บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 เด็กดื้อกับพ่อเลี้ยงใจหิน

ตอนที่ 2

เด็กดื้อกับพ่อเลี้ยงใจหิน

เช้าตรู่ของอีกวันบนดอยสูง... ไร่ชาที่กว้างสุดลูกหูลูกตาอบอวลไปด้วยกลิ่นดินชื้นระคนกลิ่นหอมอ่อนๆ ของยอดชาอ่อนที่เพิ่งผลิใบ

ไอหมอกบางเบาลอยเอื่อยคลอเคลียตาม เนินเขาที่ทอดยาวราวกับภาพวาดจากพู่กันของ จิตรกรเอก แสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มทอประกายสีทองอ่อนๆ สาดส่องกระทบยอดไม้และใบชา ทำให้ หยาดน้ำค้างที่เกาะพราวระยิบระยับราวกับเพชรเม็ดเล็กๆ

ขิม ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้ากองตะกร้าหวายสานที่สูงท่วมตัว เธอแต่งกายด้วยเสื้อยืดแขนยาวสีซีดและกางเกงผ้ายืดตัวเก่าที่ดูสะอาดสะอ้าน แม้จะผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก ใบหน้าขาวอมชมพูของเธอดูเปล่งปลั่งขึ้นเล็กน้อยยามต้องแสงแรกของวัน แต่ก็มีร่องรอยของความตั้งใจจริง เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วแซมอยู่ในความเงียบงันของยามเช้า ขณะที่คนงานในไร่ต่างก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองอย่างคล่องแคล่วและคุ้นชิน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

“นี่มันงานของผู้ใหญ่นะเอ็ง! เดี๋ยวมือมื้อนี้มือพองหมดหรอก!” เสียงแหลมปนความห่วงใยของ ป้าจันทร์ดังขึ้น เมื่อเห็นมือเล็กๆ ของขิมกำลังพยายามยกตะกร้าชาขนาดใหญ่ขึ้นแบกบนหลังอย่างทุลักทุเล มันดูหนักเกินตัวของเธอไปมากนัก

“ขิมอยากช่วยค่ะป้า... อยู่เฉยๆ ก็รู้สึกเกะกะไปหมดเลย”

เด็กสาวยิ้มหวาน ดวงตากลมโตเป็นประกายซื่อตรง เธอยกมือเล็กๆ ขึ้นเช็ดหยาดเหงื่อที่ซึมอยู่ข้างขมับอย่างไม่ย่อท้อ เพิ่งจะผ่านมาแค่เพียงวันเดียวเท่านั้นที่ขิมมาเหยียบแผ่นดินดอยแห่งนี้ แต่กลับทำตัวราวกับอยู่ที่นี่มาทั้งชีวิต การปรับตัวที่รวดเร็วเกินคาดของเธอทำให้ป้าจันทร์อดยิ้มไม่ได้

พ่อเลี้ยงคิมหันต์ยืนอยู่บนมุมสูงของไร่ ชายหนุ่มในชุดทำงานทะมัดทะแมง ดวงตาคมกริบกวาดมองภาพรวมของไร่ชาที่กำลังตื่นขึ้นรับวันใหม่ สายตาของเขาชะงักเมื่อจับจ้องไปที่ร่างเล็กๆ ของขิมในเสื้อยืดธรรมดาๆ แต่กลับดูโดดเด่นสะดุดตาในแสงแดดยามเช้า เขาเองก็ยังอดที่จะหยุดมองเธอสักครู่ไม่ได้ ภาพเด็กสาวที่กำลังพยายามทำงานหนักเกินตัว มันน่าแปลกที่ภาพนี้ไม่ได้ทำให้เขารำคาญใจเท่าที่ควรจะเป็น

“เด็กนี่... ดื้อเป็นบ้า”

เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น พยายามจะสะบัดภาพนั้นออกจากใจ แต่ก็ทำได้ยากยิ่งนัก ไม่นานนักเขาก็หันกลับมาและออกคำสั่งด้วยเสียงที่เข้มงวดดุจคำประกาศิต

“ป้าจันทร์! บอกให้เธอหยุดทำงานหนัก! ไปช่วยเก็บใบชาอย่างเดียวก็พอ!”

เสียงเข้มของพ่อเลี้ยงคิมหันต์ก้องกังวานไปทั่วบริเวณไร่ ทำเอาคนงานทุกคนที่กำลังขะมักเขม้นกับงานต้องหยุดชะงักและเงียบลงทันที ทุกคนรู้ดีถึง ความเด็ดขาดของพ่อเลี้ยง แต่ขิมกลับไม่เป็นเช่นนั้น เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว ราวกับว่าคำสั่งนั้นไม่ได้มีผลกับเธอแม้แต่น้อย ก่อนจะยกมือไหว้ด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่แต้มอยู่บนริมฝีปาก แล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำ

“หนูไม่เป็นไรค่ะพ่อเลี้ยง หนูอยากเรียนรู้ให้มากที่สุด จะได้ช่วยงานได้จริง ๆ”

คำพูดนั้นมันเรียบง่าย ไร้ซึ่งความซับซ้อน แต่กลับดื้อดึงและมุ่งมั่นอย่างน่าประหลาด และเพราะมันตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง มันจึงแทงทะลุเข้าไปกลางใจของเขาอย่างประหลาด ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังสั่นไหวอยู่ในอก

“เด็กแบบนี้ จะอยู่ได้นานแค่ไหนกัน” เขาถามตัวเอง เสียงนั้นแทบจะเลือนหายไปในสายลม ก่อนจะเดินจากไปราวกับไม่ใส่ใจ ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองอีกครั้ง แต่ในความเป็นจริง... หัวใจของเขายังคงวนเวียนอยู่กับคำว่า “อยากช่วยได้จริง ๆ” ของเด็กคนนี้ไม่จางหายไปไหน

ตอนกลางวัน แสงแดดเริ่มจัดจ้าขึ้นเล็กน้อย ขิมเดินถือถาดอาหารขึ้นบ้านไม้ใหญ่ด้วยตัวเองอย่างคุ้นเคย วันนี้ป้าจันทร์มอบหมายให้เธอช่วยเสิร์ฟอาหารกลางวันให้พ่อเลี้ยงคิมหันต์

“เธอไม่ต้องขึ้นมาก็ได้”

เสียงของเขาบอกออกมาเบาๆ โดยไม่หันมามองหน้า ขิมรับรู้ได้ถึงความห่างเหินในน้ำเสียงนั้น แต่เธอก็ยังคงเดินไปวางชามอาหารลงอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวจะรบกวนสมาธิของเขา ก่อนจะหันไปยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน

“พ่อเลี้ยงไม่ชอบให้ใครวุ่นวาย แต่ขิมจะพยายามไม่เป็นภาระนะคะ ขิมเรียนรู้เร็ว จะช่วยป้าจันทร์ได้เร็วๆ นี้แน่ค่ะ” เสียงเล็กๆ ของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงใจ

คิมหันต์ชะงักมือที่กำลังจะตักอาหารเข้าปาก เขานิ่งไปครู่หนึ่ง คำพูดของเด็กสาวนั้น... เธอพูดราวกับต้องการได้รับการยอมรับ ไม่ใช่ความสงสารที่หลายคนมักจะมอบให้เขา

“อยากได้อะไรตอบแทน” เขาถามห้วนๆ อีกครั้ง น้ำเสียงยังคงแฝงไว้ด้วยความไม่ไว้ใจในความหวังดีที่ได้รับมาโดยไม่คาดฝัน

แต่สาวน้อยกลับส่ายหน้าเบาๆ พลางยิ้มบางๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วย ความบริสุทธิ์

“ไม่ค่ะ หนูแค่อยากมีที่ให้ยืนโดยไม่ต้องเกะกะใคร... แค่นั้นเอง” คำตอบนั้นเรียบง่าย แต่กลับสะท้อนความปรารถนาอันบริสุทธิ์ของเด็กน้อยที่ถูกทอดทิ้ง

คิมหันต์เงียบไปนานแสนนาน... ความเงียบที่เต็มไปด้วยความคิดและความรู้สึกหลากหลาย ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากพูดออกมาด้วยเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน โดยไม่หันมามองหน้าเธอ “อยู่ที่นี่... ไม่จำเป็นต้องพยายามทำให้ใครรัก แค่ไม่หลอกกัน... ก็พอ”

ประโยคนั้นมันเหมือนเสียงสะท้อนจากอดีตที่ห่างไกล... เสียงจากผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยทำให้เขาสูญเสียศรัทธาในความรักและความเชื่อใจเกือบทั้งหมดไป แต่ในดวงตาของขิม... มันไม่มีอะไรเลยนอกจากความจริงใจ ความใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่มีแววขอความสงสาร มีแต่ความพยายามแบบเด็กน้อยที่อยากพิสูจน์ตัวเองอย่างเงียบๆ

เขาเริ่มเข้าใจแล้ว... เด็กคนนี้ไม่ใช่คนที่จะผลักไสออกจากบ้านได้ง่ายๆ เหมือนคนอื่นๆ ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต และยิ่งมอง... ก็ยิ่งรู้ว่า ยิ่งเขาผลักไสเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเขากำลังดึงเธอเข้ามาในหัวใจของเขา ทีละน้อยๆ โดยที่เขาเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel