ตอนที่6[ลูกจันเข้ากรุงเทพ] เมียเด็กของหมอเพลย์บอย
“ฉันก็จะไปฟ้องคุณย่า ว่าเธอซาดิสตบหน้าฉัน และตอนนี้ก็กำลังบด ‘ลูกชาย’ ฉันด้วย” มุมปากหยักกระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อทำให้คนตัวเล็กสงบนิ่ง…ทว่า
“ไอ้…คุณหมอลามก ตัวเองหื่นกามแล้วยังมาโทษคนอื่น” ลูกจันสะบัดตัวลุกขึ้นยืน เธอก็ว่าเขาฉอด ๆ ส่วนคนที่แกล้งเธอ ได้แต่กลั้นขำจนหน้าดำหน้าแดง ที่สามารถทำให้ลูกจันอารมณ์เสียได้ เขาชอบนักเวลาเธออารมณ์เสีย มันเหมือน ‘นางแมวป่า’ ที่ดื้อรั้น พอจนตรอกก็หันมาขู่ฟ่อ ๆ
บนโต๊ะอาหารค่ำ
คุณย่าประไพนั่งหัวโต๊ะ ด้านขวามือเป็นหลานชายส่วนด้านซ้ายจะเป็นเด็กสาวในปกครอง ทุกคนนั่งกินอาหารกันอย่างเงียบ ๆ เมื่อคุณย่ายกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ลูกจันจึงเอื้อมมือคว้าแก้วตัวเองมาดื่มบ้าง
“ลูกจันอิ่มแล้วเหรอ”
“จ๊ะ คุณท่าน”
“ถ้าอิ่มกันแล้ว ก็ออกไปหาย่าที่ห้องนั่งเล่นนะ ย่ามีธุระสำคัญจะคุยด้วย”
ในห้องนั่งเล่นคุณย่าประไพนั่งอยู่บนโซฟาหนานุ่ม หลานชายจึงก้าวเข้าไปนั่งชิดตัวเดียวกัน
“คุณย่ามีธุระอะไรเหรอครับ”
“รอน้องก่อน ลูกจันไปไหนเสียล่ะ”
“ผมเห็นช่วยป้านอมเก็บถ้วยชามไปล้างครับ”
“งั้นตาหมอออกไปตามน้องมาที ย่าจะได้พูดครั้งเดียวจะได้จบ ๆ ไป” หลานชายลุกขึ้นไปตามลูกจัน ไม่นานทั้งคู่ก็เข้ามานั่งต่อหน้า
“คุณย่ามีอะไร รีบพูดมาได้เลยครับ”
“หมอก็รู้แล้วใช่ไหม ว่าลูกจันจบม. 6แล้ว”
“ครับ แล้วไงต่อครับ”
“ย่าให้ลูกจันสอบเข้ามหา’ลัยในกรุงเทพ และตอนนี้น้องก็สอบติดแล้วด้วย” คุณย่าประไพยื่นเอกสารรายละเอียดของมหาวิทยาลัยให้หลานชายดู
“อืม… ก็ดีครับ ถือว่าการเรียนยังใช้ได้ ที่สามารถสอบติดมหา’ลัยเอกชนชื่อดังได้” เมื่อกวาดสายตาดู เขาก็เอ่ยชมคนตัวเล็ก ยอมรับว่าลูกจันเรียนเก่งมาก ๆ
“ที่ย่าให้เรามาวันนี้ ก็เพื่อจะให้มารับลูกจันไปอยู่คอนโดกับเรานั่นแหละ”
“อะไรนะครับ/อะไรนะ” คุณหมอกับลูกจันประสานเสียงกัน และหันหน้ามาสบตากัน ก่อนลูกจันจะสะบัดหน้าหนี
“ลูกจันเป็นผู้หญิงจะไปอยู่กับผมไม่ได้นะครับคุณย่า” คุณหมอเอ่ยเสียงหนักแน่น
“ใช่จ้ะ คุณท่าน ลูกจันก็ไม่ไปอยู่กับคุณหมอนะจ๊ะ” เธอรู้ว่าเขาเจ้าชู้ เพลย์บอยขนาดไหน
“ไม่ได้ เรื่องนี้ย่าคิดไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว เพราะลูกจันเป็นผู้หญิง และไม่เคยอยู่ในกรุงเทพมาก่อน ย่าจึงไม่ไว้ใจ ปล่อยให้ไปพักหอตามลำพัง”
“คุณย่าลูกจันเข้ามหา’ลัยแล้วนะครับ ไม่ใช่ตัวเล็ก ๆ เหมือนเมื่อก่อน ผมว่าปล่อยให้เธอใช้ชีวิตอย่างอิสระดีกว่าครับ”
“ไม่ได้ เรื่องนี้ย่าไม่ยอม ลูกจันต้องไปพักกับพี่ธีร์เท่านั้น… ถ้าเข้าใจแล้วลูกจันก็ไปเก็บของซะ จะได้เดินทางเข้ากรุงเทพพร้อมพี่เขา อีก 2 อาทิตย์ก็จะเปิดเทอมแล้ว ไปอยู่ตั้งแต่ตอนนี้ จะได้มีเวลาปรับตัว และพาน้องไปซื้อชุดนักศึกษาด้วย” คุณย่าสั่งเสียงเฉียบขาด
หนุ่มสาวได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ลูกจันลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องส่วนตัว เธอกับเขาจะอยู่คอนโดฯเดียวกันได้อย่างไร ถ้าเกิดวันไหนเขาเมาหน้ามืดขึ้นมา แล้วปล้ำเธอเข้าจะทำยังไง ลูกจันนั่งหน้าเครียดอยู่บนเตียง พ่นลมหายใจยาวออกมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเธอไม่สามารถขัดคำสั่งของคุณท่านได้แล้วจริง ๆ จึงก้มหน้าก้มตาเก็บของใส่กระเป๋า
เมื่อถึงกำหนดที่หลานชายจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่สามใบก็ถูกเข็นออกมาจากห้องนอนของลูกจัน
“ผมลานะครับคุณย่า ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ” หลานชายเข้าสวมกอดผู้เป็นย่า ทั้งคู่กอดหอมกันอยู่นาน ก่อนจะผละออก
“ป้านอมฝากดูแลคุณย่า แทนผมด้วยนะครับ” คุณหมอยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่า ลูกจันโอบกอดอำลาป้านอมและมากราบคุณประไพเป็นคนสุดท้าย ก่อนจะน้ำตารื้นขึ้น
“ลูกจันไม่ต้องร้องนะ ตั้งใจเรียนให้จบ จะได้หางานดี ๆ ทำ” หญิงสูงวัยเอ่ยปลอบ ท่านรู้ว่าลูกจันติดท่านมาก
“ขอบคุณ… คุณท่านมากนะจ๊ะ ที่เอ็นดูลูกจัน” ทั้งคู่สวมกอดกันแน่น เพราะตั้งแต่เล็กจนโต เธอไม่เคยห่างคุณประไพและไม่เคยห่างบ้านสวน
“ไปอยู่กรุงเทพลูกจัน ต้องเชื่อฟังคำสั่งสอนของพี่หมอเข้าใจไหม…เสาร์อาทิตย์ถ้าคิดถึงย่า ก็ชวนพี่เขามาเยี่ยมย่าได้รู้ไหม” หญิงสูงวัยได้แต่ลูบหัวเด็กสาวในปกครอง เพื่อปลอบโยน ทำลูกจันขอบตาร้อนผ่าว ไม่นานก็ไหลพรั่งพรูออกมา
“ลูกจันเก่งอยู่แล้ว ไม่ต้องร้องนะ ไปเรียนแค่4ปีแป๊บเดียวเอง” มือเหี่ยวย่นเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“คุณท่าน…” ลูกจันโผเข้าสวมกอดคุณประไพแน่น คุณหมอธีรภัทรเห็นจึงเข้ามาแกะมือเธอออก และโอบไหล่พาไปขึ้นรถ
“ถ้าวันไหนคิดถึงคุณย่า ก็รีบบอกฉัน เดี๋ยวเราจะกลับมาเยี่ยมคุณย่ากัน” เขากระซิบบอกเธอ ก่อนจะเปิดประตูดันร่างเล็กเข้าไปนั่งเบาะหน้าคู่กัน
ปอร์เช่สีน้ำเงินเคลื่อนตัวออกจากบ้านสวน แล้วมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ทั้งคู่ต่างนั่งเงียบมาตลอดทาง คุณหมอจ้องถนนด้านหน้า บางครั้งก็ลอบมองเสี้ยวหน้าของคนตัวเล็ก ที่เอาแต่นั่งมองเหม่อไปนอกหน้าต่างรถ
ไม่นานรถหรูก็แล่นเข้าไปจอดที่ช่องจอดประจำ คุณหมอดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันไปหาลูกจัน
“ถึงแล้ว ลงเถอะ” ลูกจันเปิดประตูก้าวลงจากรถ สายตากลมโตกวาดมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น… ถึงกรุงเทพฯแล้วเหรอ เธอได้แต่ครางอยู่ในใจ
