ตอนที่ 5 ใครอนุญาต
แต่ร่างเล็กกลับลอยละลิ่วไปอยู่บนแขนแกร่ง พร้อมทั้งคนที่มีพละกำลังแรงกล้าเขาดึงประตูห้องปิดกลับเข้ามาแล้วกดล็อกประตูลง
ห้องเก็บเสียงของนาราเริ่มทำงานอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะส่งเสียงร้องเรียกถึงเพียงไรก็ไม่มีใครข้างนอกได้ยิน
แขนเรียวทั้งสองข้างถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยมือของเขาแล้วกดลงไปกับที่นอน
นาราได้กลิ่นสปอร์ตจางๆ ลอยออกมาจากตัวเขาก็แทบกลั้นหายใจเพราะไม่ประสงค์จะได้กลิ่นมันนัก
ไม่ว่าจะเป็นโรลออน หรือน้ำหอมที่เจ้าตัวใช้ นาราจำมันได้ดีว่าหน้าที่ซื้อของใช้ส่วนตัวให้เขามันเป็นของเธอ
เพราะเหตุฉะนี้คนที่เคยดมกลิ่นเมื่อไปทดลองในช็อปจึงจำได้ว่าตัวเองเคยชอบเพียงไร
ส่วนล่างถูกถ่ายเทน้ำหนักลงมาวางทับจนนารารู้สึกอึดอัด พร้อมทั้งรับรู้ว่าส่วนตรงนั้นของเขาเริ่มดันเนินเนื้อของเธอขึ้นมาเรื่อยๆ
อีกแล้ว! เหตุการณ์อย่างวันนั้นไม่มีผิดเลย
เขาจงใจ! เพราะคราวนี้เขาไม่ได้เมา นารารู้แล้วว่าเขาจงใจทำแบบนี้กับเธอ!
"คุณเคน.." นาราพยายามจะขืนตัวออกให้ได้เมื่อรู้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้อันตรายเกินไป
"ใครอนุญาตให้เธอไปฝึกงานที่อื่น" เคนถามเสียงทุ้มกังวานจนอีกคนหยุดดิ้น แค่นี้ก็ทำเอาคนฟังรู้สึกขนหัวลุกแล้ว ทั้งที่เมื่อก่อนเธอไม่เคยกลัวเขามากขนาดนี้เลย
ตอนแม่เธออยู่เขาก็เพียงแค่ถามไถ่เธอถึงเรื่องการเรียนเล็กน้อย น้อยนักที่จะได้สนทนากันยาวเพราะอีกฝ่ายกลับมาถึงบ้านช้า เขากลับมาคือเธอเข้านอนแล้วตลอด
นารารับรู้ว่าเขาชอบออกไปเที่ยวกับเพื่อนในตอนกลางคืนบ่อยๆ ก็เป็นปกติของคนที่ทำงานหนักอย่างเขา อาจจะมีไปผ่อนคลายบ้าง หรือคุยงานประมาณนั้น
ครั้นตั้งแต่แม่เธอเสียไป แล้วเธอได้มาอยู่ในความดูแลของเขา ไม่ว่าจะเรื่องอะไรนาราต้องคอยรายงานเขาทุกอย่าง
ตอนไปเรียนเธอก็ได้ติดรถไปด้วยกันเพราะเขาแวะส่งเธอก่อน เรียกได้ว่านาราอยู่ในกรอบที่อีกฝ่ายกำหนดให้เธอเสมอ
"ว่าไง ใครอนุญาตให้ไปฝึกงานที่อื่น" เคนถามซ้ำเมื่อคำตอบจากอีกฝ่ายที่ได้รับคือเธอปิดปากเงียบ ทำเอาคนที่เหนื่อยล้าจากงานมาถอนหายใจแรง
"..คุณท่านค่ะ" นาราจำใจต้องโกหกออกไปก่อน ขออ้างถึงคนที่เธอเพิ่งบอกกล่าวไปหน่อยเถอะ
ถึงรู้ว่ายังไงคุณท่านก็ไม่ขัดเธออยู่แล้ว แสดงว่าคุณท่านก็เห็นด้วยกับเธอไง ถ้าเขาขัดอะไรมาเธอก็จะอ้างว่าคุณท่านอนุญาต เขาเป็นลูกชายก็ต้องเชื่อฟังแม่ตัวเองอยู่แล้ว
"เดี๋ยวนี้ไม่เห็นหัวกันแล้ว.."
"เปล่านะคะ นารายังเคารพคุณมาตลอด" นารารีบชิงตอบก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ ส่ายหัว ไม่ใช่ว่าเธอจะดื้อ กับแค่เรื่องที่เธอบอกคุณท่านก่อนแค่นั้นเอง..
โอเคยอมรับว่าปกติแล้วเธอจะบอกเขาก่อนเพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ปกครอง แต่คราวนี้เธอเลือกคุยกับคุณท่านก่อนไง
"แต่ถ้าแม่ไม่พูด..ฉันคงไม่รู้ว่าเธอมีความคิดแบบนี้"
นาราเม้มปากเบาๆ คล้ายว่าเขาตำหนิเธอ ก็จริง เขากำลังตำหนิเธออยู่
"ถึงแม่จะมีอายุเยอะสุดในบ้าน แต่ฉันเป็นผู้ปกครองเธอในเวลานี้ เธอควรจะให้เกียรติ และเชื่อฟังฉันให้มากที่สุดนะนารา"
"นาราตั้งใจว่าจะบอกคุณอยู่แล้วค่ะ" เด็กสาวบอกเสียงอู้อี้ในลำคอ เพราะยิ่งได้กลิ่นแอลกอฮอล์ปนกลิ่นเหงื่อจากกายแกร่งยิ่งรู้สึกประหม่าเข้าไปอีก
"ตอนไหน หมายถึงตอนที่เธอไปถึงสนามบินแล้วหรือไง!" เคนประชดประชัน
"ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ" เด็กสาวหน้ามุ่ย ใครจะไปทำแบบนั้นกันเล่า เธอก็แค่รอให้มันถึงเวลาก่อนไง แบบใกล้ถึงตอนไปฝึกงานเธอก็จะบอกเขาอยู่แล้ว
เธอคงไม่กล้าหิ้วกระเป๋าใบโตเดินออกจากบ้าน เดินผ่านหน้าเขาไปแบบเฉยๆ หรอก อีกอย่างให้เธอได้เตรียมใจก่อนสิ
"นาราแค่.."
"อย่าคิดว่าฉันจะตามเธอไปไม่ได้!" เคนรีบชิงพูดก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยออกมา
"คุณเคน.." แล้วทำไมเขาต้องตามเธอไปด้วยเล่าไม่เข้าใจ เธอไม่ใช่นักโทษสักหน่อย นาราได้แต่บ่นอุบอิบในใจ
"อย่าทำให้ฉันรู้สึกว่าเธอกำลังหาทางหลบหลีก หากไม่อยากถูกจำกัดบริเวณ"
"คุณเคน.." นารามองคนที่ค่อยๆ ผละตัวออกห่างเธอไป ก่อนเห็นเขาคว้าเสื้อกับเข็มขัดที่เพิ่งถอดออกติดมือไปด้วย
มองคนที่เดินออกจากห้องของเธอไปไม่หันกลับมามอง พร้อมทั้งเสียงประตูห้องที่เปิดลงดังลั่นอย่างวันนั้น เหตุการณ์เดียวกันไม่มีผิด
เธอจะไปฝึกงานแค่ไม่กี่เดือนเอง หลังจากนั้นก็ต้องกลับมาทำงานที่นี่กับเขาอยู่แล้ว
การที่เธออยากไปเที่ยว เปิดโอกาสให้ตัวเองบ้างเขาถึงกับไม่พอใจ ก็ใครบอกให้เขาอยากมาทำตัวรุ่มร่ามกับเธอก่อนทำไมล่ะ แบบนี้ไม่ใช่วิถีของผู้ปกครองสักหน่อย นับวันยิ่งจะเปลืองตัว!
