ตอนที่ 4 เนื้อคู่
คนที่เลิกงานมาตั้งแต่บ่ายสี่โมงเย็นเพราะคุณปู่บอกให้รีบกลับบ้าน ภูผาขับรถมาเองแล้วปล่อยโจกลับไปพัก พอรถผ่านพ้นเข้ามาในเขตของรั้วบ้านซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางมากถึงห้าไร่ ปลูกต้นไม้ล้อมรอบตามขอบเขตรั้วร่มรื่นไปหมด มีถนนหนทางเข้าบ้านอยู่ตรงกลาง สองข้างทางมีสนามหญ้าที่ถูกตัดให้เป็นระเบียบ มีพุ่มไม้ดอกไม้ประดับเป็นรูปทรงต่างๆ เพราะคุณย่าของเขาชอบปลูกต้นไม้ดอกไม้มาก
ตัวบ้านเป็นแบบทรงไทยสไตล์ล้านนาประยุกต์กึ่งปูนกึ่งไม้สีขาวเกือบทั้งหลัง มีประตูหน้าต่างเป็นบานไม้สีเหลืองตัด มีลานจอดรถตรงข้างบ้านจอดได้ประมาณสิบกว่าคัน แต่วันนี้ทุกคนดูพร้อมใจกันเลิกงานเร็วดีไม่ใช่เขาเพียงคนเดียว
บ้านหลังนี้อยู่อาศัยด้วยกันหลายคน มีคุณปู่คุณย่าวัยแปดสิบสามปี พวกท่านทั้งสองอายุเท่ากัน และคุณลุงคุณป้าที่อายุแตะเลขหกกันแล้วทั้งนั้น พ่อกับแม่ของเขาอายุห้าสิบปีปลายๆ และมีแม่บ้านคนสวนอีกมากมายกว่าสิบชีวิตอายุมากน้อยแตกต่างกันไป ถ้านับชีวิตรวมกันได้ก็ประมาณยี่สิบคนน่าจะถึง
พ่อกับแม่ของเขาและคุณลุงคุณป้าจะอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนคุณปู่กับคุณย่ากันไม่ได้ออกเรือน ส่วนเขาเมื่อก่อนก็อยู่ที่นี่เป็นหลัก แต่พอกลับจากเรียนต่างประเทศจึงขอคุณปู่กับคุณย่าย้ายออกไปอยู่คอนโด สะดวกต่อการออกไปหาเหยื่อดีโดยไม่ต้องมีใครมาถามว่าคืนนี้จะไปไหน ถ้าเขาบอกออกไปว่าไปหาเพื่อนก็จะทุกวันเกินไป ถ้าบอกออกไปตรงๆ ว่าจะไปหาสาวๆ ที่ไหนได้ช็อกกันไปอีกเพราะคุณปู่เป็นโรคหัวใจ
เขาจึงใช้ลูกอ้อนกับคุณย่าบอกว่าชินกับการใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมากกว่า แล้วมันก็ได้ผลเพราะเขาคือหลานชายคนเดียวยังไงล่ะ เรียกได้ว่าเขาเป็นหลานชายคนเดียวของตระกูลเพราะคุณลุงคุณป้าไม่สามารถมีลูกได้เนื่องด้วยปัญหาสุขภาพ เขาจึงมักได้รับการตามใจจากคนทั้งบ้านยกเว้นคุณพ่อกับปู่อีกนั่นล่ะ แต่ส่วนมากจะเอนไปทางคุณปู่มากกว่าไม่รู้มีปัญหาอะไรกับเขานักหนา และนานๆ จะกลับมาทีหากว่ามีใครเรียกตัวอย่างเช่นวันนี้ไง
ภูผาเดินเข้าไปในบ้านเมื่อดับเครื่องยนต์เสร็จเรียบร้อย เดินไปยังห้องรับแขกที่ทุกครั้งมาก็จะมาเจอกันตรงนี้ เมื่อทุกคนมาครบและได้เวลาอาหารมื้อค่ำเราถึงจะย้ายไปที่ห้องทานอาหารอีกที
เป็นเขาที่มาเป็นคนสุดท้าย เพราะไล่สายตาดูไปทีละคน ใบหน้าคุ้นตาอยู่ครบหมด แต่กลับต้องขมวดคิ้วเมื่อเจอใบหน้าที่เขาจำเธอได้แม่น ก็คนที่เพิ่งเดินออกจากห้องทำงานของเขาไปเมื่อเช้า อะ..อ้าว คนสวย!
ไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้ เห็นไหม นิชาดาจะไปไหนรอด หึ และเขาบอกแล้วนะว่าหากเขาเจอเธอด้านนอกคราวนี้เธอไม่รอดแน่ๆ ว่าแต่มานั่งทำอะไรในบ้านเขา ท่าทางดูเจียมเนื้อเจียมตัว อย่าบอกว่าคุณปู่กำลังจะหาหลานสะใภ้เข้าบ้านหลังนี้ ความจริงเทวดาไม่อยากให้เธอเป็นแค่คู่นอนของเขาแต่อยากให้นิชาดามาเป็นเมียเขาแทนเห็นไหมล่ะ
'อะ..แฮ่ม' ภูผากระแอมในลำคอ 'แต่งครับปู่'
"ภู" คนเป็นปู่เห็นท่าทางที่มองแขกของบ้านไม่วางตาสักทีรีบเรียกหลานชาย ไม่รู้ไปเอาพฤติกรรมแบบนี้มาจากที่ไหน เอาจริงไม่น่าส่งไปเรียนเมืองนอกเมืองนาเลย กลายเป็นคนหัวนอกที่ไม่ค่อยสำรวมเลยจริงๆ กินเหล้าเข้าผับเที่ยวผู้หญิงอย่าคิดว่าเขาไม่รู้
"อะ..อ้าว สวัสดีครับคุณปู่คุณย่า" ภูผาละสายตาออกจากใบหน้าสวยอย่างแสนเสียดายแล้วหันไปยกมือไหว้ปู่กับย่าอย่างทุกครั้งที่มา ก่อนเดินเข้าไปหอมแก้มเหี่ยวมีริ้วรอยตามฉบับหญิงวัยชราทั้งสองข้างอย่างเอาอกเอาใจ "หอมจัง" ภูผาอมยิ้มอย่างมีเลศนัย เหมือนคุณปู่จะรู้ทันว่าเขาคิดอย่างไรจึงเอาใจคุณย่าสักหน่อยเผื่อมีตัวช่วย
"ปากหวาน" คนเป็นย่าอมยิ้มกับการกระทำของหลานชาย จำได้ตั้งแต่เด็กจนโตขนาดนี้ ภูผาคือรอยยิ้มที่ดีที่สุดของเธอ มากกว่าคนเป็นสามีของเธอเสียอีก
"คิดถึงคุณป้าเหมือนกันนะครับ" แล้วก็เดินเข้าไปหอมแก้มป้าตัวเอง แม่นมในวัยเด็กของเขา เรียกได้ว่าทั้งคุณย่าคุณป้าและคุณแม่สลับสับเปลี่ยนกันดูแล ตบท้ายด้วยแม่ของเขาที่นั่งรอกอดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพราะเราไม่ได้เจอกันหลายวัน
"คิดถึงคนสวยของผมที่สุดเลยครับ" หอมแก้มทั้งสองข้างฟอดใหญ่แล้วคนเป็นแม่ก็หอมลูกชายกลับ เราทำแบบนี้กันเสมอมา
"แม่ก็คิดถึงภู กลับบ้านเราบ่อยๆ นะลูก มากินข้าวที่บ้าน"
"อืม.." ภูผาทำท่าคิด "ถ้าคุณพ่อกับคุณลุงไม่ใช้งานผมหนักเกินไปผมต้องมีแรงกลับมาทานข้าวทุกวันแน่ๆ ครับ"
"น้อยๆ หน่อย" คนเป็นพ่อรีบเตือนทันที
ถึงแม้เราสามพ่อแม่ลูกจะช่วยกันดูแลธุรกิจด้วยกัน แต่น้อยนักที่จะได้เจอลูกชายเพราะเราอยู่คนละตึกกัน เขานั้นทำงานอยู่กับภรรยาที่ตึกฝั่งตะวันออก พี่ชายของเขากับเมียทำอยู่ฝั่งทิศใต้ เลยทำให้ไม่บ่อยนักที่จะได้เจอตัวภูผาในห้องประชุมเนื่องจากอีกฝ่ายจะให้เลขาเข้าแทน แล้วภูผาก็เทียวลงไปดูงานที่กรุงเทพบ่อยครั้ง พักหลังๆ ยิ่งบ่อยมากทุกสัปดาห์
