บท
ตั้งค่า

9 ต้องทำตามฝัน

อันดายังคงนั่งรออยู่หน้าห้องไอซียู พอถึงเวลาเที่ยงหญิงสาวก็เข้าไปเยี่ยมมารดา แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้คุยอะไรมากได้แค่พูดให้กำลังใจท่านเพราะคุณหมอแจ้งแล้วว่าบ่ายนี้จะถอดท่อช่วยหายใจออกและเปลี่ยนมาเป็นให้ออกซิเจนทางจมูกแทน หญิงสาวใช้เวลา 15 นาทีอย่างคุ้มค่าก่อนจะกลับออกมานอกห้องเธอไปทานอาหารกลางวันและกลับมานั่งรออีกครั้ง

เธอกำลังลังเลอยู่ว่าจะโทรแจ้งข่าวดีกับนายหัวดีหรือเปล่าหญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหลายรอบก่อนจะตัดสินใจโทรไปแจ้งข่าว

รอไม่นานปลายสายก็กดรับ

“ว่าไงอันดาอาการแม่เธอเป็นยังไงบ้าง”

“ดีขึ้นแล้วค่ะ หมอบอกว่าบ่ายนี้หมอจะถอดท่อช่วยหายใจออกแล้วเปลี่ยนมาเป็นให้ออกซิเจนทางจมูกแทนค่ะ” หญิงสาวพูดตามที่ได้ยินมาจากหมอเจ้าของไข้

“ฉันดีใจกับเธอด้วยนะ เย็นนี้เธอคงได้คุยกับแม่แล้วล่ะสิ”

“ใช่ค่ะหนูก็ดีใจมากๆ หนูโทรมาแจ้งข่าวในหัวแค่นี้แหละนายหัวไปทำงานต่อเถอะค่ะ”

“เธอกินข้าวกลางวันแล้วใช่ไหม” ปลายสายถามอย่างห่วงใย

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

หญิงสาวตอบรับก่อนจะวางสายใบหน้าของเธอเริ่มมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบ้างหลังจากเคร่งเครียดกับอาการของมารดามาตลอดสองวัน

อันดานั่งรอที่หน้าห้องอย่างมีความหวังประมาณบ่ายสามโมงก็เห็นพยาบาลเอาท่อช่วยหายใจออก จากนั้นก็เปลี่ยนมาให้ออกซิเจนทางจมูกหญิงสาวแทบไม่อยากรอให้ถึงเวลา 6 โมงเย็นเลยแต่เธอก็ต้องเคารพกฎของโรงพยาบาล

ในเวลา 17.45 น. หลินก็กลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง

“แม่เป็นยังไงบ้าง”

“พยาบาลเอาท่อช่วยหายใจออกแล้วล่ะ เย็นนี้ฉันจะได้คุยกับแม่แล้ว” อันดาบอกเพื่อนด้วยความตื่นเต้น

“ฉันดีใจกับแกด้วยนะ แกจะเข้าไปเยี่ยมแม่กับฉันไหม”

“ฉันว่าไม่ดีกว่า ฉันรู้ว่าห้องไอซียูเขากำหนดเวลาเยี่ยมฉันรอดูอยู่ข้างนอกก็แล้วกันนะ ไม่อยากให้แม่แกต้องเหนื่อยมาก”

“แล้วฉันจะบอกนะว่าแกมาเยี่ยมแม่สองรอบแล้ว”

“แล้วนี่แกกินอะไรหรือยังอันดา”

“ยังเลย” อันดาส่ายหน้าเธอไม่รู้สึกหิวเลยสักนิดเพราะจิตใจจดจ่ออยู่ที่อาการของมารดา

“ถ้างั้นเดี๋ยวเยี่ยมแม่เสร็จไปหาข้าวกินก่อนกลับดีไหมล่ะ มันจะดึกไปหรือเปล่า แกขี่รถกลับคนเดียวกลัวไหม”

“ไม่นะ เส้นทางนี้ฉันใช้เป็นประจำตั้งแต่สมัยเรียน”

“งั้นตกลงตามนั้นนะ”

จากนั้นหลินก็นั่งรออยู่หน้าห้องเป็นเพื่อนอันดาจนกระทั่งถึงเวลาที่คุณหมออนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้

“ฝากบอกแม่แกด้วยนะว่าฉันมาเยี่ยมป๊ากับม้าก็ฝากมาเยี่ยมด้วย”

“แล้วฉันจะบอกให้นะ ฉันขอเข้าไปคุยกับแม่ก่อนนะ”

อันดารีบเปลี่ยนชุดแล้วเดินเข้าไปเยี่ยมมารดาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“แม่คะเป็นยังไงบ้าง”

ประไพกางมือแล้วอันดาก็เข้าไปกอดท่าน หญิงสาวร้องไห้เบาๆ ด้วยความดีใจ

“อันดา แม่ดีขึ้นแล้วหนูจะร้องไห้ทำไมลูก”

“ก็หนูดีใจนี่คะ แม่คงเหนื่อยมากเจ็บมากใช่ไหม”

“แม่ไม่เหนื่อยแล้วแม่หายดีแล้ว เห็นหนูมาเยี่ยมแม่แบบนี้แม่มีกำลังใจขึ้นเยอะ”

“หลินก็มาเยี่ยมแม่นะคะ ป๊ากับม้าของหลินก็ฝากมาเยี่ยมแม่ด้วย ตอนนี้หลินก็รออยู่ข้างนอกค่ะ”

“แม่ฝากขอบใจหลินและป๊ากับม้าเธอด้วยนะอันดา แล้วลูกเป็นยังไงบ้างมาอยู่กับแม่แบบนี้มีปัญหาเรื่องงานหรือเปล่า”

“ไม่เลยค่ะ เมื่อเช้าหัวหน้าก็โทรมาบอกว่าให้หนูลาต่อได้จนแม่หายดีค่ะ”

“หัวหน้าหนูใจดีมากนะ”

“แม่คะหนูกำลังคิดว่าบางทีการทำงานที่กรุงเทพอาจจะไม่เหมาะกับหนูนะคะ หนูว่าจะลองกลับมาหางานทำแถวบ้านค่ะเดี๋ยวว่าจะให้หลินช่วยหาให้”

“อันดาแม่ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วนะลูก ดูสิแม่นอนโรงพยาบาลแค่สองวันหมอก็เอาท่อช่วยหายใจออกแล้ว แม่อยากให้ลูกกลับไปทำงานที่กรุงเทพนะ บริษัทนั้นใหญ่โตและมั่นคงมากมันดีกับอนาคตของหนูนะ” ประไพอยากเห็นลูกสาวมีอนาคตที่ดีมีการงานที่มั่นคง

“แต่หนูอยากอยู่ที่นี่อยากดูแลแม่นี่คะ ถ้าแม่เป็นอะไรขึ้นมาอีกหนูคงเสียใจมากๆ”

“แต่ที่กรุงเทพหนูจะมีอนาคตที่ดีกว่า อย่าดื้อกับแม่เลยอันดา”

“ถ้าแม่อยากให้หนูทำงานที่กรุงเทพต่อ แม่ก็ไม่ต้องไปทำงานแล้วนะคะ แม่อยู่บ้าน ดูแลบ้านก็พอหนูจะส่งเงินมาให้แม่เอง” อันดาไม่อยากเห็นมารดาต้องไปทำงานหนักอย่างที่ผ่านมา

“เอาอย่างงั้นก็ได้จ้ะ” ประไพรับปากลูกสาวเพราะเห็นแก่อนาคตของเธอ แม้ว่าในใจอยากยจะให้ลูกสาวกลับมาทำงานใกล้บ้านแต่ก็รู้ว่าความก้าวหน้าในสายงานรวมถึงเงินเดือนที่นี่มันต่างกันมาก

“แม่ค่ะหนูมีอีกทางหนึ่งที่มันน่าจะดีมากๆ ค่ะ” อันดายิ้มกว้างเมื่อหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ได้อย่างลงตัว

“ทางออกอะไรเหรอจ๊ะอันดา”

“แม่ก็ย้ายขึ้นไปอยู่กับหนูที่กรุงเทพสิคะ เราจะได้อยู่ใกล้กัน กลับไปกรุงเทพคราวนี้หนูจะลองหาบ้านเช่าหรือห้องเช่าที่มันกว้างขึ้นจากนั้นก็จะรับแม่ไปอยู่ด้วยแม่ว่าดีไหมคะ”

“ดีสิลูกแม่ก็อยากอยู่ใกล้หนูเหมือนกัน”

“หนูจะรับแม่ขึ้นไปอยู่กับหนูช่วงก่อนรับปริญญานะคะ”

“อีกกี่เดือนนะลูกจะรับปริญญา”

“อีกประมาณสี่เดือนค่ะ ถึงตอนนั้นแม่น่าจะแข็งแรงดี แต่งานกับปริญญาคนน่าจะเยอะมากหนูก็ไม่อยากให้แม่เหนื่อยรู้ว่าหนูไม่ไปรับปริญญาดีกว่า หนูไม่อยากให้แม่เหนื่อย”

“ไม่ได้นะอันดา ลูกอุตส่าห์เรียนมาตั้ง 4 ปี และแม่ก็อยากเห็นหนูใส่ชุดครุยอยากเห็นบรรยากาศ แม่จะต้องหายดีและแข็งแรงเพื่อวันนั้น แม่ไม่มีโอกาสเรียนสูงๆ และได้รับ ได้รับปริญญาเหมือนหนู การที่หนูเรียนจบและรับปริญญาก็เป็นของขวัญอย่างหนึ่งที่หนูทำสำเร็จเพื่อแม่นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแม่จะอยู่ในโลกนี้หรือเปล่าแต่แม่อยากให้หนูได้ทำตามความฝันนั้นนะ โอกาสแบบนั้นมันมีแค่ครั้งเดียวในชีวิตหนูจะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลังนะลูก” ประไพบอกลูกสาวด้วยเสียงสั่นเครือเพราะในอดีตเธอก็เคยเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยแต่พลาดท้องตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นปีสองจากนั้นจึงได้ลาออกมาเลี้ยงลูกและไม่ได้กลับเข้าไปเรียนอีกเลย
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel