เมียอุปถัมภ์รัก (คุณเคน:นารา)

66.0K · จบแล้ว
นามปากกาดาวเหนือ
45
บท
13.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เมื่อเขาต้องมารับอุปการะเลี้ยงดูเด็กสาวที่เพิ่งเสียแม่ไปได้ไม่นาน ทว่าเขาหวงเธอยิ่งกว่าไข่ในหินเสียอีก ความรู้สึกแบบนี้ยังเรียกว่าผู้ปกครองเพียงอย่างเดียวได้หรือไม่ //ตัวอย่าง// "จะเอาอะไรให้ผู้ใหญ่ดูก็ควรยื่นใส่ในมือ ไม่ใช่เอาไปวางไว้ตรงนั้น แบบนี้เขาเรียกว่าไม่มีมารยาท!" เขาแค่อยากเอาคืนคนที่จะตีตัวออกหาก แล้วอีกอย่าง วันนี้เดินเข้าห้องนอนเขาเองนะช่วยไม่ได้ ______________ "มีอะไรมาแลก" เคนเอ่ยทั้งๆ ที่พลิกกระดาษแผ่นเดียวกลับไปกลับมา โดยไม่ได้ไล่สายตาอ่านอย่างที่นาราเข้าใจ "คุณ..หมายถึงอะไรคะ" "ในเมื่ออยากไปฝึกงานที่ไกลๆ ทั้งที่รู้ดีว่าบริษัทของที่บ้านมี อยากทำตัวเหินห่างกับฉันแบบนี้มีอะไรมาแลก" "นาราจะไปฝึกงานนะคะคุณเคน..ไม่ได้ว่าจะทำตัวเหินห่างค่ะ" "ตอบไม่ตรงคำถาม!" นาราหน้ามุ่ยเมื่อได้ฟังดังนั้น "เกรดค่ะ นารามีเกรดมาแลก" ก็เธอเป็นนักศึกษานี่ การฝึกงานครั้งนี้ก็ต้องแลกเกรดว่าผ่านหรือไม่ผ่าน แต่เธอมั่นใจว่าผ่านอยู่แล้ว "ฉันไม่ได้สนใจในข้อนั้น เพราะยังไงเธอก็ต้องเรียนให้จบอยู่แล้ว แต่ที่ฉันอยากถามก็คือ..ในตัวเธอมีอะไรมาแลก" เมียอุปถัมภ์รัก คุณเคน/นารา

ประธานโรแมนติกรักหวานๆผู้ชายอบอุ่นนิยายรักโรแมนติกฟินๆนิยายรักนิยายปัจจุบันนักศึกษา

ตอนที่ 1 ผู้ปกครองใจดี?

ย่างเข้าสู่เทอมแรกของปีการศึกษาสุดท้าย นักศึกษาปีสี่อย่างนาราและเพื่อนๆ ปีเดียวกันในรั้วมหาวิทยาลัยต่างต้องหาสถานที่ฝึกงานเพื่อนำส่งอาจารย์กันแล้ว

นาราและกลุ่มเพื่อนต่างคุยกันเอาไว้ว่า พวกเธอจะไปฝึกงานที่ภาคเหนือของประเทศไทย โรงแรมขนาดใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่คือเป้าหมายของพวกเธอกัน

หากถามว่าจุดประสงค์หลักแท้จริงมีเพียงแค่เรื่องไปฝึกงานอย่างเดียวใช่ไหม เม้มปากแน่นแล้วยิ้มกว้างก่อนจะส่ายหัวออกมา ไม่ใช่เลย

จุดประสงค์หลักคือ พวกเธอจะไปเที่ยวกันต่างหากล่ะ แล้วอีกอย่าง นาราที่ไม่ค่อยได้ออกไปเปิดหูเปิดตาที่ไหนด้วยมันรู้สึกตื่นเต้น

ความที่เป็นเด็กในบ้านของคุณท่านก็รู้สึกเกรงใจ อยู่ฟรีแถมยังมีคนใจดีส่งเสียให้เรียนจนจบมหาวิทยาลัย ข้อนี้จึงทำให้ชีวิตที่ผ่านมาของนารามีแต่บ้านกับโรงเรียน พอโตขึ้นก็เป็นบ้านกับมหาวิทยาลัยวนเวียนกันอยู่อย่างนี้

นานทีถึงจะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนสนิท แต่อย่างนั้นก็เป็นเพียงห้างสรรพสินค้าแค่นั้น หากว่าต้องออกไปเที่ยวในตอนกลางคืนกัน ดื่มเหล้าเมามายในผับ นาราไม่เคยสัมผัสชีวิตแบบนั้นสักครั้ง

แล้วถามว่าเธอไม่อยากไปเลยเหรอ พอไม่ค่อยได้ไปเธอก็ชิน

แต่คนที่ยังมีความเป็นวัยรุ่นอยู่ นาราก็อยากรู้อยากลองไม่ต่างจากคนอื่นนักหรอก

ขนาดเพื่อนในกลุ่มยังพากันส่ายหัวเลย เพราะมีเธอเพียงคนเดียวที่ดูเหมือนจะอยู่ในกรอบขนาดนี้

เธอมาคิดๆ ดูว่า อย่างน้อยเกิดมาเธอควรจะให้รางวัลตัวเองหน่อยไหม อีกอย่างจะไปฝึกงานแค่ไม่กี่เดือนเอง มันไม่น่าจะเป็นอะไร

ยิ่งยามใกล้สิ้นปีแบบนั้น อากาศคงจะเย็นฉ่ำสบายดี ที่เที่ยวทางธรรมชาติก็เยอะ กว่าจะฝึกงานจบคงได้ไปครบทุกที่

แค่คิดก็ฟินแล้ว..

หญิงสาวที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว นาราอยู่ในชุดนอนสีชมพูเป็นแบบเสื้อเชิ้ตแขนยาวตัวเดียว ด้านล่างยาวลงมาคลุมเข่าเพียงเล็กน้อย เนื่องจากผู้สวมใส่มีส่วนสูงอยู่ที่หนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร

เดินออกจากห้องเพื่อที่ว่าจะเอาเรื่องนี้ไปเรียนกับคุณท่านว่าเธอจะไปฝึกงานที่ไหน เดินด้วยท่าทีสบายๆ ลงบันไดไปหาคนที่กำลังนั่งย่อยอาหารระหว่างนี้ในห้องนั่งเล่น

เราเพิ่งทานข้าวเย็นกันเสร็จ เป็นเธอที่ปลีกตัวขึ้นมาอาบน้ำก่อน ส่วนผู้เป็นเจ้าของบ้านท่านบอกว่าตัวเองแก่แล้วขอนั่งย่อยก่อนจะได้ไม่ท้องอืดตอนนอน

"นารา.." หญิงสูงวัยอายุเจ็ดสิบปี พอเห็นมีใครเดินเข้ามาก็เอ่ยทัก

สาวน้อยรีบฉีกยิ้มหวานให้ เดินไปนั่งลงบนพรมสีเทาที่ด้านล่าง วางมือลงไปกับหน้าขาเรียว ผิวนุ่มๆ เหี่ยวๆ ตามฉบับของคนสูงวัยแล้วบีบนวดเบาๆ อย่างที่ชอบทำ

เด็กสาวออดอ้อนเอาใจคนแก่สารพัดจนเจ้าของบ้านเอ็นดู วางมือลงบนลุ่มผมหนานุ่มแล้วลูบปลอบประโลม

ปกติแบบนี้ตลอดหากว่านาราอยู่กับคุณท่านสองคน เธอชอบนั่งที่ตรงนี้ใกล้ๆ เพื่อให้อีกฝ่ายเอ็นดู ความคนที่ไม่มีญาติหลงเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว นาราโหยหาความรักความอบอุ่นอย่างปฏิเสธไม่ได้

"มีอะไรหรือเปล่าลูก" เพราะตั้งแต่ที่แม่นาราเสียไปจึงทำให้คนในบ้านหลังนี้เอ็นดูนาราเป็นพิเศษ นอกจากแม่เพียงคนเดียวที่เป็นญาตินาราก็ไม่เหลือใครแล้ว

แม่ของนาราเป็นแม่บ้านที่นี่มานานกว่ายี่สิบปี พ่อของนาราก็เป็นคนสวนของที่นี่ พ่อของเด็กสาวประสบอุบัติเหตุตอนไปกินเลี้ยงงานแต่งเพื่อนเมื่อสิบปีก่อน แม่ของนาราก็เพิ่งมาเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจไปเมื่อปีก่อนนี่เอง