ตอนที่ 2 ข่าวร้ายหรือข่าวดี
ตอนที่ 2
ข่าวร้ายหรือข่าวดี
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเผลอแป๊บเดียวก็ถึงเวลาสอบปลายภาคแล้ว อารียาและธนาเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่ทั้งสองจะอยู่ในรั้วโรงเรียนแห่งนี้ ปีหน้าทั้งคู่ก็จะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย
“เรียนจบแล้วจะไปเรียนต่อที่ไหน”
ธนาเอ่ยถามขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งกินข้าวอยู่ในโรงอาหาร
“ยังไม่รู้เลย”
ตอนแรกเธอก็ตั้งใจว่าจะตามไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกับธนา แต่ช่วงหลายวันมานี้เธอได้คิดทบทวนอะไรหลายๆอย่าง และตัดสินใจว่าเธอจะลองห่างๆเขาดูบ้าง เผื่อว่าความรู้สึกในใจของเธอจะเบาบางลง และทำให้เธอนั้นเจ็บปวดจากเรื่องนี้น้อยลงบ้าง
“แล้วต้นล่ะจะไปเรียนที่ไหน”
“ก็คงจะจุฬาฯนั่นแหละ”
“ดีแล้ว จะได้อยู่ใกล้ๆพี่จ๋าไง”
ชายหนุ่มลงเมื่ออารียาพูดถึงจารุวรรณขึ้นมา เขาดูแปลกไปจนหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น มีอะไรหรือเปล่า”
ธนาถอนหายใจ ความจริงเขาไม่ได้อยากบอกใครเรื่องนี้ แต่เพราะเห็นว่าอารียาเป็นเพื่อนสนิท บางทีถ้าเขาได้ระบายอะไรออกไปบ้างอาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้น
“ฉันกับจ๋าเราเลิกกันแล้ว”
“ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ”
“มันก็เป็นเรื่องปกติ คนเราพอห่างกันมากๆความรู้สึกมันก็เปลี่ยน จ๋าเข้าไปเจอคนที่ดีกว่าด้วย”
“จะมีใครดีกว่าต้นอีกล่ะ ไม่มีหรอก”
ถ้ามีผู้ชายที่ดีกว่าเธอคงไม่จมปลักอยู่กับเขาแบบนี้
“ช่างมันเถอะ เดี๋ยวเวลาก็ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง”
“ต้นจะไปเรียนที่จุฬาแบบนี้จะไม่เจอกับพี่จ๋าเหรอ”
“ไม่เจอหรอก จ๋าเขาย้ายไปเรียนที่ธรรมศาสตร์ คงจะย้ายตามแฟนใหม่ไปนั่นแหละ”
ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงถ้าได้รักใครแล้วก็ทุ่มเทได้ทุกอย่าง ถึงขั้นยอมทิ้งอนาคตของตัวเอง ยอมเปลี่ยนเส้นทางชีวิตตัวเองเพื่อคนรัก
“แล้วเธอล่ะสรุปว่าจะไปเรียนที่ไหน ฉันคิดว่าเธอจะตามไปเรียนที่จุฬาด้วยนะเนี่ย”
“คงไม่หรอก ฉันอาจจะไปเรียนแถวๆรังสิต ว่าจะดูก่อน”
“ปกติเธอตามฉันไปทุกที่ ทำไมคราวนี้ถึงไม่ไปเรียนด้วยกัน”
อารียาหลุบตาลง จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่มีความกล้ามากพอที่จะบอกเขาว่าเธอรู้สึกยังไง และที่เธอตัดสินใจไม่ไปเรียนต่อที่เดียวกับเขา ก็เพราะว่าเธออยากลองห่างๆเขาดูบ้างเผื่อว่าเธอจะยอมเปิดใจให้กับผู้ชายคนอื่นได้
ในเมื่อธนาไม่ได้มีความรู้สึกดีๆให้กับเธอ เธอก็ไม่อยากทำลายมิตรภาพดีๆ
“เอาน่า ถึงเราจะไม่ได้เรียนด้วยกันแต่เราก็เป็นเพื่อนกันอยู่ดี”
“ก็จริง เห็นแม่ฉันบอกว่าครอบครัวของเธอจะมากินข้าวด้วยวันเสาร์นี้”
“ใช่ เห็นแม่บอกว่าจะไปคุยเรื่องโรงแรมด้วย”
“ผู้ใหญ่คุยเรื่องธุรกิจกัน คงจะน่าเบื่อน่าดู”
“เราสองคนไม่มีสิทธิ์เบื่อหรอกนะ อย่าลืมสิว่าในอนาคตพวกเราต้องสืบทอดธุรกิจต่อ จะรีบเบื่อไปทำไม”
“ก็จริง ไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดีนะ เรียนจบมาก็มีงานรองรับ แต่ก็ไม่มีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเอง”
ธนารู้สึกเหมือนตัวเองถูกตีกรอบอยู่ตลอดเวลา แม่ของเขาเป็นคนเข้มงวดมาก ทั้งที่เมื่อก่อนก็ไม่ได้เป็นถึงขนาดนี้
และแล้วก็ถึงเวลาที่ทั้งสองครอบครัวได้มาเจอกัน อนงค์มากับอารียา โดยมีทิพรัตน์และธนาออกมาต้อนรับถึงหน้าบ้าน
“สบายดีนะคะคุณอนงค์”
“สบายดีค่ะคุณทิพรัตน์ แล้วอาการป่วยเป็นยังไงบ้างคะ”
ทิพรัตน์เพิ่งเข้าผ่าตัด และพักฟื้นมาได้สักพัก
“ดีขึ้นมากเลยค่ะ ตอนนี้เดินเหินสะดวกไม่เจ็บแผลแล้ว”
“ดีแล้วค่ะ งั้นเราเข้าไปข้างในกันเลยไหมคะ”
ทิพรัตน์พาอนงค์และอารียามานั่งในห้องอาหาร อนงค์ไม่รู้ว่าวันนี้อีกฝ่ายจะพูดเรื่องอะไรนอกเหนือจากเรื่องโรงแรมหรือเปล่า
“เรื่องโรงแรม สรุปว่าคุณอนงค์หาหุ้นส่วนอีกคนได้หรือยังคะ”
“ยังเลยค่ะ ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี เพื่อนๆของฉันเขาก็ชะลอเรื่องการลงทุนไปก่อน”
“ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ถ้าคุณอนงค์หาไม่ได้ ฉันจะได้ติดต่อหาคุณวริศอีกครั้ง พอดีว่าเขาสนใจ แต่ฉันรอให้คุณอนงค์หาหุ้นส่วนก่อน ก็เลยยังไม่ได้บอกเรื่องนี้”
“ถ้าอย่างนั้นติดต่อคุณวริศได้เลยค่ะ เพราะฉันคงหาไม่ได้แล้ว”
ในระหว่างที่ผู้ใหญ่กำลังคุยเรื่องธุรกิจ อารียาและธนาก็นั่งกินอาหารเงียบๆ
“ไหนๆเด็กๆก็เรียนจบมัธยมแล้ว เรามาพูดเรื่องหมั้นกันเลยดีไหมคะ”
อารียากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เธอรู้เรื่องนี้อยู่แล้วแต่ธนาไม่รู้ว่าแม่ของเขาคิดจะจับคู่เขากับเธอ
“หมั้นอะไรหรือครับแม่”
“แม่ไม่เคยบอกธนาเหรอว่าแม่จะให้ต้นแต่งงานกับเอย”
“จะแต่งได้ยังไงครับแม่ เราสองคนเป็นเพื่อนกัน”
“ยิ่งเป็นเพื่อนกันก็ยิ่งดี รู้จักนิสัยใจคอกันอยู่แล้ว ไม่ต้องปรับอะไรมาก”
ธนาวางช้อน ท่าทางดูเปลี่ยนไปทันทีเมื่อรู้ว่าแม่ของเขาคิดจะจับคู่เขากับอารียา
“ผมจะไม่แต่งงานกับเพื่อนตัวเอง”
“ต้น! นั่งลงเดี๋ยวนี้นะลูก เสียมารยาท”
ชายหนุ่มยอมนั่งลง แต่ท่าทางของเขาหลังจากนั้นทำให้อารียารู้สึกไม่สบายใจ เขาดูมึนตึงไม่ยอมพูดคุยกับเธอ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจที่รู้ว่าทิพรัตน์คิดจะจับคู่ให้
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะคะคุณอนงค์ เดี๋ยวให้เด็กๆเขาหมั้นกันไปก่อน เรียนจบแล้วค่อยมาว่ากันอีกทีว่าจะเอายังไง”
“แล้วแต่คุณทิพรัตน์เลยค่ะ ฝั่งฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เอยก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ใช่ไหมลูก”
อารียาฝืนยิ้ม เธอไม่ได้พยักหน้าหรือปฏิเสธ เพราะเธอรู้สึกไม่สบายใจที่เห็นท่าทีของธนา เขาดูไม่เต็มใจเมื่อรู้ว่าจะต้องแต่งงานกับเธอ ทำให้อารียากังวลกลัวว่าเขาจะโกรธ
“ต้น! เดี๋ยวก่อน”
หญิงสาววิ่งตามธนาออกมาจากบ้าน ชายหนุ่มหยุดเดินก่อนหันมาเผชิญหน้า
“รู้เรื่องนี้อยู่แล้วเหรอ”
“ก็รู้”
“แล้วทำไมไม่บอกว่าเราต้องแต่งงานกัน”
“จะให้บอกยังไงล่ะ เอยคิดว่าผู้ใหญ่เขาพูดเล่นๆไม่คิดว่าเขาจะจริงจัง”
“บอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันจะไม่แต่งงานกับเธอเด็ดขาด ฉันจะไม่แต่งงานกับเพื่อนตัวเอง”
“ต้น…”
เขาอาจจะกำลังเข้าใจผิดคิดว่าเธอรู้สึกฝืนใจ แต่ความจริงแล้วเธออยากแต่งงานกับเขา อยากเป็นเจ้าสาวของเขา อยากเป็นภรรยา อยากสร้างครอบครัวกับเขา แต่เธอไม่กล้าพอที่จะเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ เมื่อเห็นท่าทางที่ดูไม่เต็มใจ ทำให้อารียารู้สึกผิดหวัง
“ยังไงเราสองคนก็ขัดผู้ใหญ่ไม่ได้หรอก”
“ได้สิ ต้องได้ ฉันจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แม่จะได้เลิกคิดเรื่องนี้”
อารียาสะอึก เพื่อหนีการแต่งงานกับเธอ ธนาลงทุนหนีไปเรียนไกลถึงต่างประเทศ อารียาเข้าใจว่าชายหนุ่มคงจะรังเกียจเธอมาก ถึงยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อทำลายการแต่งงานระหว่างเขากับเธอ เรื่องนี้ทำให้หญิงสาวรู้สึกเสียใจและเจ็บปวด เธอไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยรั้งเขาเอาไว้ ได้แต่มองชายหนุ่มเดินจากไปก่อนที่น้ำตาจะร่วงหล่นลงมา
อารียารู้ดีว่าธนาคิดกับเธอแค่เพื่อน และเขาก็คงไม่มีวันรู้สึกกับเธอมากกว่านี้ เธอพยายามทำความเข้าใจ แต่หัวใจของเธอมันก็ไม่เคยรับฟัง
