เมียเศษซากในวันที่เหงาใจ

19.0K · จบแล้ว
นกกระจิบ
12
บท
802
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนสนิทที่รู้ใจกันทุกเรื่อง จนกระทั่งวันหนึ่งความสัมพันธ์ของทั้งสองก็เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อครอบครัวของเขา มองว่าเธอคือผู้หญิงที่เหมาะสมจะเป็นภรรยาของเขามากที่สุด เขา กลายเป็นคนเย็นชา แม้แต่คำว่าเพื่อนก็ไม่หลงเหลือ นับประสาอะไรกับคำว่ารัก เขาไม่มีทางมอบให้เธอได้เด็ดขาด เธอ ทุ่มเททุกอย่างเพื่อรักษาความสัมพันธ์ เธอหวังว่าสักวันเขาจะหันกลับมามองกันบ้าง แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงแค่ความว่างเปล่า ในวันที่เธอรักเขาจนสุดหัวใจ เขากับขอร้องให้เธอเซ็นใบหย่า หญิงสาวหมดแรงจะยื้อ เธอจากมาอย่างเงียบๆ ไม่เรียกร้อง ไม่อ้อนวอน ไม่แม้แต่จะบอกความจริงกับเขาเรื่องเด็กในท้อง!

นิยายรักโรแมนติกนิยายรักประธานเศรษฐีแบดบอยสัญญาทางรักพาลูกกหนีมีลูกโรแมนติกดราม่า

ตอนที่ 1 แอบรัก

ตอนที่ 1

แอบรัก

ทันทีที่หญิงสาวลงจากรถ เธอก็กวาดสายตามองไปรอบๆก่อนที่จะเผยรอยยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าคนที่เธอเฝ้าคิดถึงกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ จดจ่ออยู่กับหนังสือเรียน

“ต้น!”

หญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาชายหนุ่ม ส่งยิ้มให้เขา

“อ่านหนังสือแต่เช้าเลยหรือไง”

“วันนี้มีสอบย่อย ก็ต้องอ่านหนังสือสิ”

“ถ้าอย่างนั้นเอยขออ่านด้วยนะ”

หญิงสาวนั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะชำเลืองมองเธอ

“ทำไมวันนี้ดูอารมณ์ดี”

“เอยก็อารมณ์ดีแบบนี้ทุกวันอยู่แล้ว”

เธอไม่ได้บอกเขาไปตรงๆว่าเขาคือสาเหตุที่ทำให้เธอนั้นอารมณ์ดีในทุกๆวัน การได้มาโรงเรียนแล้วได้เห็นหน้าเขาแบบนี้ทำให้เธอมีความสุข

“แล้วจะอ่านวิชาอะไร”

ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวหยิบหนังสือเรียนออกมาหลายเล่ม

“ยังไม่รู้เลย ต้นอ่านวิชาอะไรอยู่ล่ะ”

“คณิตศาสตร์”

“ถ้าอย่างนั้นช่วยติวให้เอยด้วยสิ”

ถ้าเป็นเรื่องคณิตศาสตร์เธอยอมรับว่าตัวเองหัวทึบมาก จะบวกลบคูณหารก็ต้องพึ่งพาเครื่องคิดเลขเสมอ ยิ่งเป็นพวกสมการยากๆเธอยิ่งไม่รู้เรื่อง ที่ผ่านมาสอบผ่านก็บุญเท่าไหร่แล้ว

แต่ก็ต้องขอบคุณธนา เพราะความช่วยเหลือจากเขาทำให้เธอสอบผ่านเสมอ

“มีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงนะ”

“ครึ่งชั่วโมงก็ได้ นะ ๆ”

ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนที่เขาจะเริ่มติวให้กับหญิงสาวอย่างใจเย็น ธนาเป็นคนเรียนเก่ง และครอบครัวของเขากับครอบครัวของอารียาก็สนิทสนมกัน ทำให้ทั้งสองนั้นกลายเป็นเพื่อนกัน

สมัยเด็กๆบ้านของธนาเคยอยู่ข้างๆบ้านของอารียา แต่หลังจากที่พ่อของธนาเสียชีวิต แม่ของเขาก็ได้ไปซื้อบ้านอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทำให้ทั้งสองไม่ได้ไปเล่นด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะถึงอย่างไรก็เรียนโรงเรียนเดียวกันอยู่แล้ว

