ตอนที่ 5 เนื้อคู่
ทั้งเขาและพี่ชายรวมถึงภรรยาของเราทั้งคู่ยังคงทำงานกันอยู่แม้อายุมากแล้ว แต่ทุกคนก็ยังไหวกันหมดเพราะเติบโตมากับงานที่พ่อสร้างมากับมือจึงไม่อยากปล่อยให้ไปอยู่ในมือคนอื่น
พี่เขานั่งตำแหน่งประธานบริษัท ส่วนเขาเป็นประธานกรรมการบริษัท มีลูกชายเป็นรองประธานต่อจากลุงตัวเองที่ตำแหน่งสูงกว่า ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือพี่เขาตำแหน่งสูงสุด รองลงมาคือภูผา และลำดับต่อมาถึงเป็นเขา ที่ทำแบบนี้เพราะพวกเราเริ่มแก่กันแล้ว รอแค่ให้ภูผาพร้อมในทุกด้านเพื่อก้าวขึ้นเป็นประธานบริษัทในภายภาคหน้าแทน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราทุกคนในบ้านตอนนี้ต่างฝากอนาคตไว้กับภูผาทั้งนั้น
เมื่อก่อนเป็นเขาที่เทียวลงไปดูงานกรุงเทพในฐานะหุ้นส่วน แต่พออายุเริ่มเยอะแล้วเทียวไปเทียวมาไม่สะดวกจึงให้วัยรุ่นเขาทำแทนน่าจะคล่องตัวดี เป็นเวลาสองปีแล้วที่เขาหยุดแล้วเป็นหน้าที่ของภูผา แต่เห็นใบหน้าเหนื่อยล้าของลูกชายแบบนี้เริ่มสงสารแล้วล่ะ ข้อนี้เดี๋ยวเขาจะลองคุยกับพ่อและแม่อีกที
ภูผาอมยิ้มแล้วถอยกลับมานั่งลงโซฟาเดี่ยวในท่าสบายๆ มือสองข้างวางลงบนที่วางแขนแล้วมองคนที่เป็นเป้าสายตาของตัวเองตั้งแต่แรกไปด้วย แกะน้อย.. เพราะเวลานี้หญิงสาวดูเรียบร้อยไม่เหมือนเมื่อเช้าเลย
นิชาดาดูน่ารักน่าทะนุถนอมไปหมด ดูเรียบร้อยเมื่ออยู่ในชุดเดรสสีครีมแขนตุ๊กตา ยิ่งส่งให้ผิวขาวๆ ของเธอแถมยังดูเอิบอิ่มเป็นธรรมชาติดูน่าสัมผัส เป็นอีกลุคหนึ่งต่างจากเมื่อเช้ามาก นี่คงเป็นการแต่งตัวเข้าหาผู้ใหญ่ใช่เน้นสัดส่วนอย่างที่เขาพบเห็นก่อนหน้า คนอะไรมีทั้งความน่ารักและเซ็กซี่ในคนคนเดียวกัน ถึงแม้เมื่อเช้าเธอจะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงทรงเอสีดำสั้นก็ตาม แต่เขามองทะลุผ่านเสื้อของเธอเห็นนะว่าสายชุดชั้นในเป็นสีแดง ดูเผ็ดร้อนซ่อนเปรี้ยวเหมาะกับคนอย่างเขามาก
ไล่สายตาลงต่ำไปที่ขาขาวๆ ทว่าเจอกับรอยอะไรบางอย่าง พอนึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้านิชาดาบอกเขาว่าเธอประสบอุบัติเหตุทางรถมอเตอร์ไซค์ ทำให้ตอนนี้ที่เข่าของเธอมียาสีเหลืองๆ ป้ายอยู่
ผู้เป็นประมุขของบ้านไล่สายตาตามหลานชายอย่างเหนื่อยหน่ายใจก่อนจะขมวดคิ้ว
"นิด"
"ขาคุณปู่" นิชาดาออกจากภวังค์ แน่นอนว่าคนที่เพิ่งขาดเสาหลักของครอบครัวมาไม่นานกำลังปลอบใจตัวเองเพื่อไม่ให้ร้องเมื่อเจอภาพครอบครัวอบอุ่นขนาดนี้ พยายามผ่อนลมหายใจออกมาให้โล่ง เงยหน้าขึ้นมองเพื่อรอฟังคุณปู่พูด
"ขาไปโดนอะไรมาลูก"
"อะ..อ๋อ" นิชาดาก้มลงมองบนแผลที่ป้ายยาสีเหลืองๆ เพราะทำแผลเองไปเมื่อเช้าก่อนเอ่ยออกมา "พอดี..นิดสะดุดล้มเมื่อเช้าน่ะค่ะ" นิชาดาเลือกบอกอย่างนี้มากกว่า ไม่อยากเอ่ยเรื่องที่เธอไปเจออุบัติเหตุมาให้ท่านกังวลใจเพราะแค่นี้ก็รบกวนท่านมากพอแล้ว หากบอกว่าเธอเกิดอุบัติเหตุทางรถมอเตอร์ไซค์คงไม่พ้นหารถยนต์มาให้เธอขับ หรือไม่ก็ส่งคนมาดูแลเธออย่างนั้น นิชาดาไม่อยากให้มันดูมากมายจนเกินไป
ภูผาเลิกคิ้วเมื่อได้ฟัง ทั้งที่เมื่อเช้าเธอบอกเขาว่ารถมอเตอร์ไซค์ล้มเพราะเฉี่ยวชนกัน แต่กลับบอกคุณปู่ว่าตัวเองเดินสะดุดล้มเสียอย่างนั้น มีความจำเป็นอะไรต้องโกหกไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง
"ซุ่มซ่าม" คุณหญิงของบ้านเอ่ยออกมาแล้วเมินหน้าไปทางอื่นอย่างไม่ชอบ
ทุกคนในนี้ต่างเงียบหมด พอจะมองออกแล้วว่าคุณย่าไม่ชอบเด็กคนนี้ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด
"ไม่เอาน่าคุณหญิง" คนเป็นสามีส่ายหัวห้ามปราม เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาให้นิชาดามาบ้าน เมียเขาตีโพยตีพายไปใหญ่ถึงเรื่องที่เขาปิดบัง ความลับที่ว่าจะเก็บไปจนตายมันจึงไม่เป็นความลับอีกแล้ว
เมื่อผู้เป็นสามีว่าอย่างนั้นกลับน้อยอกน้อยใจขึ้นมาลุกเดินหนีออกจากตรงนี้ไปทันที
"ไม่เป็นไรหรอกนะ" ผู้เป็นปู่บอกหลานสาว นิชาดาพอจะเข้าใจดี เธอไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในอดีต แต่พอจะเดาออกได้ว่าคุณย่าไม่ชอบเธอ แต่ไม่รู้สาเหตุอีกเหมือนกัน
"เอาล่ะ งั้นเริ่มคุยเลยแล้วกัน เด็กๆ นั่งฟังไปก่อนนะเจ้าภูเจ้านิด"
"ครับคุณปู่"/"ค่ะคุณปู่" ภูผาและนิชาดาขานรับพร้อมกัน
"ผากับภูมิ" ชายชราเรียกลูกชายทั้งสองคน มีลูกสะใภ้ที่นั่งอยู่ทางด้านหลังทั้งคู่
"ครับพ่อ"/"ครับคุณพ่อ"
"นี่เจ้านิด เป็นหลานสาวของเพื่อนพ่อ ตอนนั้นแม่เจ้านิดตั้งท้องได้สามเดือนกว่าๆ แต่สามีดันมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อนที่จะได้เจอหน้าลูก และไม่นานเพื่อนพ่อก็มาล้มป่วยแล้วเสียชีวิตตาม แต่ก่อนตายได้ฝากฝังให้พ่อช่วยดูแลลูกสะใภ้และหลานสาวที่กำลังจะเกิดมา พ่อจึงได้รับปาก จนแม่ภาคลอดเจ้านิดออกมา พ่อก็ได้หาคนไปเลี้ยงลูกช่วยแม่ภาอยู่พักหนึ่ง พอเจ้านิดโตเป็นสาวพ่อจึงส่งไปเรียนกรุงเทพ และเดือนที่แล้วนี่เองแม่เจ้านิดก็มาเสียไปอีกคน ตอนนี้เจ้านิดเหลือตัวคนเดียวแล้ว"
ชายชราเอ่ยออกมาแล้วถอนหายใจยาว ยอมรับว่าเรื่องพวกนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ และกุมความลับมานานตลอดหลายปี กระทั่งเขาสงสารนิชาดามากจึงจะไปชวนมาอยู่บ้านนี้ด้วยกัน แต่แล้วภรรยาของเขาที่เพิ่งมารู้เข้า และคิดว่าตัวเองถูกคนเป็นสามีหักหลังมาตลอดหลายปีจึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ไม่มีทางให้นิชาดาเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้แน่นอนไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม เขาจึงต้องหาคอนโดให้นิชาดาอยู่เพื่อย้ายออกจากหมู่บ้านเล็กๆ เพราะเป็นห่วงหลานสาวตัวคนเดียว
ยอมรับว่าสองพี่น้องที่ได้ยินดังนั้นก็ตกใจมองหน้ากัน เพราะไม่เคยทราบเรื่องราวพวกนี้มาก่อนเลย แล้วที่น่าตกใจก็คือคุณพ่อเก็บความลับนี้ได้อย่างแนบเนียนและนานมาก
คราวแรกคิดว่าพ่อไปทาบทามลูกสาวจากบ้านไหนมาให้หลานชาย วันนี้จึงเรียกภูผากลับมาทานข้าวด้วย ไม่คิดว่าเรื่องราวจะกลายเป็นอย่างนี้แทน วันที่พ่อดูแลอีกครอบครัวไม่ต่างจากดูแลลูกตัวเอง
"พ่อขอโทษลูกทั้งสองคนด้วยนะที่ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังเลย" เขาจำต้องเปิดเผยเรื่องราวกับลูกและหลานในวันนี้ เพราะเกรงว่าหากตัวเองตายก่อนเมีย ลูกจะโดนคนเป็นแม่พาเกลียดนิชาดาไปด้วยทั้งที่เด็กคนนี้ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
