
เมียแต่งไร้สถานะ
ตอนที่3
[อยากเมา]
รถหรูแล่นออกมาจากคฤหาสน์ มุ่งหน้าสู่เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ปริญญ์บังคับพวงมาลัยรถไปด้านหน้า ด้วยสีหน้าแววตาที่เคร่งเครียด นี่เขาต้องแต่งานกับผู้หญิงที่ตนไม่ได้ ‘รัก’ สักนิด และชาตินี้ก็ไม่คิด ‘จะรัก’ และใส่ใจด้วยซ้ำ ทว่าทำไมโชคชะตาถึงได้เล่นตลกกับเขาเช่นนี้ด้วย แล้วเขาจะหาข้ออ้างอะไรเพื่อจะไปบอกเลิกกับเจนจิรา ทั้ง ๆ ที่เธอไม่มีความผิดอะไรเลย
เมื่อรถแล่นมาจอดที่ลานกว้างของเพนท์เฮ้าส์ ปริญญ์ยังคงนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยอย่างคิดไม่ตก ตอนนี้สมองเอาแต่ฟุ้งซ่าน ถ้าเขาขึ้นห้องในตอนนี้มีหวังคงอกแตกตายแน่ ๆ มือไวเท่าความคิด ล้วงหยิบมือถือเครื่องหรูออกจากกระเป๋าสูท เลื่อนหน้าจอหาเบอร์ของเพื่อนสนิท ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ด้วยกัน
“ไอ้หมอ วันนี้ว่างหรือเปล่า กูอยากกินเหล้าว่ะ” ปริญญ์ต่อสายถึงเพื่อนที่เรียนจบสูตินารีแพทย์ อย่างคุณหมอ ‘ธีรภัทร’
[อืม ว่าง! ทำไมเสียงแลเครียด ๆ เป็นอะไรหรือเปล่า] คุณหมอหนุ่ม แสดงความห่วงใยเพื่อนรักมาตามสาย
“นิดหน่อย ถ้าว่างเจอกันที่คลับไอ้ ‘ปราณ’” ปราณที่ว่า เป็นทั้งเพื่อนและญาติของปริญญ์ ที่หันมาสานต่อธุรกิจด้านบริการ ให้แก่ลูกค้าที่ชอบเที่ยวกลางคืนแทนบุพการีที่จากไป
[อืม มึงอย่าลืมชวนไอ้ ‘วัช’ ด้วยล่ะ ตั้งแต่มันมีเมียหายหัวเข้ากลีบเมฆไปเลย] คุณหมอหนุ่มเอ่ยถึงเพื่อนในกลุ่มอีกคน ที่ชื่อ ‘วัชระ’ ที่แต่งงานก่อนใคร ๆ แล้วผันตัวไปเป็นพ่อเลี้ยงโคนมอยู่ที่นครราชสีมา
“อืม กูชวนแล้ว มันกลับมาบ้านที่กรุงเทพฯพอดี แค่นี้นะ เดี๋ยวเจอกัน” ปริญญ์กดวางสาย เมื่อเคลียร์กับปลายสายเข้าใจตรงกัน เขาพ่นลมหายใจเข้าออกลึก ๆ เพื่อให้ความตึงเครียดที่แน่นอยู่ในอกได้คลายออกมาบ้าง จากนั้นจึงตัดสินใจเคลื่อนรถออกไป ไม่แม้แต่จะเหลียวมองเพนท์เฮ้าส์หรูสักนิด
ปอร์เช่สีแดงแล่นออกจากลานจอดของเพนท์เฮ้าส์ มุ่งหน้าสู่ถนนสายหลักไปหาไนต์คลับหรูของเพื่อนสนิท ไม่นานรถหรูได้แล่นมาจอดหลังคลับของปราณ ปริญญ์เปิดประตูก้าวลงจากรถ เดินตรงดิ่งเข้าไปหาประตูหลังร้าน
“สวัสดีครับคุณปริญญ์ เชิญด้านในเลยครับ” การ์ดของไนต์คลับเชื้อเชิญ เมื่อจำหน้าเพื่อนและพ่วงตำแหน่งญาติสนิทของเจ้านายได้
“ขอบใจ แล้วนี่ไอ้หมอธีร์มาถึงหรือยัง”
“มาถึงก่อนคุณปริญญ์เมื่อกี้เองครับ” การ์ดหนุ่มเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม
ปริญญ์ก้าวขึ้นบันไดเพื่อจะไปหาชั้นVIPที่ส่งแชทมาให้ปราณจองไว้ล่วงหน้า เมื่อก้าวมาถึงเห็นไอ้หมอธีรภัทรกับพ่อเลี้ยงโคนมนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ไงมึง! เร่งกูจัง ตัวเองกลับมาสายกว่าเพื่อน” หมอธีรภัทรเอ่ยแขวะเพื่อน
“ขอโทษว่ะ! รถติดฉิบหาย แล้วมึงล่ะไอ้วัชน้อง ‘อร’ ปล่อยให้มากรุงเทพได้กี่วัน” ปริญญ์หันไปถามวัชระถึงภรรยาแสนสวยที่ชื่อ ‘กนกอร’
“พรุ่งนี้กูว่าจะกลับแล้ว ห่วงฟาร์มว่ะ!” วัชระตอบ ทว่าเจอหมอธีรภัทรกลับแทรกขึ้น
“ห่วงฟาร์มหรือห่วงเมียเอาดี ๆ” คุณหมอหนุ่มกระตุกยิ้ม
“กูก็ห่วงทั้งหมดนั่นแหละ พอใจมึงยัง ตอนนี้หนูอรกำลังท้องด้วย กูก็ยิ่งห่วงมาก” วัชระตอกกลับ
“ล่อเมียทุกคืนสิมึง คนแรกยังไม่ถึงขวบ ก็ป่องอีกแล้ว” ปริญญ์ขัดขึ้น
“ไอ้เชี้ย! สองขวบแล้วเหอะ!” วัชระหันมาตอกเพื่อน พวกมันยังไม่เคยมีเมีย มันจะไปรู้ห่าเหวอะไร
“แล้วนัดพวกกูมาเนี่ย! เป็นเชี่ย! ไร” ไอ้หมอธีรภัทรแทรกทะลุกลางป้อง
“กูอยากเมา”
“มึงมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” วัชระถาม ทว่าปริญญ์ไม่ตอบ เอาแต่นั่งนิ่ง ๆ หมอธีร์กวักมือเรียกพนักงานของร้านเข้ามาหา แล้วยื่นกระดาษบิลส่งให้
“จัดมาตามรายการทั้งหมด” คุณหมอหนุ่มเอ่ยย้ำ
“ครับผม” บริกรรับคำ ก่อนจะถอยออกไปหลังร้าน ไม่นานเด็กเสิร์ฟของทางร้านต่างทยอยของที่สั่งเข้ามาวางไว้ให้บนโต๊ะ
“มึงอยากเมาไม่ใช่! รออะไรดื่มเข้าไปดิ!” หมอหนุ่มว่าพลางยกขวดแอลกอฮอล์มาจัดการเปิดฝา แล้วเทลงแก้วคริสตัลของทางร้าน ยื่นส่งให้เพื่อนคนละแก้ว ปริญญ์กับวัชระรับมายกทาบบนริมฝีปาก ทว่าวัชระทำเพียงแค่จิบ ๆ แล้ววางลงบนโต๊ะ ส่วนปริญญ์ยกกระดกลงคอรวดเร็วหมดแล้ว
“เฮ้ย ๆ เหล้านะเว้ย! ไม่ใช่น้ำเปล่ายกกระดกแบบนี้ เดี๋ยวก็คลานเหมือนหมาหรอกมึง” คุณหมอหนุ่มเอ่ย พลางดึงแก้วเหล้าของปริญญ์ขยับออกห่าง
“มึงจะเก็บทำเหี้ยไรวะ! กูบอกว่าอยากเมา” ปริญญ์เอ่ยเสียงเครียด พลางจ้องหน้าเพื่อนเขม็ง
“แล้วมึงเป็นเชี่ยไร เล่ามาดิ! พวกกูรอฟังมึงอยู่เนี่ย!” ปราณที่เพิ่งเดินเข้ามาว่า พลางหันมาจ้องหน้าเพื่อนอย่างค้นคว้า
“ดูมึงมีเรื่องเครียดมากแน่ ๆ เล่ามาดิ! พวกเราป็นเพื่อนกันมานาน มีอะไรจะได้ช่วยกันแก้ไข” ปราณเอ่ยต่อ
“หื้ม! มึงเปิดปากมาเถอะ! กูเป็นเพื่อนมึงนะ มีอะไรเราจะได้ช่วยกันแก้ไขอย่างที่ไอ้ปราณว่า” หมอหนุ่มเอ่ยต่อท้าย เมื่อเห็นเพื่อนชายเครียด พวกเขาก็ไม่สบายใจไปด้วย
