บทที่ 3 อดทน
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
นับตั้งแต่พริ้มพิรุณถูกพามายังอังกฤษ เรนเดลไม่ได้ทำอะไรเธอ นอกจากสั่งให้ทำงานของสาวใช้และจ่ายเงินเดือนให้อีกต่างหาก ทำเอางงทีเดียวว่านี่คือการแก้แค้นงั้นเหรอ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะเธอถนัดงานบ้าน
ขณะกำลังเช็ดหน้าต่าง หญิงสาวเผลอนึกถึงเรื่องราวในอดีต ก่อนคิดถึงคนที่จากไปนานแล้ว ที่ไม่มีวันหวนกลับมา
ครอบครัวของเธอค่อนข้างซับซ้อน พ่อกับแม่ไม่ได้แต่งงานเพราะความรัก แม่ถูกขืนใจจนตั้งครรภ์และจำใจต้องใช้ชีวิตคู่กับพ่อ
ทว่าความสัมพันธ์ไม่ค่อยดี เนื่องจากพ่อเริ่มออกลายและเจ้าชู้ สุดท้ายแม่ทนไม่ไหวจึงขอหย่า และพาลูกสาวไปหนึ่งคนนั่นก็คือเธอ
หลายปีต่อมา แม่ป่วยหนักและใกล้สิ้นลมหายใจ จำเป็นต้องพาพริ้มพิรุณกลับมาหาพ่อเพราะไม่มีใครดูแล ทว่าผู้ชายคนนั้นไม่เคยมองเธอเป็นลูกสักครั้ง กลับเลี้ยงไว้เป็นเครื่องมือและเอาไว้รับใช้ลูกสาวคนโตเท่านั้น
“พริ้มคิดถึงแม่เหลือเกิน” เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ก่อนเอื้อมมือเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มนุ่ม
ขณะเดียวกันมุมหนึ่งของคฤหาสน์ ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ คุมโทนสีขาวดำ เจ้าของกายแกร่งที่นั่งบนเก้าอี้ตัวหรู เอื้อมมือหยิบกรอบรูปบนโต๊ะขึ้นมาดูและลูบนิ้วยาวลงบนรูปแผ่วเบา
“ไม่ต้องห่วงนะริน ฉันจะเอาคืนพวกคนชั่วให้เธอเอง”
ชายหนุ่มวางรูปลงตามเดิม แล้วต่อสายหาใครคนหนึ่ง ซึ่งรอคอยไม่นานเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก่อนอีกฝ่ายจะผลักเข้ามาด้านใน
“บอสมีอะไรหรือเปล่าคะ” มาร์ธาเอ่ยถามขึ้น
“ผู้หญิงคนนั้นล่ะ”
“กำลังทำความสะอาดค่ะ”
“เธอเป็นยังไงบ้าง ได้บ่นหรือแสดงท่าทีไม่พอใจกับงานที่ทำไหม”
“ไม่เลยค่ะ ปกติทุกอย่าง”
ถ้อยคำจากปากหัวหน้าแม่บ้าน ทำเรนเดลงุนงงสุดขีด เนื่องจากประวัติที่สืบเกี่ยวกับตัวลูกสาวสมพงษ์ อีกฝ่ายไม่เคยทำงานบ้านมาก่อนและใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย
“งั้นเหรอ”
“ค่ะ”
“ไปตามผู้หญิงคนนั้นมา”
หญิงวัยกลางคนพยักหน้ารับ แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้เรนเดลงุนงงกับคำบอกกล่าวเมื่อสักครู่
ผ่านไปไม่นาน เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยอนุญาตคนข้างนอก
พริ้มพิรุณค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าข้างในอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วเดินไปหยุดกลางห้องพร้อมก้มหน้างุดอย่างประหม่า พยายามบอกตนเองไม่ให้สั่น
“ท่าทางยังสบายดีสินะ”
“เอ่อ คุณมีอะไรเหรอคะ” เอ่ยถามเสียงแผ่ว แต่ดังพอให้อีกคนได้ยินชัดเจน
ชายหนุ่มก้าวเดินไปหาพริ้มพิรุณ ฝ่ามือใหญ่บีบปลายคางมนพลางกระซิบประโยคหนึ่งข้างใบหูขาวสะอาด
“คืนนี้มาหาฉันที่ห้องด้วย”
“ไปทำไมคะ” เอ่ยถามอย่างตะกุกตะกัก ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้รับรู้ถึงสิ่งไม่ชอบมาพากล
“ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสอง เธอคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ” ว่าแล้วยกยิ้มมุมปากดั่งคนเจ้าเล่ห์
“นี่สินะคือการแก้แค้นที่แท้จริง” ใบหน้าหวานแหงนมองคนตัวโตด้วยความรู้สึกสมเพชต่อตนเอง ที่ผ่านมาคิดว่าเขาจะไม่ทำอะไร ทว่ามันไม่ใช่เลย เขาแค่กำลังรอเวลาและจังหวะที่เหมาะสม
“ฉลาดดีนะ”
“ปล่อยฉันไปเถอะ” เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ มือเล็กพยายามผลักคนตัวโตออกห่าง แต่แรงอันน้อยนิดไม่ทำให้เขาสะทกสะท้าน
“ถ้าเธอทำให้เมียฉันฟื้นขึ้นมาได้ ฉันจะยอมปล่อยเธอ”
“จะเป็นแบบนั้นได้ไงคะ” สวนกลับทันใด
“เฮอะ! งั้นเธอก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธทำตามที่ฉันสั่งซะ”
“คุณมันเลวที่สุด”
คำพูดนั้นทำให้เรนเดลเดือดดาล เอื้อมมือหนาบีบหัวไหล่บอบบางอย่างแรง พริ้มพิรุณถึงกับขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด แววตาสั่นระริกก่อนจะมีน้ำใสเอ่อคลอเต็มขอบตา
“คนที่เลวคือพ่อเธอต่างหาก” ตะคอกใส่กรอบหน้างดงามอย่างขุ่นเคืองพร้อมบีบบ่าเล็กแรงกว่าเดิม
“คุณก็ไปเอาคืนคุณพ่อสิ ไม่ควรมาทำแบบนี้กับฉัน” เสียงหวานสั่นเครือ วินาทีต่อมาหยาดน้ำตาเริ่มไหลอาบแก้มนวล
“เธอเป็นลูกมันก็ควรรับผิดชอบสิ”
“ทำไมคะ ทำแบบนี้แล้วคุณจะได้อะไรขึ้นมา”
“เพราะฉันต้องการให้พ่อเธอมันเจ็บปวดไง ถ้ามันรู้ว่าลูกสาวที่มันรักนักหนาถูกฉันย่ำยี มันคงใจสลายเลยสินะ”
นัยน์ตาดำขลับมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าอย่างเหยียดหยาม ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการแก้แค้น เขาไม่มีทางแตะต้องผู้หญิงน่ารังเกียจแบบเธอแน่
“คุณอาจจะเข้าใจอะไรผิดไปนะคะ แต่จริง ๆ แล้วฉันไม่ใช่ลูกที่คุณพ่อรัก” เอ่ยบอกอย่างใจเย็น เธอคิดว่าถ้าพยายามอธิบายให้เขาฟังอย่างเข้าใจ บางทีเขาอาจจะปล่อยเธอไปก็ได้
“อย่ามาโกหก!! ฉันรู้ดีว่าไอ้สมพงษ์มันรักเธอมากแค่ไหน”
“คุณอาจจะไม่รู้แต่ว่าฉันมีพี่สาวฝาแฝดชื่อพัช ส่วนฉันชื่อพริ้ม คนที่คุณพ่อรักคือพี่พัชต่างหาก”
“แต่งเรื่องเก่งจังเลยนะ คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ”
“ฉันพูดจริงนะคะ” เธอเถียงกลับอย่างสุดใจด้วยความหวังว่าเขาจะเชื่อกัน ทว่าคำพูดนั้นยิ่งทำให้ชายหนุ่มเกรี้ยวกราด
“หุบปากซะ!!” เรนเดลผลักคนตัวเล็กอย่างแรง จนเธอล้มลงกระแทกพื้นอย่างจัง
“โอ๊ย!”
“เธอกับพ่อเธอก็ไม่ต่างกันนักหรอก เลวกันทั้งคู่!!” เขาพูดพลางชี้นิ้วใส่หน้าพริ้มพิรุณ สายตาที่จ้องคนตัวเล็กเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ราวกับอยากจะฉีกร่างเธอเป็นชิ้น ๆ
“ฮึก ขอร้องละคุณ ช่วยสืบเรื่องครอบครัวฉันให้ละเอียดอีกสักครั้งเถอะ แล้วคุณจะรู้ว่าฉันมีพี่สาวฝาแฝดจริง ๆ” พริ้มพิรุณบอกด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น เธออยากหนีไปจากสถานที่แห่งนี้ เธอกลัวเหลือเกินไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว
ทำไมกันนะชีวิตของเธอไม่ง่ายเลย ทั้งที่อยากอยู่อย่างสงบแท้ ๆ แต่ทำไมต้องมาพัวพันกับสิ่งที่บิดาทำด้วย
“ตอนนี้ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร แต่ถ้าเป็นลูกสาวของไอ้สมพงษ์ ก็ควรรับผิดชอบ”
“ฉันไม่เกี่ยวอะไรเลย”
“หุบปากซะ แล้วรีบไสหัวออกไปจากห้องฉันสักที” เขาเบื่อจะโต้เถียงกับเธอ ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานเหมือนเดิม
“คุณคะ” เธอยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วตรงไปหาคนตัวโต
“ออกไปสักที ก่อนฉันจะยิงเธอทิ้งตอนนี้” เอ่ยพูดพลางนำปืนจากลิ้นชักออกมาและเล็งใส่ศีรษะของหญิงสาว
พริ้มพิรุณถึงกับเบิกตากว้าง เธอช็อกกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า แข้งขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรง จนแทบอยากล้มลงอีกครั้ง
“ไสหัวออกไปจากห้องฉันซะ!!”
“...” หญิงสาวไม่ได้ตอบโต้ประโยคนั้น เพราะยังคงอึ้งค้างกับปลายกระบอบปืนตรงหน้า ก่อนพยายามแบกร่างไร้เรี่ยวแรงออกจากห้องอย่างยากลำบาก
“เฮ้อ...” คล้อยหลังของพริ้มพิรุณ เรนเดลพ่นลมหายใจเฮือกหนึ่งอย่างหมดแรง
“หวังว่าเธอจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันทำนะริน” ทอดสายตามองไปทางกรอบรูปบนโต๊ะทำงาน
