ตอนที่8 [ความต่างในเมืองกับบ้านสวน] เมียเด็กของหมอเพลย์บอย
ลูกจันไม่รู้จะดูอะไรอีกรู้สึกเบื่อจึงปิดทีวี ลุกขึ้นเดินไปสำรวจรอบ ๆ ที่พัก ขณะนี้เวลา 3ทุ่มแล้ว ลูกจันเลื่อนประตูกระจกออกไปสูดอากาศด้านนอก ตึกนี้มี29ชั้นเพนต์เฮาส์ของหมออยู่ชั้นบนสุด จึงทำให้เห็นวิวเมืองกรุงเทพฯในยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน แสงไฟวิบวับสาดส่องไปทั่วเมือง ด้านล่างเห็นรถแล่นอยู่บนถนนขวักไขว่ ผู้คนยังเดินทางสวนกันไปมามากมาย ช่างแตกต่างจากบ้านสวนที่เธออยู่ตั้งแต่เล็กจนโตอย่างลิบลับจริง ๆ ป่านนี้ทางบ้านสวนต่างพากันเข้านอนหลับใหลไปแล้ว… ทว่าจู่ ๆ มีลมกรรโชกเข้ามาปะทะใบหน้าจนเย็นวาบ กลิ่นหอมของดอกกุหลาบหลากหลายสี ที่เจ้าบ้านได้ปลูกเอาไว้ ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ มาปะทะจมูก ทำให้ลูกจันรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก เธอเดินไปหยิบสายยางเปิดน้ำรดต้นไม้และดอกไม้อย่างคล่องแคล่ว มาอาศัยบ้านคนอื่นอยู่ เธอต้องรู้จักทำตัวให้มีประโยชน์มากขึ้นสินะ
ลูกจันยังวุ่นอยู่กับต้นไม้ดอกไม้ และบรรยากาศด้านนอก จนลืมดูเวลา เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ผลักประตูเข้ามาในโถงรับแขก คุณหมอธีรภัทรถึงกับขมวดคิ้วจนเป็นปม เมื่อเห็นแสงไฟถูกเปิดทิ้งไว้ หรือว่าลูกจันยังไม่นอน มือหนาคว้าลูกบิดประตูผลักเข้าไปในห้องส่วนตัวของเธอ ทว่าบนเตียงกลับว่างเปล่า
“ลูกจันไปไหน” เธอเพิ่งเข้ากรุงเทพฯ ไม่น่าจะออกไปไกล เขาเดินไปที่หลังบ้าน สายตาคมมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ ก็เห็นร่างเล็กกำลังง่วนอยู่กับต้นไม้ดอกไม้ของเขา คุณหมอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินไปเลื่อนประตูกระจก และก้าวออกไปด้านนอก หมอหนุ่มก้าวไปหยุดยืนอยู่ด้านหลังลูกจันเงียบ ๆ เธอก็ยังไม่รู้สึกตัว คนตัวเล็กยังนั่งง่วนอยู่กับดอกไม้ของเขา
“ลูกจัน ทำไมไม่เข้านอน” เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้ร่างเล็กหันขวับมามองหลัง เมื่อเห็นว่าเป็นใครเธอจึงรีบลุกขึ้นยืน
“คุณหมอ ตกใจหมดเลย…มาตั้งแต่เมื่อไหร่จ๊ะ” ลูกจันสะดุ้งโหยง ใบหน้าสวยซีดเผือด
“แค่นี้ ตกใจมากเหรอ… ดึกแล้วทำไมยังไม่เข้านอนอีก” ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้มากขึ้น มากจนลูกจันได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวเขา ทำให้เธอผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว เจ้าบ้านเข้าไปประชิดร่างเล็ก โน้มใบหน้าลงไปใกล้ ๆ
