04
“ลองขึ้นเตียงกับฉันก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนคำพูดก็ยังไม่สายนะคะ” เธอจบประโยคท้าทายแสนหวานด้วยการประทับริมฝีปากอิ่มบนมุมปากของคนตัวสูงกว่า จากนั้นก็ละมือออกจากต้นคอหนา คืนอิสรภาพให้กับอีกฝ่าย แล้วก้าวถอยหลังมาชื่นชมผลงานตัวเอง เธอเห็นใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวยิ่งกว่าครั้งไหน สองมือกำเข้าหากันแน่ ตายังกับลูกไฟบรรลัยกัลป์
ตายแน่ๆ เธอทำให้พี่เทียนโกรธคูณสิบเลยน่ะนั่น
ให้ตายเถอะยัยผิง เธออยากให้เขารักหรืออยากให้เขาเกลียดเข้าไส้กันแน่ พุดชมพูอยากหันหลังวิ่งกลับเมืองกรุงเป็นรอบที่ร้อยแล้วเนี่ย สุดท้ายยังฮึดทำใจกล้า ส่งยิ้มหวานให้คนหน้ายักษ์ มาถึงขั้นชิงจูบอย่างหน้าไม่อายไปแล้ว ก็ต้องเดินหน้าต่อ เตียงนอนอยู่ไม่ไกลแล้วนะยัยผิง...
“กล้าเกินไปแล้วนะพุดชมพู” ชนนขบกรามแน่นกดกลั้นอารมณ์ที่ถูกยั่วยุไม่ให้ระเบิดออกมา
“ไม่กล้าก็อดมีลูกกับคุณเทียนสิคะ” เธอยังคงยิ้ม ยิ้มให้เขา ยิ้มให้กำลังใจตัวเองไปด้วย
“เธอทำแบบนี้ทำไม” เขาถาม ใบหน้าคลายความโกรธลงเล็กน้อย พอให้คนมองใจชื้นขึ้นมาบ้าง
“เพราะ...” เธอมองเข้าไปในลูกตาสีถ่าน หัวใจสั่นไหวกับความรู้สึกที่คลุ้งอยู่ในอก ความรักยาวนานตั้งแต่วัยเด็ก ฝังรากลึกมาจนถึงตอนนี้ เติบโต สวยงาม ผลิบาน
...รอวันให้พี่เทียนยื่นมือมาสัมผัสดอกรักของเธอ
รอจนท้อ
รอจนมีคนหยิบยื่นโอกาสมาให้ เธอจึงรีบคว้าเอาไว้
“เพราะ...ผิง...” เธอกลับพูดไม่ออก เอาความรู้สึกคับแน่นในอกออกมาไม่ได้
พุดชมพูดคำว่า ‘เพราะผิงรักพี่เทียน’ ไม่ออก เพราะสายตาของชนนทำให้เธอไม่กล้าสารภาพความในใจออกมา เธอกลัวว่าเขาจะปฏิเสธความรู้สึกของเธออย่างไม่ไยดี โยนทิ้ง กระทืบซ้ำ แล้วเธอจะมีหน้าอยู่ต่อไปหรือ
ไม่ดีกว่า ไม่พูดออกไปน่ะดีแล้ว รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม เธอสัญญาว่าจะพูดความในใจออกไปให้ได้เขาได้ฟัง
พอเธอเก็บคำพูดที่เหลือเอาไว้ ไม่ปล่อยออกมา อีกฝ่ายจึงสานต่อคำพูดของเธอเสียเอง
“ทำไมไม่พูดต่อล่ะ” เขาจ้องตาเธอ ด้วยแววตาดูถูก “หรือไม่กล้าพูดว่าเธอถูกคุณแม่ฉันจ้างมาขึ้นเตียงฉัน มีลูกกับฉัน พอสำเร็จเธอก็จะได้เงินก้อนโต สบายไปทั้งชาติ”
พี่เทียนกำลังดูถูกเธอ!
“ฉันไม่...” ยังไม่ทันปฏิเสธ อีกฝ่ายก็แทรกขึ้นมาแทบจะทันที
“ไม่ใช่อย่างที่ฉันพูดงั้นเหรอ หึ! ไปหลอกคนอื่นเถอะ” เขาเอ่ยเสียงหยามหยัน “จะมีผู้หญิงดีๆ ที่ไหน มาถึงก็ชวนผู้ชายขึ้นเตียง นอกจากผู้หญิงหิวเงินอย่างเธอ”
“...” พุดชมพูได้แต่กัดฟันทนฟังคำกล่าวร้ายที่มาจากความจริงบางส่วน เธอปฏิเสธไม่ได้ว่าความตั้งใจของเธอคือชวนเขาขึ้นเตียง
“ฉันจะบอกเธอนะพุดชมพู” เขายิ้ม ยิ้มที่ทำให้คนมองหัวใจสลาย “เอาคนงานของฉัน ดีกว่าเอาเธอตั้งไม่รู้กี่เท่า ฉันไม่ชอบเธอ ยิ่งไม่อยากขึ้นเตียงกับเธอ เธอเลิกฝันหวานได้เลยว่าจะรีดน้ำเชื้อจากฉันได้”
สาดคมมีดใส่อีกฝ่ายจบ ชนนก็หมุนตัวกลับ ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าเหมือนเดิม ไม่ใส่ใจสักนิดว่าคนข้างหลังจะมองตามตนด้วยสีหน้าเช่นไร หรือจะเดินตามเขาทันหรือไม่
ชนนยังคงรักษาช่วงก้าวในระดับความเร็วคงที่ เพียงไม่ถึงห้านาที ชายหนุ่มก็มาหยุดยืนตรงจุดหมายปลายทาง
ตรงหน้าคือวิลล่าหลังหนึ่งที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่ออาทิตย์ก่อน และเร่งตกแต่งจนเสร็จเรียบร้อยเป็นหลังแรกจากจำนวนสิบเอ็ดหลังเมื่อสามชั่วโมงก่อนหน้า ส่วนอีกสิบหลังที่เหลือยังไม่ได้ตกแต่งภายในเลยด้วยซ้ำ
บ้านพักหลังแรกที่ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยพร้อมเข้าพัก เป็นตัวอาคารชั้นเดียวยกพื้นสูงสร้างจากไม้เนื้อแข็งทั้งหลัง ส่วนหลังคาภายนอกมุงจากกลมกลืนไปกับธรรมชาติสีเขียวของต้นไม้โดยรอบ ขณะที่เบื้องหน้าคือไร่ชาสุดลูกหูลูกตาไล่จากบนลงไปถึงเกือบตีเขา ครั้นหันสายตาไปด้านข้างอีกฝั่งหนึ่งของไร่คือแปลงผักสีเขียวชอุ่มเรียงรายไม่แพ้แนวแปลงชา
ชนนหันไปมองหญิงสาวร่างสูงเพรียว เธอสวมเดรสเชิ้ตสีขาวเนื้อผ้าพลิ้วสะบัดไปกับสายลมเบาๆของยามเย็น ช่วงเอวเล็กคาดด้วยเข็มขัดเส้นเล็กสีน้ำตาลทองประดับมุข ชายกระโปรงยาวเหนือเข่าขึ้นมาไม่มากนักอวดเรียวขาขาวเรียวยาวได้อย่างไม่ขาดไม่เกิน ผมยาวประบ่าของเธอมีสีดำดุจสีของรัตติกาลไร้ดวงดาว ดวงตาเรียวยาวเป็นประกายระยิบระยับแม้ริมฝีปากอิ่มยังไม่คลี่ยิ้ม
สวย...
เขาให้นิยามผู้หญิงคนนี้ด้วยคำสั้นๆ ว่า ‘สวย’
แต่สวยแล้วอย่างไร ผู้หญิงคนนี้บุกรุกเข้ามาในชีวิตเขาด้วยเหตุผลที่ไม่สามารถยอมรับได้ แม้จำใจต้องยอมให้เธอหอบความยุ่งยากจากเมืองกรุงมาหาเขาถึงเมืองเหนือก็ตาม มันไม่ได้หมายความว่าเขาจะยินยอมร่วมมือร่วมใจไปกับจุดมุ่งหมายของอีกฝ่าย
อย่างที่เขาพูดใส่หน้าเธอ
‘...เธอเลิกฝันหวานได้เลยว่าจะรีดน้ำเชื้อจากฉันได้’
อดีตน้องสาวแสนน่ารักในวันวาน วันนี้กลับทำให้เขาผิดหวังอย่างมาก ไม่คิดเลยว่าเด็กน้อยในวันนั้นจะเห็นแก่เงินทองและเข้าหาเขาด้วยเหตุผลน่ารังเกียจเช่นนี้ เขาผิดหวัง ผิดหวังจนไม่อยากมองหน้าหรือแม้แต่พูดคุยด้วย
“ที่อยู่ของเธอ อยากอยู่กี่วันกี่เดือนก็เชิญตามสบาย”
“ฉันไม่พักที่นี่ค่ะ”
