บท
ตั้งค่า

14 วันที่น่ายินดี

เช้าวันนี้บรรยากาศในบริเวณมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของครอบครัวที่พากันหอบหิ้วช่อดอกไม้ ลูกโป่ง และของขวัญมาร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ ภาพเหล่านั้นทำให้อันดาที่ยืนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่รู้สึกโดดเดี่ยว เมื่อมองไปทางไหนก็เห็นแต่ภาพความอบอุ่นที่มีพร้อมหน้าทั้งพ่อแม่และญาติพี่น้องในขณะที่เธอนั้นไม่มีญาติมารวมแสดงความยินดีด้วยเลยสักคน

‘แม่คะ วันนี้หนูสวมชุดครุยอย่างที่แม่ตั้งใจอยากจะเห็นแล้วนะ’ เธอพึมพำกับตัวเองมือลูบไปบนชุดครุย อันดาพยายามกลั้นน้ำตาแห่งความน้อยใจเอาไว้ หญิงสาวสูดหายใจเข้าปอดแล้วยิ้มออกมาเพราะอยากให้มารดาเห็นว่าวันนี้เธอมีความสุขมากแค่ไหนที่ทำตามความฝันสำเร็จ

“อันดา ทางนี้”

เสียงเรียกอย่างเป็นกันเองและอบอุ่นดังขึ้นทำให้อันดาต้องหันไปมอง ก่อนที่ใบหน้าหวานจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างเมื่อข้าวฟ่างและมิวเพื่อนสนิทสองคนจากคณะเดียวกันที่กำลังเดินตรงเข้ามาหา พร้อมกับกลุ่มผู้ใหญ่ที่คุ้นเคย นั่นคือคุณพ่อคุณแม่ของข้าวฟ่างและครอบครัวของมิวที่พากันเดินทางมาร่วมงานในวันนี้ด้วย

“ยินดีด้วยนะจ๊ะหนูอันดา ในที่สุดก็พากันเรียนจบได้ ถ้าไม่ได้หนูแม่ไม่รู้เลยนะว่าข้าวฟ่างจะเรียนจบหรือเปล่า แม่ขอให้อันดาประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานนะลูก”

มารดาของข้าวฟ่างเอ่ยด้วยน้ำเสียงเมตตาพร้อมกับยื่นช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ส่งให้เธอ ส่วนคุณพ่อของมิวก็มีของขวัญกล่องเล็กๆ มอบให้อันดาเช่นกัน

“ขอบคุณค่ะ” ความอบอุ่นที่ได้รับจากครอบครัวของเพื่อนสนิททำให้อันดาตื้นตันจนน้ำตาคลอ หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคนจากใจจริง

“อย่าเพิ่งร้องไห้นะอันดา เดี๋ยวหน้าจะเลอะนะ ฉันว่าเรารีบไปกันดีกว่า พ่อคะแม่คะ พวกเราไปก่อนนะ พ่อกับแม่ไปหาที่นั่งพักนะคะ แล้วเจอกันอีกทีค่ะ” มิวตัดบทพร้อมกับดันหลังเพื่อนๆ ให้รีบเตรียมตัวเข้าหอประชุม

เวลาหลายชั่วโมงภายในหอประชุมผ่านไปจากนั้นอันดา ข้าวฟ่าง และมิว เดินมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก

เสียงชัตเตอร์จากกล้องถ่ายรูปของญาติ ๆ ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งสามสาวกอดคอกันยิ้มแย้มจนตาปิด ใบหน้าของอันดาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจในความสำเร็จขั้นแรกของชีวิต

“อันดาครับ”

เสียงเรียกทำให้อันดาหันไปตามแล้วก็เห็นชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีฟ้าอ่อนดูสุภาพเรียบร้อย ในมือของเขาถือช่อดอกทานตะวันสีเหลืองสดใส

“พี่กอล์ฟ” อันดาอุทานเรียกชื่อรุ่นพี่วิศวกรหนุ่มร่วมสถาบัน ซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นเพื่อนร่วมงานในบริษัทเดียวกันหลังจากที่เธอได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ

ชยพลส่งยิ้มอบอุ่นพลางยื่นช่อดอกทานตะวันให้หญิงสาวตรงหน้า

“ยินดีด้วยนะครับอันดา”

“ขอบคุณค่ะพี่กอล์ฟ ไม่คิดเลยว่าพี่กอล์ฟจะมาด้วย วันนี้ไม่ได้เข้าไซต์งานเหรอคะ” อันดารับช่อดอกไม้มาถือไว้ด้วยความเกรงใจ

“พี่ลางานมาและตั้งใจมาแสดงความยินดีกับอันดานะ” ชายหนุ่มพูดอย่างเอาใจ

อันดารู้ดีอยู่แก่ใจว่าชยพลคิดอย่างไรกับเธอ ชายหนุ่มรุ่นพี่คนนี้เคยพยายามตามจีบเธอตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ในตอนนั้นอันดาไม่ได้สนใจจะมีแฟนเพราะอยากจะตั้งใจเรียนความรู้สึกที่เธอให้เขาได้เพียงแค่ ‘รุ่นพี่’ ที่เคารพเท่านั้น เธอจึงรักษาระยะห่างเรื่อยมา จนกระทั่งเรียนจบและบังเอิญได้มาทำงานที่บริษัทเดียวกัน เธอกับชยพลก็เลยได้กลับมาคุยกันมากขึ้น

และการกลับมาคุยกันในครั้งนี้ชยพลจะไม่ยอมเป็นแค่รุ่นพี่อีกต่อไปเพราะว่าตอนนี้อันดาเรียนจบและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและคงพร้อมที่จะคบกับใครสักคนเพื่อมองไปยังอนาคตข้างหน้าด้วยกันนี้

“เราอยู่กันสามคนพี่กอล์ฟทำไม่มีดอกไม้แค่ช่อเดียวนะ” ข้าวฟ่างเอ่ยแซว

“นั่นสิ แต่ไหนๆ พี่กอล์ฟก็มาแล้วอยากถ่ายรูปคู่อันดาไหมล่ะเดี๋ยวมิวถ่ายให้”

“ขอบคุณครับ” ชยพลยิ้มก่อนจะขยับเข้าไปยืนเคียงข้างหญิงสาว โดยมีมิวเป็นคนถ่ายรูปให้

หลังจากถ่ายรูปและพูดคุยกันได้ครู่ใหญ่ ผู้คนก็เริ่มทยอยพากันเดินทางกลับ ครอบครัวของข้าวฟ่างและมิวชวนกันไปฉลองที่ร้านอาหารซึ่งได้จองไว้ล่วงหน้าแล้ว

“เดี๋ยวอันดาไปกับมิวนะ”

“อือ....” อันดาตอบตกลงแต่ยังไม่ทันได้เดินตามเพื่อนไปเสียงเรียกก็ดังขึ้นมาก่อน

“อันดา...”

เสียงนั้นทำให้อันดาใจเต้นแรงเพราะมันเป็นเสียงที่คุ้นเคยแต่ก็ไม่คิดว่าจะได้ยินในวันนี้

ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและยีนสีเข้มกำลังเดินตรงเข้ามา ในมือของเขามีช่อดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ช่างไม่เข้ากันกับท่าทางเข้มของคนถือเลยสักนิด

“นายหัวนที” อันดาอุทานเรียกชื่อเขาเสียงหลง หญิงสาวยิ้มด้วยความดีใจและตื่นเต้นเมื่อเห็นเขา

นายหัวนทีเดินมาหยุดยืนตรงหน้าอันดา สายตาของเขาเหลือบมองช่อดอกทานตะวันในมือของเธอและชายหนุ่มแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้างๆ เล็กน้อยด้วยแววตาเรียบนิ่ง ก่อนจะหันกลับมามองบัณฑิตสาวตรงหน้า แววตาเต็มไปด้วยความภูมิใจ

“นายหัวมาได้ยังไง ไหนบอกว่างานยุ่ง”

“ฉันบอกว่างานยุ่ง แต่ไม่ได้บอกว่าจะมาไม่ได้นี่” นายหัวนทีตอบพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะส่งช่อดอกลิลลี่ให้กับหญิงสาว

“ยินดีด้วยนะอันดา น้าไพมองลงมาคงภูมิใจในตัวเธอมาก”

“ขอบคุณค่ะนายหัว”

อันดารับช่อดอกไม้ช่อโตจากนายหัวนทีมาเธอมาถือไว้อย่างทะนุถนอม ความน้อยใจที่มีมาตลอดเปลี่ยนเป็นความดีใจที่แสดงออกมาทางรอยยิ้ม น้ำตาที่เคยกลั้นไว้เอ่อขึ้นมาอีกครั้ง

“นายหัวรู้ได้ยังไงคะว่าหนูรับปริญญาวันนี้” อันดาแปลกใจเพราะเธอไม่ได้บอกเขาว่างานรับปริญญามีวันไหน”

“เดี๋ยวเราค่อยคุยกันนะ ดูเหมือนเพื่อนเธอรออยู่หรือเปล่า”

อันดารีบหันไปหาเพื่อน ๆ และชยพลที่ยืนมองอยู่ด้วยความอยากรู้ เธอแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับนายหัว

“ฟ่าง มิว พี่กอล์ฟนี่คือนายหัวนทีค่ะ เขาเป็นเจ้านายของแม่ที่สุราษฎร์” อันดาแนะนำสถานะของเขาตามความจริง แต่คำว่าเจ้านายของแม่ขัดกับสายตาห่วงใยที่นายหัวนทีใช้มองเธอในเวลานี้

นายหัวนทีพยักหน้ารับการทักทายของกลุ่มเพื่อนสนิทของอันดาอย่างสุภาพ สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ชยพลครู่หนึ่ง ทำเอาชยพลถึงกับรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนๆ ของอันดานะ” นายหัวนทีเอ่ยเสียงเรียบ

“เดี๋ยวพวกเราจะไปฉลองกันค่ะ นายหัวไปกับพวกเราไหมคะ” ข้าวฟ่างชวนเพราะอยากทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้ เธอมองว่าเขาไม่น่าจะเป็นแค่เจ้านายของน้าประไพ

“ขอบคุณครับแต่ผมต้องขอตัวก่อน”

“ทำไมล่ะคะ” อันดาถามอย่างผิดหวัง

“อันดาไปฉลองกับเพื่อนเถอะ ฉันยังอยู่กรุงเทพอีกหลายวัน เดี๋ยวค่อยไปกินข้าวด้วยกัน”

“ก็ได้คะ”

“อย่ากลับดึกนะ”

“ค่ะถ้ากลับแล้วหนูจะโทรหานายหัวนะ”

“อือ....ผมตัวก่อนนะครับ” นายหัวนทีบอกกับทุกคนก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป

“อันดาเขาเป็นใครเหรอ” ชยพลไม่อาจเก็บความสงสัยไว้ได้

“เป็นเจ้านายของแม่”

“แต่ฉันว่าต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่เลยนะ” มิวตั้งข้อสังเกต

“ไม่มีอะไรหรอกน่า เรารีบไปกันเถอะ พ่อกับแม่ของแกรอนานแล้วนะมิว”

“นั่นสิ ลืมไปเลยเรารีบไปกันเถอะ พี่กอล์ฟจะไปกับพวกเราไหม”

“ไม่เป็นไรครับ พี่กับอันดาทำงานที่เดียวกันเดี๋ยวค่อยไปฉลองกันทีหลังก็ได้”

“อันดาไปก่อนนะพี่กอล์ฟแล้วเจอกันที่บริษัทค่ะ ขอบคุณอีกครั้งที่มานะคะ”

อันดาเดินออกไปพร้อมมิวกับข้าวฟ่างทำให้นายหัวนทีที่แอบมองอยู่ห่างๆ เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ไปกับด้วย
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel