ไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่น
@หอพักพระพาย
ฝีเท้าหนักๆ ของหมอศรันย์ก้าวฉับๆ ไปตามทางเดินของหอพักนักศึกษา บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่รังสีความกดดันออกมาจนคนที่เดินสวนไปมาต้องหลบวูบ ในมือหนามีถุงยาและอุปกรณ์ตรวจเบื้องต้นที่เขาหยิบติดมือมาจากโรงพยาบาล
แต่แล้วเท้าที่กำลังก้าวเดินก็ต้องชะงักกึก... เมื่อสายตาคมกริบเหลือบไปเห็นรองเท้าผ้าใบผู้ชายคู่หนึ่งวางเป็นระเบียบอยู่หน้าห้องของพระพาย
ความร้อนรุ่มที่อกซ้ายปะทุขึ้นเป็นความโกรธทันที เขาไม่เสียเวลาเคาะประตู แต่ใช้คีย์การ์ดสำรองที่เคยยึดไว้ และยังไม่ได้คืน ไขเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ
"ปัง!
เสียงประตูระแทกผนังทำให้คนสองคนในห้องสะดุ้งสุดตัว ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือร่างเล็กของพระพายที่นอนซมอยู่บนเตียง โดยมีชายหนุ่มแปลกหน้าในเสื้อช็อปวิศวะกำลังประคองแผ่นหลังเธอขึ้นมาเพื่อป้อนยา น้ำสีแดงขุ่นในแก้วยาช่างขัดหูขัดตาหมอหนุ่มจนแทบบ้า
"ทำอะไรกัน!" เสียงตวาดกร้าวทำเอา เกียร์รุ่นพี่หนุ่มหล่อ ถึงกับชะงัก
"พี่หมอ..." พระพายเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว ใบหน้าแดงก่ำด้วยพิษไข้ดูตื่นตระหนก
"คุณเป็นใคร? เข้ามาในห้องน้องพายได้ยังไง?"
เกียร์วางแก้วยาลงแล้วลุกขึ้นประจันหน้า แม้จะแอบหวั่นกับออร่าคุกคามของคนตรงหน้าก็ตาม
หมอศรันย์ไม่ตอบ แต่กลับเดินตรงเข้าไปกระชากแขนเกียร์ให้ถอยห่างจากเตียงอย่างแรง ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปนั่งแทนที่ เขาคว้าตัวพระพายมากอดไว้แนบอก แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยจนพายเผลอครางเครือออกมาด้วยความเจ็บ
"ผมต่างหากที่ต้องถามว่า คนนอก อย่างคุณ เข้ามาทำอะไรในที่ส่วนตัวของเด็กในปกครองของผม?"
สายตาของศรันย์เย็นเฉียบดุจใบมีดคม เขามองรุ่นพี่วิศวะราวกับเป็นเชื้อโรคร้าย
"พ่อแม่เขาฝากฝังให้ผมดูแล... ไม่ใช่ให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาทำตัวรุ่มร่ามป้อนยาถึงบนเตียงแบบนี้"
"ผมเป็นรุ่นพี่ที่คณะ เห็นพายไม่สบายเลยเอายามาให้... ผมหวังดีครับ"
"ขอบคุณในความหวังดีที่เกินหน้าที่นะครับ" ศรันย์เหยียดยิ้มเย็นที่ดูน่ายำเกรงกว่าการตะคอก
"แต่พอดีว่าผมเป็น หมอประจำตัว ของเธอ และผมมีวิธีรักษาที่เห็นผลกว่ายาแก้ปวดกระจอกๆ ที่คุณถืออยู่... เชิญครับ ก่อนที่ผมจะแจ้งนิติว่ามีบุคคลภายนอกบุกรุกห้องพักนักศึกษาหญิง"
คำขู่ที่ดูสุภาพแต่แฝงไปด้วยอำนาจล้นเหลือ ทำให้เกียร์หน้าเสีย เขาหันไปมองพายด้วยความเลิ่กลัก แต่เมื่อเห็นสายตาที่หมอศรันย์จ้องกลับมาเหมือนจะฆ่ากันให้ตายตรงนั้น เขาก็จำต้องถอยออกมาและออกจากห้องไปอย่างเสียไม่ได้
"พี่กลับก่อนนะครับน้องพาย ไว้เจอกันที่มหาลัยนะ"
"ขอบคุณมากนะคะพี่เกียร์"
เมื่อประตูห้องปิดลง ความเงียบที่แสนอันตรายก็กลับมาอีกครั้ง
"พี่หมอ... พายเจ็บ"
พายครางประท้วงเมื่อแรงบีบที่ต้นแขนยังไม่ลดลง
"เจ็บสิจะได้จำ! ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามให้ใครเข้ามาในห้องนี้!" เขาตวาดเสียงต่ำชิดใบหู
"พายป่วย..ไม่มีแรงลุกไปซื้อยา พี่เกียร์ก็เลยซื้อมาให้""
"ป่วยแค่ไหนก็ไม่มีสิทธิ์เปิดประตูรับผู้ชายคนอื่นเข้ามาในห้อง ลากกันมาถึงบนเตียงแบบนี้... อยากให้มันฉีดยาให้มากใช่ไหม?"
"ก็พี่หมอบอกเอง... ว่าพี่ไม่ใช่หมออายุรกรรม พี่ไล่พายไปหาคนอื่น..."
"แล้วเธอก็เชื่อฟังอย่างว่าง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"ก็พายไม่ไหวจริงๆนิคะ จะให้พายหอบสังขารไปหาหมอ พายจะไปยังไง"
"ไม่ต้องมาเถียง!!"
"อ๊ะ!! พี่หมอ"
หมอศรันย์ไม่ฟังคำประท้วงอีกต่อไป เขาคว้าผ้าห่มผืนหนามาห่อร่างสั่นเทาของเธอไว้เหมือนรังไหม ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว พระพายที่ไข้สูงจนแทบไม่มีแรงขัดขืนได้แต่ซบหน้าลงกับอกแกร่งอย่างคนหมดทางเลือก
เขาเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องมุ่งตรงไปที่รถ SUV คันเดิม จัดแจงวางเธอลงที่เบาะหน้าแล้วปรับให้เอนราบ ก่อนจะออกรถมุ่งหน้าสู่คอนโดของเขาด้วยความเร็วสูง
ตลอดทางไม่มีคำพูดหวานหู มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนป่วย และใบหน้าบึ้งตึงของหมอหนุ่มที่จับพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"พี่หมอ... พายจะกลับหอ..."
"เงียบซะ ถ้ายังไม่อยากโดนฉีดยาด้วยอย่างอื่นที่ไม่ใช่เข็ม" เขาพูดเสียงลอดไรฟัน
"ในเมื่อดูแลตัวเองไม่ได้ ก็ต้องไปอยู่ในที่ที่ฉันควบคุมได้... และจำใส่หัวเอาไว้พาย ไม่ว่าเธอจะเจ็บหรือจะตาย คนเดียวที่มีสิทธิ์รักษาหรือทำลายเธอคือฉัน... ไม่ใช่ไอ้หน้าอ่อนคนไหนทั้งนั้น!"
สายตาที่เขามองผ่านกระจกหลังนั้นดูดุดันและเอาแต่ใจที่สุดเท่าที่พายเคยเห็นมา... เขาไม่ได้มาเพื่อช่วยเธอด้วยความรัก แต่เขามาเพื่อทวงคืน 'ของเล่น' ที่เขาแสดงความเป็นเจ้าของไว้ต่างหาก