“ต้น วันนี้ไปบ้านเอยไหม”

“ไปทำอะไร”

“พ่อกับแม่อยากเจอต้นไง แล้ววันนี้พ่อกับแม่ก็ทำปลาเผาด้วยนะ ไปกินด้วยกันไหมล่ะ ของโปรดต้นเลยไม่ใช่เหรอ”

“ไม่สะดวกน่ะ ฉันนัดจ๋าไว้”

รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวค่อยๆเลือนหายเมื่อชายหนุ่มพูดถึงหญิงสาวอีกคนที่เธอไม่อยากได้ยินชื่อ

“จะไปไหนกันเหรอ”

“วันนี้วันเกิดจ๋า ก็ว่าจะพาไปกินข้าวแล้วก็เป่าเค้ก”

“อ๋อ งั้นก็ไม่เป็นไร”

หญิงสาวซึมลงอย่างเห็นได้ชัดแต่ชายหนุ่มไม่ทันได้สังเกต เขายังคงหมกมุ่นอยู่กับการอ่านหนังสือ และวางแผนว่าจะเซอร์ไพรส์แฟนสาวยังไงดี

ธนาคบหากับจารุวรรณ ที่ปัจจุบันเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 1 เป็นรุ่นพี่ของธนากับอารียา ธนาคบหากับหญิงสาวตั้งแต่ตอนที่อีกฝ่ายยังเรียนอยู่ที่นี่ แม้ว่าจารุวรรณจะเรียนจบไปแล้วแต่ทั้งสองก็ยังคงความสัมพันธ์เอาไว้

“เดี๋ยวเอยไปก่อนดีกว่า”

“จะรีบไปไหนล่ะ”

ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อจู่ๆหญิงสาวก็เก็บของใส่กระเป๋าและลุกขึ้น ทั้งๆที่ยังติวไม่เสร็จเหลือเวลาอีกตั้ง 10 นาที

“ไปเตรียมตัวไง ไม่อยากตื่นเต้นเดี๋ยวลืมหมด”

“ถ้างั้นก็ไปพร้อมกันเลยสิ”

“เอยจะไปเข้าห้องน้ำด้วย ถ้าจะขึ้นไปบนตึกก็ไปก่อนก็ได้”

หญิงสาวหยิบกระเป๋าก่อนเดินออกมา เธอนั่งอยู่ในห้องน้ำเกือบ 3 นาที ก่อนถอนหายใจยาว อารียาหยิบกระเป๋าเงินออกมาดู ในกระเป๋ามีรูปคู่ของเธอกับธนา เป็นรูปที่เธอเก็บเอาไว้ เพราะมันเป็นรูปถ่ายเพียงใบเดียวระหว่างเขากับเธอ

มีสิ่งหนึ่งที่อารียาไม่เคยบอกใคร เธอแอบรักธนามานานแล้ว แอบรักมาตั้งแต่เด็กๆ เหตุผลที่เธอมีความรู้สึกดีๆให้กับเขา ก็เพราะว่าพ่อกับแม่มักจะให้ความหวังเธอเสมอว่าเมื่อโตไปเธอจะได้แต่งงานกับธนา เพราะทั้งสองครอบครัวได้คุยกันเอาไว้แล้วว่าจะให้เกี่ยวดองกัน

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมีความรู้สึกดีๆให้กับเขามาตั้งแต่เด็ก เธอวาดฝันว่าตัวเองจะได้เป็นเจ้าสาวของธนาเมื่อโตขึ้น แต่เธอก็ต้องพบกับความเจ็บปวดครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเขานั้นไม่เคยชายตามอง ไม่เคยมองเธอเป็นอย่างอื่นนอกจากเพื่อน

เขาขีดเส้นอย่างชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงมีความหวัง

อารียาไม่ได้ย่อท้อ เธอพยายามที่จะเข้าหาธนามากกว่านี้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เข้าใจความรู้สึกของเธอเลย เขาให้เธอเป็นได้แค่เพื่อนในขณะที่ผู้หญิงคนอื่นมีโอกาสได้กุมหัวใจของเขา

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ”

อารียาไม่ชอบเลยที่ตัวเองต้องตกอยู่ในความรู้สึกแบบนี้ เธออยากมีความสุขแบบคนอื่นบ้าง อยากมีโอกาสได้จับมือเขา ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน 2 คน แต่เขาก็ไม่เคยเปิดโอกาสนั้นให้เธอเลยสักครั้ง

มันเป็นเรื่องที่ดีที่เขาซื่อสัตย์กับจารุวรรณ แต่การที่เขาเป็นคนดีแบบนี้มันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกรักเขามากขึ้นเรื่อยๆ

“ยังไม่เข้าห้องสอบอีกเหรอนักเรียน”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นข้างนอก ทำให้อารียาที่นั่งเหม่อสะดุ้ง เธอมองนาฬิกาข้อมือก่อนรีบลุกขึ้น

“ถึงเวลาสอบแล้วหรือคะคุณครู”

“ก็ใช่น่ะสิ เป็นอะไรหรือเปล่า ท้องเสียหรือไง”

“ไม่ใช่ค่ะ พอดีนั่งเพลินไปหน่อย”

หญิงสาวรีบวิ่งขึ้นตึก เมื่อเข้ามาในห้องก็เห็นว่าเพื่อนๆกำลังนั่งสอบอยู่ เธอสายไปแค่ 5 นาทีแต่ก็ทำให้เธอรู้สึกอายที่เข้าห้องสอบช้ากว่าคนอื่น

“ไปไหนมา”

ธนากระซิบถามเสียงเบา อารียาไม่ได้ตอบ เพราะครูกำลังเดินมาทางนี้ และปกติในห้องสอบก็จะไม่อนุญาตให้นักเรียนคุยกัน

“อย่าเพิ่งคุยกันนะนักเรียน สอบเสร็จก่อนแล้วค่อยคุยกันทีหลัง”

“ค่ะคุณครู”

เพราะเรื่องของจารุวรรณกับธนาที่รบกวนจิตใจเลยทำให้อารียาไม่ค่อยมีสมาธิ เธอรู้สึกว่าวันนี้เธอทำได้ไม่ดี แต่ก็คาดหวังว่าตัวเองจะสอบผ่าน ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องได้คะแนนสูงลิบลิ่ว

เธอแค่อยากเรียนให้จบ ได้เกรดเฉลี่ยที่ไม่ขี้เหร่เกินไป พ่อกับแม่จะได้ไม่ผิดหวังในตัวเธอ อารียายอมรับว่าเธอเป็นคนเรียนไม่เก่งมาก แต่เธอก็มี ความพยายามมาโดยตลอดทำให้เกรดเฉลี่ยของเธอนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย

แต่ความโชคดีคือพ่อกับแม่ไม่ได้มากดดันเธอเรื่องการเรียน ถึงแม้ว่าบางครั้งคะแนนบางวิชาของเธอจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่ทั้งสองก็ดูเหมือนจะพยายามมองข้ามมันไป

“ไปไหนมาทำไมเข้าห้องสอบช้าล่ะ”

หลังจากที่สอบเสร็จวิชาแรกก็ถึงเวลาพักเบรก หญิงสาวมานั่งอยู่หน้าห้อง ไม่กล้าเดินไปไหนกลัวจะเข้าห้องสอบช้าแบบเมื่อกี้อีก

“ก็เข้าห้องน้ำเพลินไปหน่อย”

“ไม่ใช่ว่าไปนั่งหลับอยู่ในห้องน้ำเหรอ”

“ใช่ที่ไหนล่ะ”

ธนาขยับเข้ามาใกล้ เขารู้สึกว่าสีหน้าของ หญิงสาวดูไม่ดีจึงทาบหลังมือลงบนหน้าผากเธอ โดยไม่รู้ด้วยว่าการกระทำนั้นทำให้อารียาใจสั่นมากแค่ไหน

“ตัวไม่ร้อนแสดงว่าไม่ได้เป็นอะไร”

“ก็ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”

“กินขนมปังไหม มีติดกระเป๋าพอดีเลย”

“ไม่เอา ไม่หิว ต้นกินเถอะ”

ต่อให้หิวเธอก็คงจะกินอะไรไม่ลง เพราะเรื่องของจารุวรรณยังรบกวนจิตใจเธออยู่ ทำให้เธอนั้นแทบจะไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรเลย