5 จะอยู่ได้นานแค่ไหน
อันดานั่งรอที่หน้าห้องอยู่นาน จนกระทั่งเห็นคุณหมอเจ้าของไข้เดินมาหญิงสาวก็รีบเข้าไปทักทายอีกรอบ
“สวัสดีค่ะคุณหมอ หนูขอถามอาการของแม่เพิ่มเติมได้ไหมคะ” เธอรู้สึกเกรงใจทั้งที่เพิ่งถามไปเมื่อเช้าแต่ก็ยังมาถามอีกแต่ด้วยความเป็นห่วงมารดาก็เลือกที่จะถามออกไป
“เมื่อกี้ได้เข้าไปเยี่ยมแล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ แม่ของหนูดูเหนื่อยมากค่ะ หมอบอกความจริงกับหนูได้ไหมว่าอาการของแม่เป็นหนักมากใช่ไหม”
“คนไข้เข้ารักษาค่อนข้างช้า การจะให้หายกลับไปเป็นปกติคงยาก แต่หมอจะพยายามให้เต็มที่นะครับ” เขาอยากจะบอกให้เธอทำใจแต่ก็กลัวว่าอันดาจะรับไม่ได้
“หมอคะหนูโตแล้วไม่ใช่เด็กๆ หมอบอกความจริงมาได้เลยว่าแม่จะอยู่กับหนูได้นานอีกแค่ไหน”
“หมอเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันแต่หมอจะบอกว่าคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจมีโอกาสที่จะจากเราไปอย่างกะทันหันได้ตลอดเวลาเพราะฉะนั้นตอนนี้เราต้องดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดอย่าให้เครียดมากและคนไข้ต้องการพักผ่อนมากๆ ด้วยครับ”
“คุณหมอคะแล้วหนูจะเข้าไปเยี่ยมแม่อีกไหม”
“หมอว่าเอาไว้พรุ่งนี้ดีกว่านะ หนูมาตอนเช้าเลยก็ได้ ถ้าคนให้ไม่เหนื่อยมากหมออาจถอดเครื่องช่วยหายใจออกหนูจะได้คุยกับแม่ด้วยนะ ตอนนี้กลับไปพักผ่อนก่อนก็ได้ ถ้าแม่เห็นอาจจะทำให้คนไข้กังวล หมอไม่อยากให้คนไข้ต้องเครียดหรือมีเรื่องอะไรกระทบจิตใจมาก”
“ค่ะหมอแล้วพรุ่งนี้ หนูจะมาเยี่ยมใหม่ขอบคุณนะคะ”
เธอยกมือไหว้ก่อนจะกลับก่อนจะเดินไปดูมารดาที่ตอนนี้ท่านหลับไปแล้วหญิงสาวกลับมานั่งรอหน้าห้องไอซีอยู่ตามเดิม
.....
เมื่อถึงเวลานัดนายหัวนทีก็ขับรถไปที่บ้านของอันดาพอไปถึงบ้านก็ปิดเงียบเขาตะโกนเรียกแต่ก็ไร้เสียงตอบรับ อีกทั้งมอเตอร์ไซค์ที่มารดาของหญิงสาวเคยขี่ไปทำงานในสวนยางก็ไม่อยู่แล้ว นทีเดาได้เลยว่าตอนนี้อันดาน่าจะขี่รถไปที่โรงพยาบาลแล้ว
นายหัวหนุ่มส่ายหัวให้กับความดื้อดึงของหญิงสาวก่อนจะรีบขับรถตรงมาที่โรงพยาบาลทันที
เมื่อมาถึงก็เห็นอันดานั่งหน้าเศร้าอยู่บริเวณหน้าห้องไอซียู เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เห็นเธอปลอดภัยดี
“อันดามาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“นายหัว....” หญิงสาวตกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะตามมาเธอที่นี่
“หนูมาตั้งแต่บ่ายแล้วค่ะ”
“ฉันบอกให้รอทำไมไม่รอล่ะ” เขาทำเสียงดุก่อนจะนั่งลงข้างๆ
“ก็มันเหลืออีกหลายชั่วโมงหนูอยากรีบมาหาแม่ค่ะ”
“เธอขี่มอเตอร์ไซค์มาเหรอ”
“ใช่ค่ะ”
“ระยะทางมันตั้งไกลเธอไม่คิดว่ามันจะเกิดอันตรายบ้างหรือไง” นายหัวนทีดุออกไปด้วยความเป็นห่วงกลัวหญิงสาวจะเกิดอันตราย
“นายหัวคะเส้นทางนี้หนูกับแม่ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าในเมืองกันเป็นประจำ ไม่เห็นมีอะไรอันตรายตรงไหนเลย” อันดาเถียงเพราะเส้นทางนี้หญิงสาวใช้เป็นประจำตอนที่เรียนชั้นมัธยม
“ถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติก็ไม่อันตรายหรอก แต่นี่จิตใจเธอไม่อยู่ในสภาพปกตินะ”
“แต่หนูก็มาถึงที่นี่อย่างปลอดภัยนะคะ”
“ทำไมเธอถึงชอบเถียงฉันจังนะ”
“หนูไม่ได้เถียงนะคะ หนูพูดจริงตอนนี้หนูก็ปลอดภัย”
“เอาล่ะๆ ฉันขี้เกียจเถียงแล้ว น้าไพเป็นยังไงบ้างหมอให้เข้าเยี่ยมหรือยัง”
“เยี่ยมแล้วค่ะ หนูเข้าไปคุยกับแม่แล้วค่ะ แม่พูดไม่ได้แต่แม่พิมพ์ได้”
เมื่อพูดถึงอาการของมารดาหญิงสาวสาวก็หน้าเศร้าลงเธอไม่รู้ว่าท่านจะอยู่กับเธอได้นานอีกแค่ไหนเพราะสังเกตจากอาการเหนื่อยของท่านแล้วก็รู้สึกใจหาย
“แล้วหมอว่ายังไงบ้าง”
“หมอก็พูดเหมือนเดิมค่ะนายหัวคะ หนูรู้สึกว่าแม่เหนื่อยมากๆ ก่อนหน้านี้แม่ทำงานในสวนแม่มีอาการแบบนี้หรือเปล่าคะ”
“ฉันเองก็ไม่ได้สังเกตเหมือนกัน แต่ช่วงหลังมาแม่เธอไม่ได้ไปกรีดยางแล้วนะ ฉันเปลี่ยนให้มาทำกับข้าวให้คนงานแค่อย่างเดียวแล้วก็มีผู้ช่วยให้แม่เธออีกสองคน นี่เธอกำลังจะโทษว่าเป็นเพราะฉันให้แม่เธอทำงานหนักใช่มั้ย”
“ไม่ใช่ค่ะ หนูไม่ได้หมายความอย่างนั้น หนูแค่อยากรู้ว่าแม่มีอาการอะไรก่อนหน้านี้หรือเปล่า”
“ถ้าเธออยากรู้ก็ลองไปถามป้าสุดาดูสิ ป้าสุดากับแม่เธอสนิทกันมากไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ค่ะ ตั้งแต่มาที่นี่หนูยังไม่ได้เจอป้าสุดาเลย”
“พรุ่งนี้ก็แวะไปหาสิป้าเขาก็อยู่ที่บ้านของฉันนั่นแหละ”
“ค่ะ พรุ่งนี้หนูว่าจะแวะไปหาป้าสุดาค่ะ”
“ถ้าอย่างงั้นวันนี้จะกลับเลยไหม”
“หนูว่าจะนั่งอยู่ตรงนี้อีกสักพักค่อยกลับค่ะ นายหัวกลับไปเลยนะคะไม่ต้องเป็นห่วง”
“ไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไง น้าไพเป็นคนของฉันเธอเป็นลูกของน้าประไพก็ถือว่าเป็นคนของฉันด้วยเหมือนกัน”
“งั้นนายก็ขับรถนำไปเลยค่ะเดี๋ยวหนูขี่มอเตอร์ไซค์ตาม”
“มอเตอร์ไซค์ทิ้งไว้ที่นี่แหละ ฝากกุญแจที่เคาน์เตอร์ไว้เดี๋ยวฉันจะให้ไอ้แหลมกับไอ้ต๋องมาเอา”
“ไม่ต้องรบกวนคนอื่นหรอกค่ะหนูขี่ไปได้”
“ฉันบอกให้กลับพร้อมฉันก็ทำตามนั้นอย่าดื้อให้มากนะอันดา” นทีหันมาดุ
“ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวเดินไปฝากกุญแจรถกับพยาบาลก่อนจะเดินตามหลังนายหัวนทีออกมาจากตึกหญิงสาวยอมทำตามที่เขาพูดก็เพราะมารดาสั่งให้เชื่อฟังนายหัว