8 แผนสำรองสำหรับการทำงานที่บ้านเกิด
หลังจากคุณหมอมาตรวจอาการแล้วก็แจ้งกับอันดาว่ามารดาของเธออาการดีขึ้นกว่าเมื่อวานและหมอจะลองถอดเครื่องช่วยหายใจออกในช่วงบ่ายจากนั้นจะให้เธอเข้าเยี่ยมได้ตามเวลาคือเที่ยงและเวลาเย็น
เมื่อได้รับคำตอบที่ดูเหมือนจะเป็นข่าวดีอันดาก็ไปทานข้าวที่โรงอาหารของโรงพยาบาลจากนั้นก็มานั่งรอที่หน้าห้องไอซียูตามเดิม ระหว่างนั้นก็มีสายเข้าจากหัวหน้าของเธอ
“สวัสดีค่ะพี่รัตนา หนูขอโทษนะคะที่ไม่ได้ติดต่อไปเลย หนูคงยังกลับไปทำงานไม่ได้ค่ะ แม่ยังอยู่ในห้องไอซียูค่ะ” หญิงสาวรีบพูดออกไปทันทีเพราะกลัวจะถูกตำหนิ
“พี่ไม่ได้จะโทรมาตำหนิหรือตามให้มาทำงาน พี่แค่อยากถามว่าแม่ของอันดาอาการเป็นยังไงบ้าง”
“ขอโทษค่ะที่หนูเข้าใจผิด หมอบอกว่าอาการของแม่ดีขึ้นบ่ายนี้ก็จะถอดเครื่องช่วยหายใจแล้วค่ะ”
“นับว่าเป็นข่าวดีเลยนะ พี่ขอให้แม่หายไวๆ ส่วนเรื่องงานไม่ต้องห่วง ถึงจะอยู่ในช่วงทดลองงานแต่พี่ก็เข้าใจถึงความจำเป็นดี พี่แจ้งฝ่ายบุคคลให้แล้ว อันดาจะยังได้เงินเดือนตามเดิม แต่ถ้าเลยกำหนดลากิจที่บริษัทตั้งไว้ก็อาจจะไม่ได้เงินเดือน พี่อยากแจ้งให้อันดาทราบก่อนเพราะมันเป็นกฏของบริษัท หนูเข้าใจพี่ใช่ไหม” แม้จะเห็นใจลูกน้องมากแต่เธอก็ต้องทำตามกฏของบริษัท
“ค่ะพี่รัตนา แต่หนูจะไม่โดนไล่ออกใช่ไหมคะ ถ้าหนูลาเกินกำหนด” เพราะรู้ว่างานหายากอันดาจึงกลัวตนเองจะถูกไล่ออกทั้งที่ยังไม่ผ่านการทดลองงาน
“ไม่หรอกค่ะ แต่มันก็มีระยะเวลานะ ถ้าเกินสามเดือนทางบริษัทก็คงต้องหาคนใหม่ พี่เองก็เห็นใจหนูนะ แต่กฎก็ต้องเป็นกฎ”
“ค่ะพี่รัตนา หนูคิดว่าแม่น่าจะหายก่อนสามเดือน”
“งั้นอันดาไปดูแลแม่เถอะนะ พี่เองก็จะไปทำงานเหมือนกัน”
“ขอบคุณค่ะพี่รัตนา”
อันดาวางสายจากหัวหน้าแล้วก็ถอนหายใจเธอไม่รู้ว่ามารดาจะหายก่อนครบสามเดือนหรือเปล่า
หรือบางทีเธออาจจะลาออกแล้วมาหางานทำใกล้บ้านและเรื่องนี้เธอจะปรึกษามารดาอีกครั้งเมื่อหมอถอดเครื่องช่วยหายใจออกเพราะจะได้คุยกันสะดวกกว่าการพิมพ์เหมือนเมื่อวาน
หญิงสาวดูเวลาแล้วยังเหลืออีกนานกว่าจะถึงเวลาเข้าเยี่ยมเธอจึงหยิบมือถือขึ้นมาเสิร์ซหาข้อมูลว่าในตัวจังหวัดมีที่ไหนรับพนักงานบัญชีบ้าง
“อันดา....นั่นอันดาใช่ไหม”
เสียงเรียกชื่อทำให้หญิงสาวที่กำลังก้มดูมือถือเงยหน้าขึ้นมามอง
“อ้าว....หลิน ไม่ได้เจอกันนานเลยสบายดีไหม” อันดายิ้มอย่างดีใจเมื่อเห็นว่าคนที่เดินมาทักทายเธอนั้นคือหลินเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันตั้งแต่มัธยม