“หรือว่า…รอฉัน” เสียงเขากระซิบข้างหู ลมหายใจร้อน ๆ เป่ารดอยู่ข้างแก้ม จนลูกจันได้กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับกลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังโชยมาปะทะจมูก นี่เขาไปทำงานหรือไปดื่มเหล้ามากันแน่ ลูกจันยกมือดันหน้าเขาออก และรีบเบี่ยงตัวหนี
“ลูกจันไม่ได้รอใคร…แค่นอนไม่หลับ เลยเดินออกมาข้างนอกเจออากาศดี เลยเพลินไปหน่อย” เธออธิบายบอกเขาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ลูกจันไม่ชอบเลย ไม่ชอบอยู่ใกล้เขา เพราะทุกครั้งที่ใกล้เขา มันทำให้เธอใจสั่นอย่างประหลาด
“กลัวฉันเหรอ” เขาเห็นนางแมวป่าทำท่าหวาดกลัว จึงอยากแกล้งเธอเล่น
“ไม่กลัว ทำไมลูกจันต้องกลัวคุณหมอด้วย” เธอย้อน ดวงตากลมโตจ้องเขาเขม็ง แต่ก็แอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ คุณหมอประชิดเธอมากขึ้น ลูกจันเลิ่กลั่กรีบก้าวถอยหลังอย่างอัตโนมัติ เขาก้าวตามประชิด ต้อนจนแผ่นหลังบางปะทะกับกำแพงระเบียง ก่อนจะยกสองแขนค้ำกับกำแพง กักขังคนตัวเล็กให้อยู่ในอ้อมแขน
“อื้อ ถอยไป ถ้าคุณหมอเมาก็ไปนอนเลย” ลูกจันยกมือดันหน้าเขาออก พร้อมยกมืออีกข้างปิดจมูกตัวเองไว้
“ปิดจมูกทำไม? เหม็นฉันเหรอ” เขาเลิกคิ้วถาม ส่วนมากมีแต่ผู้หญิงชมว่าตัวเขาหอมมาก เพิ่งมียัยแมวป่านี่แหละ ที่แสดงออกมาราวกับเขาเป็น ‘เชื้อโรค’
“ถอยไปจ๊ะ ลูกจันเหม็นเหล้าจะอ้วก”
“เหม็นเหล้าเหรอ! ฉันดื่มไปแค่ไม่กี่แก้วเอง ไม่เชื่อดมดู” เขายกยิ้มจาง ๆ โน้มใบหน้าเข้าใกล้จนลมหายใจเป่ารดแก้มนุ่ม ลูกจันผงะเบี่ยงหน้าหนี ทำให้จมูกโด่งชนกับแก้มนุ่มอย่างจัง
จุ๊บ!
“หื้ม! แก้มเธอก็หอมดีเหมือนกันนะ” ลูกจันยกมือจะฟาดเข้าที่หน้าหมอ ทว่าครานี้เขาไวกว่า มือหนารวบแขนเธอไว้ทั้งสองข้าง
“คิดจะตบฉันอีกเหรอ เสียใจด้วยนะ อนุโลมให้แค่ครั้งเดียว ต่อไปถ้าเธอกล้าตบหน้าฉันอีก เราก็มาแลกกัน ‘ตบหนึ่งทีแลกกับจูบปากหนึ่งครั้ง’ เอาไหม?” เขากระตุกยิ้ม เมื่อเห็นแววตาลูกจันไหววูบสั่นระริกไปด้วยความกรุ่นโกรธ
“พูดแบบนี้ คุณหมอต้องการอะไรกันแน่” ลูกจันถามเสียงสั่น
“ก็กำลังสอนเธออยู่นี่ไง ว่าต่อไปอย่าได้คิดตบหน้าใครเขาไปทั่ว ถ้าไม่ใช่ฉัน ป่านนี้เธอคง…” เขาทิ้งท้ายก่อนจะผละถอย ให้ลูกจันได้รับอิสระ
“หมายความว่าไง พูดมาให้จบเลยดีกว่า ถ้าไม่ใช่คุณหมอแล้วจะ…ทำไม?” ลูกจันถามเสียงขุ่น
“จะ ‘ปล้ำทำเมีย’ ไง?” เขาสวนทันควัน ทำให้ลูกจันนิ่งอึ้ง เมื่อตั้งสติได้เธอจึงรีบหันหลังวิ่งเข้าไปด้านใน ผลักประตูเข้าห้องกดล็อคอย่างแน่นหนา ก่อนจะยืนพิงประตูด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม… คุณหมอหนุ่มได้แต่กระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ
“ยัยตัวแสบ!”
