บทที่ 2
“กานไม่โกรธคุณกล้องหรอกค่ะ เรื่องแค่นี้เอง” กานติมาขานตอบพร้อมรอยยิ้ม และแม้ปากจะบอกว่าไม่แต่ทว่าจิตใจนั้นกำลังกรีดร้องด้วยความไม่พอใจอย่างสุดเสียง
“ดีครับ ผมชอบคนพูดง่ายๆ” กล้องภพเอ่ยตอบก่อนจะใช้สายตาเจ้าเล่ห์จ้องมองหญิงสาวอยู่นานราวกับว่าเขาพร้อมเสียเหลือเกินที่จะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวในค่ำคืนนี้
“นี่พวกแกจะคุยกันอีกนานไหมวะ รีบๆ หาผู้หญิงมาให้ฉันซะที!! ฉันให้หนึ่งแสนถ้าแกหรือใครก็ได้หาผู้หญิงมาให้ฉันได้!!” คนที่กำลังทรมานตวาดแทรกขึ้น หยาดเหงื่อหยดแล้วหยดเล่าร่วงไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ความทรมานมากมายที่มีมันทำให้ภาคินทร์ สกุลรัตน์โชครัตนา ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณหญิงปานวาด เจ้าแม่นักธุรกิจค้าเพชรรายใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศอยากจะระบายมันกับใครสักคนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
และจะต้องตอนนี้เดี๋ยวนี้ด้วย!!
“นะ...หนึ่งแสนเชียวเหรอคะ!!!” กานติมาโพล่งขึ้นอย่างลืมตัวเมื่อได้ยินถึงจำนวนเงินที่ชายหนุ่มสุดหล่อตรงหน้าเสนอมาให้เข้า มันเป็นยอดเงินที่มากเอาการชนิดที่ว่าเธอทำงานทั้งเดือนก็ยังไม่มีโอกาสได้สัมผัส จึงไม่แปลกที่เธอจะตกใจเมื่อได้ยินมันเข้า หญิงสาวจ้องมองเจ้าของคำพูดนั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ก่อนที่กล้องภพจะเสริมต่อเพื่อคลายความสงสัยให้กับหญิงสาวที่กำลังมีท่าทีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกับสิ่งที่เพื่อนรักของเขาเพิ่งจะเอ่ยบอกออกมาเมื่อสักครู่
“ครับ พอดีว่าไอ้นี่บ้านมันรวยน่ะครับ ว่าแต่คุณกานพอจะมีเด็กสาวที่สดๆ ขอแบบรองรับเพื่อนของผมได้ตลอดทั้งคืนจนมันหายจากอาการบ้าๆ นี้ คุณกานพอจะหามาให้เพื่อนของผมได้รึเปล่าครับ” คนถูกถามถึงกลับยิ้มกว้างลืมความไม่พอใจเมื่อสักครู่ไปจนหมดสิ้นเมื่อได้ยิน
ถึงต่อให้ตอนนี้ไม่มีเธอก็ต้องหาให้มีให้จนได้ เงินตั้งหนึ่งแสนบาทใครเล่าจะกล้าปล่อยให้หลุดลอยไป ไม่มีทางเสียหรอก!
กานติมายิ้มอย่างมีความหวังก่อนจะหวนไปคิดถึงอรนลินน้องสาวของตัวเองขึ้นมาโดยบังเอิญ ขานั้นแน่นอนว่ายังบริสุทธิ์ผุดผ่องไปหมดทั่วทั้งตัวอย่างไม่ต้องสงสัย และแน่นอนว่าสักวันน้องสาวของเธอก็ต้องเสียบริสุทธิ์อยู่ดี และเวลานี้มันก็น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด!!
“ต้องได้อยู่แล้วสิคะ ถ้ายังไงให้เพื่อนของคุณภพไปเปิดห้องรอได้เลยค่ะ เดี๋ยวกานจะรีบโทรสั่งให้เด็กตามไป รับรองได้เลยค่ะว่าคนนี้ทั้งสดแล้วก็ไม่เคยผ่านมือผู้ชายคนไหนมาก่อนอย่างแน่นอน เพื่อนของคุณกล้องจะต้องถูกใจจนลืมไม่ลง” หญิงสาวยืนกรานเสียงหนักแน่นก่อนจะปลีกตัวออกไปโทรเรียกน้องสาวของตัวเองและจัดการนัดแนะให้เดินทางไปหาที่โรงแรมม่านรูดใกล้ๆ แถวนี้โดยอ้างว่าจะให้เงินเอาไว้ซื้อกับข้าวสำหรับวันพรุ่งนี้และแน่นอนว่าอีกฝ่ายนั้นกลับไม่ได้เอะใจอะไรเลยสักนิด
ด้วยความเชื่อใจพี่สาวของตัวเองเลยทำให้อรนลินรีบเดินทางมาตามที่กานติมาผู้พี่ได้บอกเอาไว้อย่างรวดเร็วก่อนหญิงสาวจะบอกเลขห้องกับคนดูแลด้านนอกและก้าวขาเข้าไปด้านในโดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าหลังจากก้าวนี้สิ้นสุดลงชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปตลอดกาล...
รอยยิ้มที่เคยปรากฏเด่นชัดอยู่บนใบหน้าหวานหายไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเธอเดินเข้ามาในห้องแล้วพบกับร่างสูงกำยำของผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเข้าแทนที่จะเป็นกานติมาพี่สาวของตัวเองอย่างที่คิดเอาไว้ในตอนแรก อรนลินหันกลับไปมองป้ายเลขที่ของห้องอีกครึ่งเพื่อความมั่นใจให้กับตัวเองก่อนจะพบว่าเธอมาถูกห้องแล้วจริงๆ หรือไม่บางทีอาจจะเป็นพี่สาวของเธอเสียเองที่บอกเลขห้องผิด
“ขอโทษค่ะ ฉันคงเข้าผิดห้อง” หญิงสาวร้องบอกขึ้นในรอบหลายนาทีก่อนจะหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไปติดตรงที่ว่าเขา ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเอกละครหลังข่าวกลับไม่ยอมที่จะให้เธอได้จากไปไหนง่ายๆ หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆ ต้นแขนกลับถูกกระชากอย่างแรงจากด้านหลัง ภาคินทร์จ้องมองใบหน้าหวานด้วยสายตาที่พร่ามัวเต็มทีเลยทำให้เขาเห็นหน้าของหญิงสาวที่จะมาทำหน้าที่คลายความทรมานบ้าๆ นี้ให้หมดไปเสียทีไม่ชัดเท่าที่ควรจะเป็น
เขารับรู้ได้เพียงแต่ว่าน้ำเสียงของเธอมันช่างหวานจับใจและน่าฟังเหลือเกินในยามนี้
“คุณคะ! ปล่อยฉันเถอะค่ะ!!” อรนลินร้องบอกขึ้นอย่างจนใจเมื่อออกแรงก็แล้ว พยายามสะบัดก็แล้วแต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของเธอกลับสู้แรงของเขาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว กลับกันยิ่งเธอสะบัดสู้เขาก็ยิ่งเพิ่มแรงบีบรัดมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะแกล้งกันไม่มีผิด
