7 นับว่าเป็นข่าวดี
เช้าวันต่อมาอันดาก็ตื่นนอนแต่เช้า หญิงสาวเดินลัดเลาะไปตามถนนลูกรัง ไม่นานนักก็มาถึงบ้านของนายหัวนที ประตูรั้วบ้านถูกเปิดไว้ตั้งแต่แรกหญิงสาวจึงเดินเข้าไปในบริเวณบ้านซึ่งตอนนี้บรรยากาศตอนเช้ามันเงียบสนิท
เธอเห็นรถจักรยานยนต์ของตัวเองจอดอยู่บริเวณโรงรถของนายหัว แต่หญิงสาวสาวคิดว่าถ้าเอารถออกไปตอนนี้โดยไม่บอกเจ้าของบ้านก็คงจะเป็นการเสียมารยาทมาก อันดาจึงเดินเข้าไปในตัวบ้านบริเวณชั้นล่างแล้วก็เจอกับป้าสุดาที่กำลังทำอาหารเช้าอยู่
“ป้าสุดา สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้ป้าสุดที่เธอเคารพเหมือนญาติผู้ใหญ่
“อ้าว!....อันดา เป็นยังไงบ้างลูกมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่” ป้าสุดารีบวางทัพพีแล้วปิดแก๊สก่อนจะเดินมาหาหญิงสาวที่เธอรักไม่ต่างจากลูก
“หนูมาถึงเมื่อวานแล้วค่ะ ขอโทษนะคะที่ไม่ได้บอกป้าว่ามาถึงแล้ว”
“ไม่เป็นไรจ้ะป้าเข้าใจดี แล้วแม่อาการเป็นยังไงบ้าง ป้ายังไม่มีโอกาสไปเยี่ยมเลย นายหัวบอกว่าหมอเขาให้เข้าเยี่ยมแค่แป๊บเดียว”
“ก็อย่างที่นายหัวบอกเลยค่ะป้า แม่ยังอยู่ในห้องไอซียูอยู่เลยค่ะ เมื่อวานหมอให้หนูเข้าไปเยี่ยมได้ 15 นาที แม่พูดไม่ได้เพราะใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่แต่ก็พอจะพิมพ์ได้”
“ค่อยโล่งใจไปหน่อยนะ ก่อนหน้านี้แม่ของหนูก็ไม่ได้มีอาการอะไรเลยเห็นแข็งแรงแต่จู่ๆ ก็ล้มพับไปแบบนั้นป้าก็ใจหายมาก”
“แม่ไม่เคยแสดงอาการอะไรเลยเหรอคะป้า”
“ก็ไม่นะช่วงหลังมานี่นายหัวไม่ได้ให้แม่ของหนูทำงานหนักเท่าไหร่แค่ทำกับข้าวให้คนงาน แล้วก็ถางหญ้าในสวนปาล์มกับสวนยางบ้างไม่ได้ตื่นมากรีดยางตั้งแต่ดึกเหมือนแต่ก่อนเลย”
เมื่อป้าสุดาพูดถึงนายหัวหญิงสาวก็มองไปทั่วบริเวณบ้านก่อนจะถามขึ้น
“ป้าคะ แล้วนายหัวไปไหนคะ”
“นายหัวออกไปดูคนงานกรีดยางตั้งแต่เช้า พอดีรับคนงานมาใหม่ก็เลยจะไปดูหน่อยว่าพอจะทำได้ไหม หนูมีธุระอะไรกับนายหัวหรือเปล่าเดี๋ยวป้าจะบอกให้”
“ไม่มีหรอกค่ะ หนูว่าจะแวะมาเอามอเตอร์ไซค์แล้วจะไปเยี่ยมแม่”
“ไม่กินข้าวก่อนเหรอนายหัวสั่งให้ป้าทำกับข้าวเผื่อหนูนะ ทุกอย่างเสร็จแล้วกินเลยไหมล่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะป้า หนูเกรงใจนี่มันยังเช้ามากๆ หนูเองก็ยังไม่หิวเดี๋ยวหนูไปหากินที่โรงพยาบาลก็ได้ หนูฝากขอบคุณนายหัวด้วยนะคะที่ให้คนไปเอารถให้”
“แล้วเย็นนี้จะมากินข้าวกับป้าไหมล่ะ เดี๋ยวป้าทำอาหารเผื่อ” ป้าสุดาเสนอเพราะไม่อยากให้หญิงสาวต้องเสียเวลาทำอาหารเอง
“ขอบคุณค่ะป้า แต่หนูว่าจะกินจากข้างนอกมาค่ะ”
“แล้วนี่จะไปอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งวันเลยเหรอลูก หมอเขาให้เยี่ยมแค่ 15 นาทีเองไม่ใช่เหรอ”
“ค่ะป้า แต่หนูว่าจะอยู่รอจะรออยู่แถวนอกห้องค่ะ แม่ตื่นมาจะได้เห็นแล้วก็เผื่อคุณหมอแจ้งข่าวอะไรด้วย”
“ป้าขอให้แม่หนูแข็งแรงไวๆ นะ ถ้าหมอให้ออกจากห้องไอซียูแล้วให้คนอื่นเยี่ยมได้หนูอย่าลืมโทรบอกป้าด้วยล่ะป้าอยากจะไปเยี่ยมสักหน่อย”
“ได้ค่ะป้าสุดา หนูไปก่อนนะคะ”
“ขี่รถดีๆ อย่าขี่ให้มันเร็วนักเดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาทีนี้ได้วุ่นวายกันใหญ่เลยนะ แล้วก็ใส่หมวกกันน็อคด้วยนะ” ป้าสุดาเตือนด้วยความเป็นห่วง
“ค่ะป้า หนูจะขี่ช้าๆ”
หญิงสาวขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านนายหัวได้ก็เจอกับรถกระบะคันใหญ่ของนายหัวเธอชะลอความเร็วลงและยกกระจกหมวกกันน็อคขึ้นขณะที่นายหัวนทีก็หยุดรถรอ
“จะไปเยี่ยมแม่แล้วเหรออันดา”
“ค่ะนายหัว หนูขอบคุณนะคะที่ให้คนเอามอเตอร์ไซค์มาให้”
“ไม่เป็นไร แล้วนี่กินอะไรมาหรือยังล่ะ”
“ยังค่ะเดี๋ยวหนูจะไปหากินที่โรงพยาบาลตอนนี้หนูยังไม่หิว”
“อือ ถ้าหมอแจ้งอะไรเพิ่มเติมโทรมาบอกฉันด้วยนะ วันนี้ฉันคงไม่เข้าไปในโรงพยาบาลเพราะช่วงสายๆ จะต้องดูคนงานตัดปาล์มด้วย”
“ได้ค่ะนายหัวหนูไปก่อนนะคะ”
“อย่าขี่รถให้มันเร็วนักล่ะ เดี๋ยวจะเกิดอันตราย” นายหัวนทีสั่งด้วยความเป็นห่วง
“หนูจะขี่ช้าๆ ค่ะนายหัว หนูไปก่อนนะคะ”
ระยะทางจากบ้านมายังโรงพยาบาลในตัวจังหวัดเกือบ 20 กิโลเมตรแต่ก่อนอันดารู้สึกว่ามันเป็นทางที่ไม่ไกลเลยหากแต่วันนี้หญิงสาวกลับรู้สึกว่าเส้นทางนี้มันไกลและโดดเดี่ยวมาก
รถจักรยานยนต์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกินกฎหมายกำหนด แม้อยากจะไปให้เร็วกว่านี้เพื่อจะได้เจอมารดาเร็วขึ้นแต่หญิงสาวก็เป็นห่วงถึงความปลอดภัยเพราะถ้าหากเธอเป็นอะไรไปในตอนนี้แล้วใครจะดูแลมารดา ขณะขี่รถจักรยานไปตามทางน้ำตามันก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
กว่าจะถึงโรงพยาบาลขอบตาของหญิงสาวก็บวมช้ำเธอแวะเข้าห้องน้ำล้างหน้าพยายามฝืนยิ้มก่อนจะเดินไปยังห้องผู้ป่วยที่มารดาพักอยู่
เช้านี้อันดาเกาะกระจกยืนมองมารดาที่ยังนอนอยู่บนเตียงสายระโยงระยางและเครื่องช่วยหายใจยังคงอยู่เหมือนเดิมพยาบาลกำลังวุ่นวายกับการทำงานในช่วงเช้าหญิงสาวจึงได้แต่รอดูอยู่ห่างๆ จนกระทั่งมีพยาบาลคนหนึ่งเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์หน้าห้องไอซียู
“คุณพยาบาลคะแม่หนูเป็นยังไงบ้างคะ”
“อาการของคนไข้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก แต่อีกสักพักหมอก็จะเข้ามาตรวจอีกทีค่ะ”
“หนูขอนั่งรออยู่หน้าห้องตรงนี้ได้ไหมคะ”
“ได้ค่ะ” พยาบาลบอกก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง