ตอนที่ 3 ไร่ชาในสายหมอก
ตอนที่ 3
ไร่ชาในสายหมอก
เช้าวันใหม่บนดอยสูงมักเริ่มต้นด้วยความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขา มีเพียงเสียงของสายลมที่พัดเอื่อยผ่านยอดชา และเสียงใบไม้ที่ไหวระริก แต่ไม่ใช่กับ “ขิม” เด็กสาวตัวเล็กๆ ที่ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันจะสางดี แสงเงินยวงของรุ่งอรุณยังคงระเรื่ออยู่ที่ปลายฟ้า
เสียงการเคลื่อนไหวของเธอเบาและระมัดระวังเป็นพิเศษ ราวกับกลัวว่าจะไปรบกวนใครที่ยังหลับใหลอยู่ในบ้านหลังใหญ่แห่งนี้ มือเล็กๆ ที่ดูบอบบางแต่กลับมีความตั้งใจ จัดผ้าห่มที่นอนให้เรียบตึง วางหมอนให้เข้าที่อย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะเดินออกจากห้องเล็กๆ ข้างครัว แล้วมุ่งตรงไปยังลานตากชาที่ปกคลุมไปด้วยไอหมอกจางๆ เธอดูคุ้นเคยกับกิจวัตรเหล่านี้ราวกับทำมานานหลายปี
ขิมพยายามจดจำทุกอย่างที่ ป้าจันทร์ สอน ไม่ว่าจะเป็นวิธีจับใบชาอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้ช้ำ วิธีเลือกยอดอ่อนที่เหมาะสมสำหรับชาชั้นดี หรือแม้แต่จังหวะการห่มผ้าคลุมกองใบชาที่กำลังตากแดด เพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติที่สมบูรณ์แบบ
มือของขิมบางวันก็พองจนรู้สึกเจ็บปวดไปหมดจนไม่กล้าแตะน้ำเย็นๆ แต่เด็กสาวคนนั้นกลับไม่เคยปริปากบ่นเลยแม้แต่คำเดียว รอยยิ้มบางๆ ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ ไม่ว่าร่างกายจะเหนื่อยล้าแค่ไหนก็ตาม
เธอใช้ชายเสื้อยืดตัวเก่าซับหยาดเหงื่อที่ซึมออกมาจากไรผม เงยหน้ารับลมเย็นสดชื่นที่พัดผ่านมาโอบกอดร่างเล็กๆ แผ่วเบา และยิ้มให้กับแสงอาทิตย์อ่อนๆ ที่เพิ่งโผล่พ้นยอดดอยมาทักทายโลกภายนอก ใบหน้าของเธอแลดูมีความสุขและพึงพอใจอย่างน่าประหลาด ใครมองก็รู้... ว่าเธอไม่ใช่คนที่เหมาะกับชีวิตที่ต้องตรากตรำอยู่บนดอยแบบนี้ แต่ขิมกลับเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนี้อย่างมั่นคง ไม่ใช่เพราะเธอแข็งแรงเกินใคร แต่เป็นเพราะเธอไม่อยากเป็น “คนที่ไม่มีใครต้องการ” อีกต่อไปแล้ว… เธออยากมีที่ยืนของตัวเอง
และคนที่เฝ้ามองเธออยู่จากระเบียงไม้ชั้นบน ก็รับรู้ได้ถึงความพยายามอันเงียบงันนั้นอย่างเต็มหัวใจ คิมหันต์ ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานนับสิบนาที สายตาคมกริบจับจ้องไปยังร่างเล็กๆ ที่กำลังขยันขันแข็งอยู่กลางไร่ชา
มือของเขากุมแก้วชาที่เริ่มเย็นเฉียบลงทุกขณะ แต่ในอกกลับรู้สึกอุ่นขึ้นอย่างประหลาด ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแสนนาน ทุกครั้งที่เขาเห็นเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยยามเลือกยอดใบชาอย่างตั้งใจ ทุกครั้งที่เธออมยิ้มบางๆ ให้กับลูกแมวสีขาวที่เดินมาคลอเคลียข้างกาย เขาไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ เด็กสาวคนนั้น... เริ่มมีผลต่อความรู้สึกของเขาอย่างลึกซึ้ง
คิมหันต์สะบัดศีรษะเบาๆ พยายามปัดความคิดแปลกๆ นั้นออกไปจากห้วงคำนึง เขามักจะบอกตัวเองเสมอว่าไม่ควรจะรู้สึกอะไรกับใครอีกแล้ว หลังจากอดีตที่เคยทำร้ายหัวใจเขาจนบอบช้ำ แต่เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นเธอเผลอหลับไปใต้ต้นชาใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา ใบหน้าน้อยๆ ที่ดูอ่อนเยาว์และไร้เดียงสา แพขนตาหนายาวที่ไหวระริกยามหลับใหล และเสื้อคลุมบางๆ ที่ห่มกายเพียงน้อยนิด ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้
โดยไม่รู้ตัวเลยว่าแรงอะไรที่ดึงดูด เขาตัดสินใจเดินลงบันไดไปหาเธอด้วยความรวดเร็วที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ
“เด็กบ้า...” เขาพึมพำกระซิบเบาๆ ขณะเดินเข้าไปใกล้ ร่างกายสูงใหญ่ทอดเงาปกคลุมร่างเล็กๆ ของเธอ “นอนหลับในไร่ชาแบบนี้... รู้ไหมว่าแมลงมันกัดหมดแล้ว”
เธอหลับสนิท ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าร่างกายเล็กๆ นั้นเหนื่อยล้ามาทั้งวัน พ่อเลี้ยงคิมหันต์จึงค่อยๆ ถอดเสื้อคลุมตัวหนาของตัวเองออกอย่างแผ่วเบา คลี่มันออกอย่างระมัดระวัง แล้ววางลงบนร่างเล็กของขิมอย่างนุ่มนวลที่สุด
มือหยาบกร้านของเขาสัมผัสกับผมนุ่มสลวยของเธอเพียงแค่ชั่วขณะเดียว แต่สัมผัสนั้นกลับทำให้ใจของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
เขานั่งลงเงียบๆ ข้างเธอสักพัก ปล่อยให้เวลาดำเนินไปอย่างช้าๆ เฝ้ามองดวงหน้าอันบริสุทธิ์ของเด็กสาวที่เคยถูกใครต่อใครบอกว่าไม่มีใครต้องการ เด็กสาวที่พูดน้อยแต่เต็มไปด้วยความจริงใจและมุ่งมั่น เด็กสาวที่ทำให้ไร่ชาอันเงียบเหงาของเขากลับมามีชีวิตชีวา มีเสียงหัวเราะ และความอบอุ่นอีกครั้ง
“ขิม...” เขาเรียกชื่อเธอในใจเป็นครั้งแรก เสียงนั้นแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
ก่อนจะลุกขึ้นยืน... ทิ้งเสื้อคลุมของตัวเองไว้กับเธอ... และทิ้งความรู้สึกบางอย่างที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้น... ไว้กับหัวใจที่เคยด้านชาของตัวเองอย่างเงียบงัน
