15 เพราะแม่หรือเพราะมีใจ
อันดาไปฉลองกับครอบครัวของมิวและข้าวฟ่างจนค่ำจากนั้นครอบครัวของมิวก็มาส่งเธอที่หอพัก
“ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่มากๆ เลยนะคะที่มาส่ง ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ด้วยค่ะ” อันดายกมือไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่ทั้งสองท่านด้วยความเคารพ
“ไม่เป็นไรเลยลูก หนูอันดาก็เหมือนลูกสาวของแม่คนหนึ่ง เรียบจบแล้ว ทำงานแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกันนะ อย่าเงียบหายไปล่ะ” มารดาของมิวเอ่ยด้วยรอยยิ้มแล้วลูบหัวอันดาเบาๆ
“ค่ะแม่”
“ฉันไปก่อนนะอันดา อย่าลืมนัดของเรานะ”
“อือ บ๊ายบายนะมิว”
หลังจากบอกลาเพื่อนสนิทและผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้ว อันดาก็หอบหิ้วช่อดอกไม้ทั้งสามช่อ ทั้งกุหลาบขาวจากแม่ของข้าวฟ่าง ดอกทานตะวันจากชยพล และดอกลิลลี่ช่อโตจากนายหัวนที ขึ้นมาบนห้องพักของตนเอง
อันดาล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยแต่ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความสุข แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าต้องโทรบอกนายหัวนที เธอมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ซึ่งเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว หญิงสาวรีบกดโทรออกทันที สัญญาณรอสายดังอยู่เพียงสองสามครั้ง ปลายสายก็กดรับ
“ว่าไง กลับถึงหอแล้วเหรออันดา”
“ค่ะนายหัว หนูเพิ่งถึงห้องเมื่อกี้เลยค่ะ ครอบครัวของมิวขับรถมาส่งค่ะ” อันดารีบบอกเพราะกลัวว่าเขาจะเป็นห่วงที่เธอกลับดึกแบบนี้
“เหนื่อยไหม”
“เหนื่อยค่ะ แต่มันเป็นอีกวันที่หนูมีความสุขแม่ก็คงมีความสุขเหมือนกันใช่ไหมคะนายหัว” เมื่อพูดถึงมารดาหญิงสาวก็เสียงสั่น
“อือ แม่เธอคงมองลงมาอย่างมีความสุข”
“นายหัวคะ หนูมีเรื่องอยากจะถามนายหัวค่ะ”
“ถามอะไร”
“นายหัวรู้ได้ยังไงคะว่าหนูรับปริญญาวันนี้ หนูจำได้ว่าหนูยังไม่ได้บอกนายหัวเลยนะคะ”
อันดาได้ยินเสียงถอนหายใจจากปลายสายก่อนที่นายหัวนทีจะตอบ
“สองอาทิตย์ก่อนฉันไปที่ร้านของหลินก็เลยรู้”
“อ๋อ....”
“ทำเธอไม่บอกฉันล่ะ เดี๋ยวนี้มีความลับกับฉันแล้วเหรอ”
“เปล่านะคะหนูก็คิดว่าจะบอกนายหัวอยู่เหมือนกันค่ะ อาทิตย์ที่แล้วหนูโทรไปหานายหัว หนูก็กะจะบอก แต่นายหัวบอกว่าช่วงนี้งานยุ่งหนูก็เลยไม่กล้าบอก พอเห็นนายหัวมาวันนี้หนูทั้งดีใจแล้วก็ตกใจมากค่ะ”
นายหัวหนุ่มหัวเราะเบาๆ ทำเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่หญิงสาวโทรหาเขา
“ที่ฉันบอกว่ายุ่งก็เพราะฉันต้องรีบเคลียร์งานในสวนยางพาราและสวนปาล์มให้เสร็จ เพื่อที่ฉันจะได้มีเวลามางานรับปริญญาของเธอไง อันที่จริงฉันก็รอให้เธอบอกนะ” คำสารภาพยาวเหยียดของนายหัวหนุ่มทำให้อันดาถึงกับยิ้มหัวใจพองโตที่เขาให้ความสำคัญ
“นายหัวเคลียร์งานทั้งหมดเพื่อจะมางานหนูเหรอคะ”
“ก็ใช่น่ะสิ แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ชวนฉันเลยสักคำ พอฉันถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอก็ตอบแค่ว่าเปล่าๆ ไม่มีอะไร จนฉันต้องบินขึ้นมาเองนี่ไง” น้ำเสียงของนทีเริ่มมีความขุ่นเคืองและน้อยใจจนสังเกตได้ชัด
“แต่นายหัวก็มาแล้วนี่คะ”
“แต่ก็นั่นแหละ ฉันเคยรับปากกับน้าไพเอาไว้แล้วว่าฉันจะดูแลเธอ และจะมาแสดงความยินดีกับความสำเร็จของเธอในวันรับปริญญา ในเมื่อฉันสัญญากับแม่ของเธอไว้แล้ว ฉันก็ต้องมาให้ได้ ต่อให้เจ้าตัวเขาจะไม่ต้องการ หรือไม่คิดจะชวนฉันเลยก็ตาม”
“ไม่ใช่นะคะนายหัว หนูไม่ได้ไม่อยากชวนนะคะ หนูอยากให้นายหัวมา แต่ตอนที่โทรไปแล้วนายหัวบอกว่ายุ่ง หนูก็เลยเกรงใจ” อันดารีบอธิบายด้วยความร้อนใจ
“อือ ก็มันยุ่งจริงๆ”
“หนูรู้ว่างานที่สวนมันเยอะมาก หนูไม่อยากให้นายหัวต้องทิ้งงานมานี่คะ หนูไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังหรือไม่อยากชวนจริง ๆ นะคะนายหัว เชื่อหนูนะ” ความร้อนรนในน้ำเสียงของหญิงสาวทำให้ความขุ่นมัวของนายหัวนทีทุเลาลงไป
แต่แล้วภาพของชายหนุ่มชุดเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่ยืนเคียงข้างอันดาพร้อมรอยยิ้มสนิทสนมและช่อดอกทานตะวันในตอนบ่าย มันทำให้นายหัวหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ความหึงหวงเริ่มก่อตัวแต่สถานะเจ้านายของน้าประไพที่ค้ำคออยู่ ทำให้เขาไม่สามารถแสดงอาการออกไปตรงๆ ได้ แต่จะปล่อยผ่านเรื่องนี้ก็ไม่อยากให้มีอะไรมาคาใจ
“ฉันว่าบางทีเธออาจไม่เกรงใจฉันเรื่องงานแต่อาจเป็นอย่างอื่น”
“นายหัวหมายความว่ายังไงคะ”
“บางทีเธอคงไม่อยากให้ฉันรู้ว่าตอนนี้เธอมีคนคอยดูแลที่กรุงเทพแล้ว ฉันก็คงไม่มีความจำเป็น เธอก็คงกลัวฉันไปเกะกะ”
“คนคอยดูแลเหรอคะ ใครคะ”
“ก็ไอ้หนุ่มที่มันยืนทำหน้าหล่ออยู่ข้างเธอไงล่ะ แฟนของเธอเหรออันดา” เขาตัดสินใจถามออกไปเพราะถ้าหากชายคนนั้นเป็นแฟนของอันดาจริง เขาจะให้เพื่อนตามสืบว่าเป็นคนดีไหม เหมาะสมกับอันดาหรือเปล่า
คำตอบเชิงประชดประชันของนายหัวหนุ่มทำให้อันดายิ้มเพราะนายหัวนทีคงคิดว่าเธอกับรุ่นพี่วิศวะเป็นแฟนกัน
“นายหัวคะ นั่นไม่ใช่แฟนหนูนะคะ นั่นพี่กอล์ฟค่ะ เป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย แล้วตอนนี้ก็บังเอิญทำงานอยู่ที่บริษัทเดียวกัน พี่เขาเอาดอกไม้มาแสดงความยินดีกับหนูเองค่ะ ไม่ได้เป็นอะไรกันมากกว่านั้นเลยนะคะ”
“จะใช่หรือไม่ใช่ มันก็เรื่องของเธอนะอันดา เธอไม่จำเป็นต้องมาอธิบายให้ฉันฟังหรอก” นทีเอ่ยตัดบทแต่ในใจลึกๆ กลับรู้สึกโล่งอกเมื่อได้ยินคำปฏิเสธอย่างหนักแน่นจากปากของหญิงสาว แต่ก็ยังไม่ยอมรับความจริง ชายหนุ่มจึงยังคงย้ำสถานะเพื่อเตือนสติตัวเอง
“แต่หนูอยากบอกนี่คะ”
“ฉันมันก็แค่อดีตเจ้านายของแม่เธอ เป็นแค่คนนอกที่น้าไพฝากฝังให้ช่วยดูแลอยู่ห่างๆ เธอจะคบใคร มีแฟนตอนไหนมันก็สิทธิ์ของเธออยู่แล้วอันดา”
คำพูดที่พยายามผลักไสและย้ำคำว่าเจ้านายของแม่กับ คนนอกของนายหัวนที ทำให้อันดาความรู้สึกน้อยใจ หญิงสาวกำโทรศัพท์มือถือแน่น รู้สึกอึดอัดกับกำแพงที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาขวางกั้นระหว่างเธอและเขา ทั้งๆ ที่ในใจของเธอเขาเป็นมากกว่านั้นตั้งนานแล้ว
“ทำไมชอบพูดแบบนี้เรื่อยเลยคะ” อันดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงสั่นเครือจนคนปลายสายสัมผัสได้ถึงความสะเทือนใจ
“ฉัน....”
“นายหัวรู้มั้ย สำหรับหนูแล้วนายหัวไม่เคยเป็นคนนอกเลยนะคะ นายหัวเป็นคนที่หนูคิดถึงคนแรกเวลาที่หนูรู้สึกโดดเดี่ยว นายหัวเป็นคนที่ช่วยให้หนูผ่านมาได้ในวันที่หนูเสียใจที่สุด ถ้าหนูเห็นนายหัวเป็นแค่เจ้านายของแม่ หนูคงไม่มานั่งร้อนใจอธิบายให้ฟังแบบนี้หรอกค่ะ” ความเงียบงันเข้าครอบงำปลายสายทันทีหลังจากที่อันดาพูดจบ ประโยคที่เต็มไปด้วยความน้อยใจและตัดพ้อนั้นทำให้หัวใจของนายหัวนทีวูบไหว
“ฉันขอโทษ วันนี้ฉันคงเหนื่อยไปหน่อยเลยพูดอะไรไม่คิด เธออย่าโกรธฉันเลยนะ” เขาไม่รู้จะพูดแก้ตัวยังไงกับสิ่งที่พูดออกไปแบบไม่คิด
“หนูไม่ได้โกรธ หนูก็แค่อยากบอกว่านายหัวคือคนสำคัญที่สุดสำหรับหนู วันนี้หนูมีความสุขมากที่นายหัวเอาดอกไม้มาให้”
“ชอบไหม”
“ชอบมากค่ะ หอมมากด้วย ขอบคุณนายหัวมากนะคะ ไม่เคยรู้เลยว่านายหัวเลือกดอกไม้เก่ง เคยซื้อให้ผู้หญิงบ่อยเหรอคะ”
“ตอนเป็นวัยรุ่นก็บ่อยนะ แต่ตอนนี้แก่แล้วก็เลยไม่ได้ซื้อให้ใคร”
“นายหัวยังไม่แก่เลยค่ะ”
“ถ้าเปรียบเทียบกับคนทั่วไปก็คงยังไม่แก่ แต่ถ้าเทียบกับเด็กอย่างเธอก็ถือว่าแก่แล้ว”
“หนูไม่ใช่เด็กนะคะ” อันดาเถียงทันควัน
“เฮ้อ....ทำไมชอบเถียง”
“ก็หนูพูดเรื่องจริง หนูน่ะเขาเรียกคนกำลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่คะ เรียบจบแล้ว มีงานทำแล้วนะคะ”
“มันแค่เริ่มต้นนะอันดา”
“ถึงจะเพิ่งเริ่มต้นแต่นายหัวก็ไม่มีสิทธิ์มาว่าหนูนะคะ”
“ฉันไม่ว่าเธอก็ได้ ตอนนี้ดึกแล้วเธอรีบนอนเถอะ” เขารีบเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากจะเถียงกับเธอต่อ
“แล้วนายหัวล่ะคะ จะกลับใต้วันไหน”
“ฉันน่าจะอยู่ที่นี่อีกหลายวัน พรุ่งนี้เธอว่าไหม”
“ว่างคะ” อันดารีบตอบอย่างรวดเร็วเพราะนานๆ ทีเขาถึงจะขึ้นมากรุงเทพ
“อยากไปไหนไหมล่ะ”
“อยากไปหาของกินอร่อยๆ ค่ะ นายหัวพาไปได้ไหม”
“เธอต้องเป็นคนพาฉันไปมากกว่านะ เธออยู่กรุงเทพมานานแล้วนี่”
“ก็ได้ค่ะ เรานัดเจอกันที่ไหน”
“รอที่หอนั่นและสายๆ ฉันจะเข้าไปรับนะ”
“ได้ค่ะ หนูจะรอนะคะ นายหัวก็พักผ่อนเยอะ ๆ นะคะ ฝันดีค่ะ”
หลังจากนายหัวนทีวางสายไปแล้วที่ อันดาก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงกว้าง ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข