บท
ตั้งค่า

6 ความห่วงใยของนายหัวกับเด็กดื้อ

“หิวหรือยังอันดา”

“ยังค่ะนายหัว” หญิงสาวตอบไม่เต็มเสียงเพราะเมื่อช่วงกลางวันเธอไม่ได้แตะอาหารเลยสักนิด อาหารที่คนของนายหัวไปซื้อมาให้ยังอยู่ในถุงเหมือนเดิม

“แต่ฉันหิวแล้ว หาอะไรกินแล้วค่อยกลับนะ”

“เดี๋ยวหนูกลับไปกินของเดิมก็ได้ค่ะ อาหารเมื่อตอนกลางวันหนูยังกินไม่หมดเลยค่ะ”

“นี่มันก็หลายชั่วโมงแล้ว ฉันว่ากับข้าวคงเสียไปแล้วและฉันเองก็หิวมาก”

“ก็ได้ค่ะ” เธอตอบรับอย่างว่าง่ายเพราะรู้ว่าปฏิเสธไปในหัวนทีก็คงจะไม่ฟังเธออีกแน่นอน

นายหัวหนุ่มาพาเธอมายังร้านอาหารเล็กๆ ที่อยู่ริมทางทั้งสองสั่งอาหารตามสั่ง ก่อนจะนั่งทานกันอย่างเงียบๆ หญิงสาวเอาแต่เขี่ยข้าวผัดกุ้งในจานไปมา ในใจเอาแต่คิดถึงเรื่องของมารดา

“ไม่อร่อยเหรอ” เขากระซิบถามเพราะกลัวเจ้าของร้านจะได้ยิน

“อร่อยค่ะแต่มันกินไม่ลง”

“ฉันบอกแล้วไงถ้ากินไม่ลงก็ต้องกิน อย่างน้อยก็ให้มีแรงดูแลแม่ เธอลองคิดดูนะถ้าเธอเป็นอะไรไปใครจะดูแลแม่ล่ะ”

“หนูรู้ค่ะนายหัว” หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจก่อนจะพยายามฝืนทานข้าวผัดกุ้งได้เพียงครึ่งจากก็รวมช้อนเพราะไม่สามารถทานต่อได้แล้วจริงๆ

นายหัวนทีรู้สึกเห็นใจเพราะเขาเองก็เคยอยู่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้เหมือนกันตอนที่มารดาป่วยและจากไป ชายหนุ่มก็กินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่นาน

พอออกมาจากร้านอาหารแล้วเขาก็ขับรถมาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อก่อนจะหันบอกหญิงสาวที่อยู่ข้างๆ

“อยากซื้ออะไรไปติดไว้ที่บ้านไหม ของใช้ได้เตรียมมาจากกรุงเทพหรือเปล่า เมื่อเช้าฉันเห็นเธอมีกระเป๋าใบเล็กแค่ไปเดียว”

“หนูรับสายจากป้าสุดาแล้วก็ออกจากบริษัทเลยค่ะไม่ได้แวะไปเก็บเสื้อผ้า ถ้ายังงั้นหนูขอลงไปซื้อของใช้จำเป็นก่อนนะคะไม่เกิน 10 นาทีค่ะ”

“ใช้เวลาเต็มที่เลยฉันไม่ได้รีบไปไหนหรอก ซื้อของกินไปติดไว้ด้วยก็ได้เผื่อจะหิวกลางคืน”

เมื่ออันดาลงจากรถไปแล้วในหัวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาลูกน้องเพื่อให้มาเอาจักรยานยนต์ของอันดากลับไปไว้ที่บ้านของเขา

จากนั้นเขาก็เดินตามลงไปในร้านสะดวกซื้อหยิบเบียร์สองกระป๋องก่อนจะมายังแคชเชียร์

“คิดรวมกันเลยครับ” เขาบอกพนักงาน

“ไม่เป็นไรค่ะนายหัวหนูจ่ายเองได้” หญิงสาวรีบปฏิเสธ ก่อนจะถือตะกร้าของตนเองไปยังแคชเชียร์อีกช่องหนึ่งทำให้นายหัวส่ายหน้าแล้วถอนหายใจกับความดื้อของหญิงสาว

“พรุ่งนี้จะไปเยี่ยมแม่กี่โมง” หัวนายหัวนทีถามเมื่อทั้งสองขึ้นมาบนรถแล้ว

“หนูว่าจะไปแต่เช้าค่ะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้อาการแม่จะเป็นยังไงบ้างหนูอยากไปอยู่ให้กำลังใจแม่”

“แต่หมอให้เข้าเยี่ยมเป็นเวลานะ”

“ใช่ค่ะหนูรู้แต่ได้เห็นแม่อยู่ในนั้นมันก็อุ่นใจกว่าค่ะ”

“ถ้ายังงั้นซัก 7 โมงฉันมารับที่บ้านนะเช้าไปหรือเปล่า”

“พรุ่งนี้หนูว่าจะขี่รถไปเองค่ะไม่อยากรบกวนนายหัว”

“เอาอย่างงั้นก็ได้ฉันจะให้แหลมเอามอเตอร์ไซค์ไปเก็บไว้ที่บ้านฉันนะ พรุ่งนี้เธอมาเอาที่บ้านก็แล้วกัน มากินข้าวที่บ้านเลยก็ได้ฉันจะบอกป้าสุดาให้ทำเผื่อเธอจะได้ไม่ต้องเสียเวลา”

“ขอบคุณค่ะในหัว”

นทียอมให้หญิงสาวขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงพยาบาลคนเดียวก็เพราะเข้าใจดีว่าเธอเกรงใจ อีกอย่างเส้นทางนี้ก็ไม่ได้อันตรายมากนักและเขาก็รู้ว่าถ้าบอกจะมาส่งหญิงสาวก็คงจะปฏิเสธ

“พรุ่งนี้ฉันอาจจะไม่ไปเยี่ยมแม่เธอที่โรงพยาบาลนะ มีอะไรก็โทรบอกฉันได้ เดี๋ยวจะให้เบอร์โทรไว้ก็แล้วกัน”

“นายหัวยังใช้เบอร์เดิมอยู่หรือเปล่าคะ”

“ฉันใช้เบอร์เดิม ใช้มาสิบกว่าปีแล้ว”

“หนูมีเบอร์โทรของนายหัวแล้วค่ะแม่ให้ไว้”

“ถ้างั้นมีอะไรก็โทรหาฉันนะ”

บรรยากาศในรถกลับมาเงียบอีกครั้งแต่ ไม่นานนักรถของนายหัวนทีก็มาจอดหน้าบ้านของหญิงสาว

“อยู่คนเดียวได้ไหม ถ้าไม่ได้ฉันจะให้ไปอยู่กับป้าสุดา”

“อยู่ได้ค่ะ”

“งั้นก็รีบเข้าบ้านเถอะ ฉันจะส่องไฟให้”

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะนายหัว”

นายหัวนทีรอให้หญิงสาวขึ้นไปบนบ้านและเปิดไฟจนสว่างก่อนที่เขาจะขับรถกลับมาที่บ้านซึ่งไม่ได้อยู่ห่างจากบ้านของอันดามากนัก

เขานั่งดื่มเบียร์อยู่บนระเบียงบ้านรอจนกระทั่งลูกน้องของตนเองขี่รถจักรยานยนต์ตามกันเข้ามา

“เอารถไปไว้บ้านน้าไพเลยไหมครับนายหัว” แหลมตะโกนถามเจ้านาย

“เอาจอดไว้ที่บ้านฉันนี่และ”

“ทำไมล่ะครับนายหัว” ต๋องถามพร้อมกับเดินขึ้นมาบนระเบียง

“ก็นี่มันดึกแล้ว ถ้านายไปบ้านน้าไพเดี๋ยวอันดาก็ตกใจกันพอดี จอดไว้ที่นี่เดี๋ยวพรุ่งนี้เธอก็จะเมาเอาเอง นายสองคนไปพักเถอะ ขอบใจมากที่ไปเอารถมาให้เดี๋ยวพรุ่งนี้จะจ่ายค่าจ้างให้นะ”

“ไม่เป็นไรครับนายหัว น้าไพก็เหมือนญาติของพวกเรา แล้วอาการน้าไพเป็นยังไงบ้างครับ”

“ก็ดีขึ้นนะ”

“น่าสงสารน้าไพนะครับ ก่อนหน้านี้ผมก็เห็นว่าน้าไพแข็งแรงดีไม่คิดว่าจะเป็นโรคหัวใจ” แหลมออกความเห็น

“ชีวิตคนเรามันไม่มีอะไรแน่หรอกนะ อย่าใช้ชีวิตประมาท”

“ผมเห็นด้วยกับนายหัวนะครับ เราไม่รู้อนาคตเพราะฉนั้นอยากทำอะไรก็ต้องรีบทำ นายหัวเองก็เหมือนกันนะครับ ผมว่ารีบมีเมียเถอะจะได้ไม่ต้องเหงาอยู่คนเดียว”

“คุยด้วยแล้วชักลามปามนะไอ้ต๋อง ฉันว่านายรีบกลับไปดีกว่านะก่อนที่จะโดนฉันแตะออกไป” นทีขู่

“ผมหวังดีนะครับนายหัว” ต๋องบอกเจ้านายก่อนจะวิ่งลงจากบ้านโดยมีแหลมวิ่งตามลงไป

เมื่อลูกน้องไปแล้วเขาก็นั่งดื่มต่อและคิดเรื่องที่ต๋องพูดเพราะเพื่อนของเขาก็แต่งงานกันไปหลายคนแล้วจะเหลือที่เป็นโสดก็เพียงไม่กี่คน แต่เขาก็ยังไม่คิดมีครอบครัวเพราะยังไม่เจอคนที่อยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย ที่ผ่านมาเขาก็แฟนมาหลายคนแต่ก็คบกันได้ไม่นานก็เลิกกันเพราะเขาเป็นคนเอาใจผู้หญิงไม่เก่งและพวกเธอก็ไม่ชอบชีวิตเรียบง่ายในสวนยางที่เขาอยู่
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel