บทที่ 2 พี่ผา
หญิงวัยกลางคนก้าวเดินมาในคฤหาสน์อัคราเวศน์ บอดี้การ์ดที่ยืนตามจุดของบ้านโค้งคำนับนายหญิงของพวกเขา เช่นเดียวกับสาวใช้และคนสวน ที่เห็นเธอเดินเข้ามาอย่างสง่างาม แต่งตัวสมฐานะ เธอก้าวเดินมาพร้อมบอดี้การ์ดสองคนที่ใส่สูทสีดำ เธอก้าวเดินเข้ามาในห้องโถงของบ้าน ใบหน้าเรียบเฉยปรากฏรอยยิ้มในทันที เมื่อเห็นหญิงสาวก้าวเดินออกมาจากห้องอาหาร หญิงสาวเผยรอยยิ้ม พร้อมยกมือเรียวพนมไหว้อย่างนอบน้อม
“สวัสดีค่ะ คุณป้าโฉม” ธารารินทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนหวาน โฉมมณีจับมือเรียวด้วยมือทั้งสองข้าง
“คราวหลังไม่ต้องเรียกแม่ว่าคุณป้านะจ๊ะ ให้เรียกว่าแม่เหมือนพี่ผาเถอะจ้ะ” โฉมมณีเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ค่ะ คุณแม่” ธารารินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แต่ยังคงน้ำเสียงนอบน้อม เธอผายมือไปที่โซฟา “คุณแม่เชิญนั่งค่ะ”
“จ๊ะ” โฉมมณีรับคำด้วยรอยยิ้ม แล้วนั่งลงที่โซฟาตัวยาวพร้อมกับธาราริน ไม่ช้าสาวใช้ก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับแก้วน้ำเย็นที่ใส่ถาด แล้วหยิบแผ่นรองแก้ววางไว้บนโต๊ะกระจกสีดำ ก่อนที่จะวางแก้วน้ำลง เมื่อวางแก้วเสร็จสาวใช้ลุกขึ้น ถอยสามก้าวไปยืนข้างหลังพร้อมรอคำสั่ง โฉมมณีหันมามองธารารินด้วยรอยยิ้ม
“ขอบใจ…นวล” ธารารินเอ่ยบอกกับสาวใช้ที่ชื่อ ‘นวล’ ด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร นวลยิ้มให้เธอด้วยเช่นกัน
“เมื่อคืนเป็นอย่างไงบ้าง ราบรื่นใช่ไหมจ๊ะ” โฉมมณีถามธารารินด้วยรอยยิ้ม คนถูกถามรู้สึกเขินอายจนใบหน้าแดงก่ำในคำถามของแม่สามี ที่เธอถามออกมาแบบนี้
“…คุณแม่” ธารารินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา โฉมมณีจับมือที่เย็นจัดของธาราริน ธารารินเผยมองใบหน้าของโฉมมณีที่มองมายังเธอด้วยรอยยิ้มแสนอ่อนโยน
“แม่เชื่อว่า รินของแม่จะเป็นภรรยา เป็นเมีย และเป็นแม่ของลูกที่ดี แม่เชื่อแบบนั้น” โฉมมณีพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ธารารินเผยรอยยิ้มอ่อนหวาน
“ค่ะ คุณแม่” ธารารินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ว่าแต่พี่ผาไปไหน แม่ยังไม่เห็นหน้าเขาเลย หรือยังไม่ตื่น ลูกคนนี้ไม่เคยตื่นสายนี่น่า” โฉมมณีถามถึงลูกชาย เพราะตั้งแต่เธอเข้าบ้านมา เธอยังไม่เห็นภูผาเลย หรือจะออกไปออกรอบ เห็นว่าหัวหน้าบอดี้การ์ดของเขา บอกเธอเมื่อเช้าว่าวันนี้ไม่มีตารางไปไหน อีกทั้งวันนี้เป็นวันอาทิตย์ด้วย จะไปไหนได้อีกล่ะ
“เห็นพี่ผาคุยโทรศัพท์ ว่าจะไปหาเพื่อนที่ชื่อ ลูกจันทร์ ค่ะ” ธารารินเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ทว่าคำพูดของเธอที่เอ่ยชื่อว่า ‘ลูกจันทร์’ ทำให้โฉมมณีสีหน้าเปลี่ยนในทันที จากสีหน้าอ่อนโยน กลายเป็นสีหน้าดุดันและทรงอำนาจทันที
“อีลูกผี ยังกล้าดีอย่างไงมายุ่งกับลูกชายฉันอีก” โฉมมณีพูดด้วยน้ำเสียงดุดันและโกรธทันที ทำให้ธารารินได้ฟังแล้วรู้สึกตกใจกับคำพูดของเธอ โฉมมณีดึงสติหันมามอง ธารารินด้วยสีหน้าเรียบ “ผู้หญิงคนนี้ ร้ายมากๆ แม่ไม่ชอบมัน” เธอเอ่ยบอกจริงจัง
“ค่ะ” ธารารินพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอยังไม่เข้าใจว่าลูกจันทร์เป็นใคร แต่เธอเลือกที่จะไม่ถามดีกว่า
“แม่ไปก่อนนะ วันนี้มีกินข้าวกับเพื่อนๆ จ๊ะ วันนี้แม่จะไปเจอกับรัมภา อยากอะไรถึงแม่ไหมจ๊ะ” โฉมมณีเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม ต่างกับเมื่อครู่
“เมื่อเช้า รินคุยกับแม่แล้วค่ะ ถ้าแม่ถามว่ารินเป็นอย่างไงบ้าง บอกว่า ‘หนูสบายดีค่ะ’” ธารารินเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม โฉมมณีลุกขึ้นจากเก้าอี้ ธารารินลุกขึ้นตามในทันที
“แม่กลับก่อนนะ ไม่ต้องส่งจ๊ะ” โฉมมณีเอ่ยบอกธารารินด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แววตาอบอุ่น ธารารินยกมือพนมไหว้อย่างนอบน้อม โฉมมณีจับมือเรียวที่พนมอยู่
“สวัสดีค่ะ” ธารารินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“บุญรักษานะจ๊ะ” โฉมมณีเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินออกไปในทันที พร้อมกับบอดี้การ์ดสองคน ขณะที่ธารารินมองโฉมมณีที่เดินจากไป เธอยังคงรู้สึกสงสัยว่า ‘ลูกจันทร์’ เธอเป็นใคร แล้วทำไมโฉมมณีดูร้อนใจ และโกรธจัดเมื่อได้ยินชื่อนี้นะ
