บทย่อ
เธอถูกกอดรัดด้วยไฟรักที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิง เขา…อยากครอบครองเธอทั้งกายและใจ เธอจะเป็นเพียงเมียแต่ง เป็นรักเดียวของเขาหรือไม่?
บทที่ 1 ค่ำคืนแรกของเราสองคน [NC30+]
ค่ำคืนอันสว่างไสวของกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางแสงไฟจากบ้านเรือน และสถานบันเทิงจากที่ต่างๆ ริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา ราวกับว่ากรุงเทพไม่เคยหลับไหล แต่ทว่าฝนกลับตกลงมากระหน่ำตั้งแต่ยามเย็น จนตอนนี้เริ่มซาลงไปบ้าง แต่ก็ยังมีเสียงฟ้าร้องเป็นระยะๆ
หญิงสาวชุดสีขาวสะอาดทั้งตัวในชุดเจ้าสาว ลักษณะกระโปรงสุ่มทรงเจ้าหญิงแผ่กว้างเป็นคลื่นนุ่มฟู แต่งด้วยลายปักระยับละเอียดราวเกล็ดหิมะต้องแสงจันทร์ เธอขยับกายเพียงน้อย ชุดก็ทอประกายวิบวับดั่งมวลแสงกำลังเคลื่อนไหว ส่วนลำตัวเป็นคอร์เซตเข้ารูปแนบกับสัดส่วนบางงามของเธอ ประดับด้วยคริสตัลเม็ดเล็กนับพันเม็ดที่กลายเป็นลวดลายราวผลงานศิลป์ เผยความสง่างามผสมความบริสุทธิ์อย่างลงตัว เธอสวมมงกุฎเจ้าสาวทรงสูงประดับไข่มุกและเพชรที่สลักอย่างประณีต ทำให้ทั้งใบหน้าหวานละมุนของเธอดูราวกับเจ้าหญิงที่หลุดออกมาจากเทพนิยายเลยทีเดียว
ในส่วนของใบหน้าของเธอ เธอมีรูปหน้าทรงไข่อ่อนหวานของธารารินดูงดงามประหนึ่งตุ๊กตาแก้วที่ถูกปั้นอย่างประณีต เครื่องหน้าทุกส่วนละมุนจนแทบมองไม่ออกว่าถูกแต่งแต้มมากเพียงใด
ช่างแต่งหน้าลงรองพื้นเนื้อบางเบาให้ผิวของเธอสว่างใสเป็นธรรมชาติ ราวกับมีแสงละมุนซ่อนอยู่ใต้ผิว ผิวแก้มถูกปัดด้วยสีชมพูอ่อนระเรื่อดั่งกลีบกุหลาบแรกแย้ม เพิ่มชีวิตชีวาให้ใบหน้าหวานของเธอยิ่งขึ้น ดวงตากลมโตของเธอถูกขับให้โดดเด่นด้วยการไล่เฉดสีทองแชมเปญบางเบา เงางามระยิบระยับเพียงพอให้รับกับแสงไฟในงานใหญ่ เส้นอายไลเนอร์ถูกร่างอย่างนุ่มนวล ไม่คมจนแข็ง แต่ยกหางตาเล็กน้อยให้เธอดูอ่อนหวานปนสง่างาม ขนตายาวโค้งราวปีกผีเสื้อช่วยให้ดวงตาของเธอดูสวยละมุนจนละสายตาไม่ได้ จมูกโด่งเป็นสันของเธอแต่งเพียงเล็กน้อยด้วยไฮไลต์สีมุก ให้ปลายจมูกดูมีประกายอ่อนๆ สื่อถึงความอ่อนโยนแต่หรูหราในเวลาเดียวกัน ริมฝีปากบางเรียว ได้รับการเติมสีชมพูดอกพีชอมประกาย ทำให้เมื่อเธอขยับยิ้มเพียงนิดเดียว ก็ให้ความรู้สึกทั้งใสซื่อ นุ่มนวล และเย้ายวนอย่างน่าประหลาด
แต่ทว่าใบหน้าหวานของเธอปนเศร้าไม่เผยรอยยิ้มออกมา เพราะเธอหวนนึกถึงคำพูดของเขา ที่พูดคุยกับเพื่อนอย่างออกรสว่า
‘มีเด็กไว้ติดบ้านสักคนแก้เบื่อ’
คำพูดของเขามันบาดลึกลึกเข้าไปในใจของเธอ การแต่งงานครั้งนี้ เธอไม่ใช่คนที่ตัดสินใจแต่อย่างใด แต่เป็นการเห็นชอบของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายคือแม่ของเธอ ‘รัมภา’ และ แม่ของเขา’ โฉมมณี ‘พวกเธอทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่เรียนไฮสคูลจากอังกฤษด้วยกัน และยังสนิทกันมากจนถึงทุกวันนี้
แต่สิ่งที่เธอตัดสินใจแต่งงานในครั้งนี้ เป็นเพราะคำพูดของโฉมมณีที่บอกกับเธอว่า
‘ริน…แต่งงานกับพี่ผาเถอะนะ ป้าเชื่อว่าหนูจะเป็นภรรยาที่ดี ป้าเชื่อแบบนั้น ไม่มีใครที่ป้าจะไว้ใจเท่าหนูอีกแล้ว’
คำพูดของโฉมมณีทำให้เธอหยุดชะงัก ไม่มันใจว่าจะแต่งงานกับเขาแล้ว เราสองคนจะไปรอดไหม เพราะเธอและเขาพึ่งเจอกันเพียงคริงเดียว ตอนที่เธออายุเพียงสิบขวบ แล้วมันผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ตอนนี้เธอก็แค่อายุยี่สิบสี่ปี พึ่งเรียนจบมาจากปารีส ฝรั่งเศสไม่ถึงสามเดือน ถ้าถามว่าเธอจำใบหน้าเขาได้ไหม เธอตอบได้คำเดียวว่าเธอจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
แต่ก็ไม่รู้ว่าอะไรดนใจของเธอ เธอตอบตกลงหลังจากนั้นเพียงแค่สามวันเท่านั้น แม่ของเขาจัดการให้เธอทุกอย่างเลย โดยที่เธอไม่ต้องให้เธอและแม่ต้องทำสิ่งใดเลย อาจจะเป็นเพราะฐานะเราอยู่ในสังคมเดียวกัน เธอจึงจัดงานใหญ่โตให้สมฐานะ
“คิดอะไรอยู่ครับ” เสียงอ่อนหวานนุ่มทุ้มเอ่ยทายเธอ เธอที่ยืนอยู่หันกลับมามองเขา ที่เดินมายืนอยู่ด้านหลังของเธอ
“เปล่าค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เขาเผยรอยยิ้มให้เธอ
“ให้พี่ช่วยถอดชุดให้นะครับ “เขาเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มือหนารูดซิปจากด้านหลังออกช้าๆ มือเรียวจับประคองใต้ราวนมเอาไว้ เพื่อไม่ให้มันล่วงหล่นมาที่เอว
“คุณภูผา เดี๋ยวรินไปถอดในห้องน้ำเองค่ะ” เธอเอ่ยท้วงเขาด้วยความเขินอายที่จะมายืนเปลือยกายต่อหน้าเขา เขาเผยรอยยิ้มกว้าง
“เราแต่งงานกันแล้วนะครับ พี่เป็นสามีของริน รินไม่ต้องอายหรอก” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม เธอปล่อยมือลง เขาถอดเสื้อของเธอออกจากเรือนร่าง เธอสวมแค่บราปีกนกสีขาวเท่านั้น “ต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกพี่ว่า ‘คุณ’ ให้เรียกพี่ว่า’ พี่ผา ‘นะ “เขาเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มหวานละมุน
“ค่ะ พี่ผา” เธอตอบรับเขา ขณะที่เขาถอดกระโปรงออกออกลงมา ทำให้เขาเห็นว่าเธอสวมเพียงจีสตริงลายลูกไม้สีขาวเพียงเท่านั้น เขาจับเธอหมุนตัวหลับมาทั้งตัว เธอก้มหน้าไม่กล้าสบตาของเขาที่เต็มไปด้วยปรารถนาอันลุกโชน เขาใช้มือช้อนคางของเธอขึ้นมา มองนัยน์ตาหวานหยาดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนจากหญิงคนไหน อีกทั้งเธอมีเรือนร่างที่อวบอิ่มไปตั้งตัว ทำให้เต้านมใหญ่ล้นทะลักบราปีกนกด้วย แต่ทว่าสายตานั้นบ่งบอกว่าเธอรู้สึกประหม่าและหวาดกลัวในใจ
“กลัวพี่หรือเปล่า” เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานอีกครั้ง
“เปล่าค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เช่นนั้นไปที่เตียงกันนะ” เขาเอ่ยบอกเธอด้วยรอยยิ้ม ช้อนเรียวขาและแผ่นหลังของเธอ เธอโอบกอดคอเขาโดยอัตโนมัติ ไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา จนกระทั่งเขาวางเธอลงบนเตียงกว้างใหญ่แปดฟุต เธอทอดกายนอนหงาย เขายืนอยู่ข้างเตียงถอดทักสิโด้ออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่า เธอมองซิกแพคหนาของเขาเป็นลอนสวย เกิดจากการออกกำลังกายอย่างหนัก เขายังคงสวมใส่บล็อกเซอร์สีดำอยู่
เขาค่อยๆ ถอดบราเซียที่เธอสวมใส่อยู่ออกช้าๆ เพื่อไม่ให้เธอเจ็บ เพราะมันเป็นกาวที่ติดกับเต้านม
“เจ็บไหมครับ” เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่อ่อนโยนอย่างมาก เธอส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่ค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เขาเห็นว่าเต้านมของเธอเด้งออกเมื่อปลดตะขอออกแล้ว เขาถอดบราปีกนกออกวางไว้ข้างๆ กายของเธอ มองเต้านมกลมโตใหญ่เกินตัว อีกทั้งหัวนมอมชมพู เขาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากเย็น
เขาไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป เขาจึงถอดจีสตริงของเธอออกในทันที เขาทอดสายตามงอเรือนร่าวเปลือยเปล่าด้วยสายตาพร่ามัว ราวกับคนเมาเหล้า ทั้งที่ดื่มแชมเปญไปไม่ถึงขวดเลยด้วยซ้ำ เพราะเขาดื่มเท่าไหร่ไม่เคยเมา แต่กับเธอนั้นมันทำให้เขาอยากขยำให้แหลกคามือ แต่ต้องถนอมเธอก่อน เพราะนี้คือครั้งแรกที่เขาและเธอนอนด้วยกัน
“ริน… สวยมากเลย” เขาพูดเหมือนคนละเมอ เขาใช้มือลูบไล้กลีบร่องของเธอที่อาบไปด้วยน้ำกามที่ไหลทะลักออกมา ทั้งที่เขาพึ่งสัมผัสมันเท่านั้น เขาเผยรอยยิ้มรับรู้ว่าเธอพร้อมที่จะมีเซ็กส์แล้ว เขาไม่รอช้าที่จะถอดบล็อกเซอร์ออกอย่างรวดเร็ว ไม่ให้เธอต้องรอ
แต่ทว่า…สายตาของเธอเหลือบไปมองดุ้นที่ใหญ่และยาวจนน่าตกใจ เธอไม่คิดว่ามันจะใหญ่และยาวขนาดนี้ มันทำให้เธอต้องเมินใบหน้าหนีในทันที
“พี่จะเข้าไปแล้วนะ” เขาเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงพร่า เขาจับดุ้นถูที่กลีบร่องของเธอช้าๆ ก่อนที่จะสอดมันเข้าไปอย่างช้าๆ
“อืม…อือ…ฮือ…อึก!” เธอร้องไม่ใช่เพราะความเสียว แต่ทว่ามันคือความเจ็บปวดที่แทรกเข้ามาในกายของเธอ เธอรู้สึกว่าภายในแทบฉีกขาดเสียให้ได้ ทั้งที่เขาใส่เข้าไปยังไม่ถึงครึ่งเสียด้วยซ้ำ แต่มันเจ็บปวดแทบขาดใจ เธอสั่นสะท้านไปทั้งเรือนร่าง น้ำตาเอ่อล้นที่ขอบตา นอกจากการเจ็บปวดที่เรือนร่างแล้วแต่มันปวดไปถึงใจกับคำพูดของเขา
‘มีเด็กไว้ติดบ้านสักคนแก้เบื่อ’
“รินเจ็บมากไหม ให้พี่เอาออกดีหรือเปล่า “เขาถามเธอด้วยน้ำเสียบอ่อนโยน คำพูดนั้นเหมือนแคร์ความรู้สึกของเธอมากๆ เธอเผยรอยยิ้มให้เขา
“ทำต่อเถอะค่ะ” เธอเอ่ยบอกเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แทบไม่ได้ยินมีเพียงเขาได้ยินเสียงของเธอแลเสียงเต้นของหัใจของเธอที่ดังเป็นจังหวะ เขาเผยรอยยิ้มจูบที่ริมฝีปากบางของเธอ อย่างอ่อนโยน เขางับริมฝีปากบางๆ เธอจึงเผยริมฝีปากออกรับลิ้นของเขาเข้ามาราวกับว่าวนหาสิ่งใดอยูในโพรงปาก เพื่อให้เธอหลงลืมความเจ็บปวด
“อื้อ…อื้อ…ฮือ…อื้ม…” เธอร้องครงกระเส่าในลำคอด้วยความเจ็บปนเสียว เมื่อเขาขยับร่างกายของเธอก็หลั่งออกมาโดยไม่ต้องใช้เจลหล่อลื่นแต่อย่างใดทั้งสิ้น เธอเริ่มเขมิบกลีบร่องเหมือนกำลังกลืนกินเขาไปทั้งหมด
“รินครับ…” เขาร้องครางชื่อของเธออย่างผ่อนคลาย และรู้สึกเสียวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอเพียงคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกเสียวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
“อื้อ…อื้อ…อ๊ะ…อ๊ะ…อ๊ะ…อ๊า” เธอร้องครางกระเส่าเสียวซ่านไปทั้งเรือนร่าง เขากระแทกใส่เธออย่างต่อเนื่อง แต่ไม่รีบจนเกินไป แบบค่อนเป็นค่อยไปอย่างเชื่องช้า
“อึก…อึก…อื้อ…อ๊ะ! อร๊าย…!” เธอร้องครางเสียงหวานๆ มันเหมือนกระตุ้นอาราณเขาไปในตัวด้วย เขาตอกใส่เธอแรงขึ้น จนกระทั่งผม…
“อา…” เขาปลดปล่อยน้ำกามใส่เธอทั้งหมด เขามองใบหน้าหวานอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอย่างลืมตัว เธอนั้นไปตอบสนองใดๆ เพราะหลับไปเสียแล้ว เขาจึงถอดดุ้นออกช้าๆ มีคราบเลือดของเธอปนอยู่ในน้ำกามของเขา มันทำให้เขารู้ว่าเธอคือสาวพรหมจรรย์ ไม่เคยผ่านการมีเซ็กมาก่อน และที่สำคัญเขากลับหลงลืมที่จะสวมถุงยาง ผู้หญิงอื่นเขาสวมถุงยางไม่เคยพลาด แต่กับเธอเขาวางใจที่จะสดกับเธอ
เขาเผยรอยยิ้มมองเธอด้วยความเอ็นดู เขาลงมานอนข้าๆ เธอ เธอตะแคงข้าหันหลังให้เขาช้าๆ เขาดึงผ้านวมราคาแพงปิดเรือนร่างเปลือยเปล่า แล้วนอนลงข้างๆ เธอ เขาหลับตาลงช้าๆ ไม่นานนักเขาก็ดำดิ่งสู่นิทรา
เธอลืมตาขึ้นช้าๆ ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตา โดยที่เขาไม่รู้ว่าเธอเจ็บปวดมากแค่ไหน ไม่ใช่เจ็บปดเพียงทางกาย แต่มันปวดร้าวไปทั้งใจ กับคำพูดของเขาที่ตอกย้ำในใจ