“ฉันสบายดี แล้วแม่เป็นยังไงบ้าง” หลินเคยเจอมารดาของเพื่อนอยู่หลายครั้งเมื่อได้ข่าวว่าไม่สบายจึงมาเยี่ยม
“หลินรู้เหรอว่าแม่ไม่สบาย”
“เมื่อกี้เจอนายหัวมาซื้อของที่ร้าน ฉันก็เลยมาเยี่ยม”
“ขอบใจนะหลิน” อันดายิ้มอย่างยินดีที่มีคนมาเยี่ยมมารดา
“แต่ฉันรีบไปหน่อยเลยไม่ได้ซื้ออะไรมาเลย”
“แค่ฉันได้เจอแกฉันก็ดีใจมากแล้วล่ะ หมอบอกว่าอาการแม่ดีขึ้น บ่ายนี้ก็จะถอดเครื่องช่วยหายใจออกแล้วล่ะ” เธอบอกตามที่ได้รับข้อมูลมาจากหมอเจ้าของไข้
“ดีใจด้วยนะ แล้วแกจะอยู่ที่นี่อีกนานไหม”
“ก็จนกว่าแม่จะหายนั่นแหละ”
“แล้วหมอให้เข้าเยี่ยมตอนไหนเหรอ”
“ตอนเที่ยงแล้วก็ตอนเย็น แกมาหาฉันที่ร้านไม่ยุ่งเหรอ” อันดาเกรงใจเพื่อนเพราะบ้านของหลินเปิดร้านขายวัสดุและอุปกรณ์สำหรับทำการเกษตรในแต่ละวันจึงมีลูกค้าเข้าร้านแทบไม่ขาดสาย
“ก็ยุ่งอย่างเคยนั่นแหละ ฉันคงอยู่ไม่ถึงเที่ยงแล้วตอนเย็นจะแวะมาตอนปิดร้านนะ”
“อือ....”
“อันดา ระหว่างที่หมอยังไม่ให้เข้าเยี่ยมแกไปรอที่ร้านฉันก่อนไหมล่ะ”
“ขอบใจนะ แต่ฉันขอรออยู่ที่นี่ดีกว่าเผื่อว่าหมอจะแจ้งอะไรเพิ่ม” หญิงสาวไม่อยากจะอยู่ห่างมารดา
“เอางั้นก็ได้ เดี๋ยวฉันกลับก่อนถ้าแกมีอะไรก็ไลน์หรือโทรหาได้นะแล้วเย็นนี้ฉันจะมาหานะ แกจะอยู่ถึงกี่โมง”
“น่าจะไม่เกินทุ่มเพราะฉันต้องกลับไปนอนที่บ้าน”
“ขี่มอเตอร์ไซค์กลับเหรอ ฉันว่าค่ำมืดมันอันตรายนะ ไปนอนกับฉันดีกว่าจะได้ไม่ต้องขี่รถไกลแล้วเราก็จะได้นอนคุยกันด้วย” หลินเสนอเพราะไม่ได้เจอกับเพื่อนมานาน
“ฉันก็อยากคุยกับแกเหมือนกันแต่วันนี้ฉันไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาเลย”
“แกใส่ของฉันก็ได้” หลินรีบเสนอ
“ดูท่าทางแกอยากให้ฉันไปนอนที่บ้านแกมากเลยนะ”
“ก็แน่สิ วันนี้ฉันให้แกกลับไนอนที่บ้านก่อนก็ได้ แต่พรุ่งนี้แกเตรียมชุดมานอนที่บ้านฉันเลยนะ แกจะได้ไม่ต้องเหนื่อยขี่รถไปกลับ”
“โอเคๆ พรุ่งนี้ฉันจะเตรียมชุดมา”
“งั้นฉันไปก่อนนะตอนเย็นจะมาหา แกดูแลตัวเองด้วยนะ กินข้าวด้วยล่ะ”
“อือ รู้แล้วๆ เมื่อกี้ฉันก็เพิ่งไปกินข้าวมาเดี๋ยวถ้าเยี่ยมแม่ตอนเที่ยงเสร็จก็ว่าจะไปหาอะไรกินเหมือนกัน ขอบใจแกมากนะหลิน”
เมื่อเพื่อนกลับไปแล้วอันดาก้มหน้าหางานต่อ เธอคิดว่าบางทีอาจจะถามหลินดูว่ามีร้านไหนในตลอดที่อยากได้พนักงานบัญชีบ้างหรือถ้างานบัญชีมันหายากเธอก็ยอมทำงานอื่นไปก่อน แต่นั่นก็ต้องรอปรึกษามารดาหลังจากท่านถอดเครื่องช่วยหายใจออกแล้ว