บท
ตั้งค่า

9 จะไหวเหรอ

“ตำแหน่งเลขาฯ ของคุณภีรดาไม่ใช่แค่การนั่งโต๊ะเฉยๆ หรอกนะ” เสียงทุ้มต่ำของนรภัฏเอ่ยขึ้นแฝงความกดดัน ขณะที่เขากลับไปนั่งประจำตำแหน่ง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองร่างบอบบางที่พร้อมจะแบกรับภาระอันหนักอึ้ง

“เดิมทีคุณภีรดาต้องพบปะลูกค้าทั้งในและต่างจังหวัด เดินทางประชุมนอกสถานที่ก็บ่อย ฉันเห็นว่าเธออยู่กับยายเพียงแค่สองคน แล้วงานที่ต้องตัวติดกับเจ้านายแทบตลอดเวลาแบบนี้ เธอจะไหวเหรอ?”

คำถามนั้นราวกับคมมีดกรีดลึกเข้าไปในใจของปภาวรินทร์ หัวใจของเธอพลันกระตุกวูบเมื่อนึกถึงใบหน้าของคุณยายที่รอคอยอยู่ที่บ้าน ความกังวลฉายชัดในแววตาเพียงชั่วครู่

“คุณภีรดาได้บอกข้อนี้ให้เธอทราบหรือเปล่า?” นรภัฏยังคงรุกไล่ เพื่อให้หญิงสาวยอมถอดใจ

“ไม่ทราบมาก่อนค่ะ” เสียงของเธอแผ่วเบา สารภาพความจริงที่เธอเองก็เพิ่งรับรู้

“ถ้าจะถอนตัวตอนนี้ก็ยังทันนะ” นรภัฏจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ เข้าพยายามจ้องมองจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่ภายใน แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็นประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวในดวงตาคู่นั้น

“ไม่ค่ะ ฝ้ายทำได้... ถ้าเป็นทริปสั้นๆ ฝ้ายจัดการได้ค่ะ” ปภาวรินทร์ตอบกลับอย่างหนักแน่น เธอจะไม่ยอมแพ้ให้กับอุปสรรคเพียงเท่านี้ เพราะความมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมกลับแข็งแกร่งกว่าสิ่งใด

นรภัฏพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ แววตาของเขาฉายแววความผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่อาจทำให้เธอถอดใจได้ง่ายๆ ก่อนที่เขาจะรุกคืบเข้าสู่ประเด็นที่ค้างคาอยู่ในใจมาตลอดห้าปี สิ่งที่เป็นเหมือนหนามยอกอก จนเขาต้องหนีไปไกลสุดขอบโลกเพื่อหลีกหนีความเจ็บปวดนั้น

“ได้หมั้นกับเจ้าสัวปรเมศวร์หรือเปล่า?” คำถามที่แสนจะบาดลึกถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่พร่าเลือน แต่เต็มไปด้วยความต้องการคำตอบ

บรรยากาศในห้องพลันเย็นเยียบลงถนัดตา ราวกับอุณหภูมิในห้องลดต่ำลงไปหลายองศา นรภัฏสังเกตเห็นแววตาสุกใสคู่ที่เขาเคยหลงใหลหม่นแสงลงเล็กน้อย ความเจ็บปวดฉายชัดในดวงตาคู่นั้น เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างท้าทาย

“คุณอยากรู้ไปทำไมคะ?” คำถามของเธอราวกับมีดที่กรีดแทงเข้าไปในหัวใจของเขา

“ถ้าเธอคิดจะทำงานที่นี่... เธอก็ควรแจ้งประวัติที่ผ่านมาให้ฉันรู้ทุกเรื่องโดยไม่ปิดบัง” น้ำเสียงที่ทรงอำนาจและแฝงไว้ด้วยความต้องการ เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามรวบรวมความกล้าหาญทั้งหมดที่มีแล้วเอ่ยตอบ

“ฝ้าย... ไม่ได้หมั้นกับเจ้าสัวปรเมศวร์ค่ะ” คำตอบนั้นทำให้หัวใจของนรภัฏชาวาไปชั่วขณะ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีปะทะกับความแค้นในอดีตอย่างรุนแรง ห้าปีที่เขาจมอยู่กับความทุกข์ ห้าปีที่เขาหนีไปเพราะทนเห็นเธอตกเป็นของชายอื่นไม่ได้ แต่วันนี้เธอกลับบอกว่าเรื่องทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้น! ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้าใส่เขาจนแทบจะยืนไม่ไหว

“เพราะอะไร?” เขาถามเสียงพร่า ราวกับต้องการจะเค้นความจริงทั้งหมดออกมาจากปากของเธอ

“ตอนนั้นคุณยายของฝ้ายเป็นหนี้เจ้าสัวค่ะ...” เธอเล่าด้วยเสียงเรียบ ทว่าแฝงความขมขื่นที่ยากจะลบเลือน

“ในตอนแรกเจ้าสัวต้องการให้ฝ้ายรับหมั้นเพื่อล้างหนี้ แต่ภายหลัง ท่านเปลี่ยนใจไม่อยากได้ฝ้ายแล้ว และท่านก็ยกหนี้ให้ทั้งหมด เรื่องหมั้นหรือเรื่องแต่งงานก็เลยไม่เคยเกิดขึ้นค่ะ”

“เธอจะบอกว่า... เจ้าสัวปรเมศวร์ใจดีถึงขนาดเอ็นดูเด็กอย่างเธอ จนยอมยกหนี้ให้ฟรีๆ อย่างนั้นเหรอ?” นรภัฏแสยะยิ้มเย็น แววตาเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงและไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูด

“คนอย่างเจ้าสัวไม่เคยให้ใครฟรีๆ... เธอเอาอะไรไปแลกมาล่ะ ปภาวรินทร์?” คำถามของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกและเหยียดหยาม ทำให้ปภาวรินทร์รู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกตบหน้า

“ท่านเอ็นดูฝ้ายเหมือนลูกหลาน” เธอเลี่ยงที่จะตอบรายละเอียดที่ลึกไปกว่านั้น และพยายามเก็บซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง แต่แววตาที่สั่นระริกกลับไม่อาจปกปิดความจริงที่ซ่อนอยู่ภายในได้

นรภัฏยังไม่ปักใจเชื่อสักทีเดียว ทว่าความเงียบของหญิงสาวทำให้เขาเป็นฝ่ายหมดคำถามเสียเอง เขามองเห็นความเจ็บปวดที่ฉายชัดในดวงตาของเธอ เขายังคงจ้องมองใบหน้าหวานที่พยายามทำตัวเข้มแข็ง ก่อนจะสะบัดมือเป็นเชิงสั่งการ

“เดี๋ยวเธอเอาเอกสารพวกนี้ไปตรวจสอบให้ละเอียด แล้วก็จัดโต๊ะทำงานของฉันให้เรียบร้อย อย่าให้มีอะไรตกหล่นแม้แต่นิดเดียว”

ปภาวรินทร์รับคำสั่งแล้วเดินไปจัดการตามหน้าที่ ทิ้งให้เขานั่งมองแผ่นหลังบางด้วยความรู้สึกที่พลุ่งพล่าน กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเธอเมื่อครู่ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของท่านรองฯ หนุ่มสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานเริ่มปะทุขึ้นในใจของเขา

เขารู้ดีว่าความจริงที่เธอเล่ามามันเป็นเพียงความจริงครึ่งเดียว และเขานี่แหละจะเป็นคนเค้นความจริงที่เหลือออกมาจากปากสวยๆ ของเธอเอง!

เวลาพักกลางวัน

เสียงเคาะเบาๆ ที่พาร์ทิชันกระจกใสทำให้ปภาวรินทร์ต้องละสายตาจากกองเอกสาร เธอขยับท่านั่งบนโต๊ะทำงานตัวใหม่ที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งภายในห้องทำงานอันกว้างขวางของรองประธาน นรภัฏอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัยของข้อมูลและการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเพื่อสั่งให้ย้ายโต๊ะของเธอเข้ามาอยู่ในห้องเดียวกัน ทั้งที่เธอ ควรจะนั่งอยู่หน้าห้องแล้วให้วิชชุดาเป็นคนสอนงานแท้ๆ การกระทำของเขาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และต้องการที่จะใกล้ชิดเธอมากยิ่งขึ้น

“คุณนุมีอะไรจะเรียกใช้ดิฉันหรือเปล่าคะ” หญิงสาวส่งยิ้มบางๆ ให้ ภาณุวัฒน์ ที่เดินเข้ามาทักทาย รอยยิ้มของเธอทำให้ภาณุวัฒน์รู้สึกอบอุ่นใจ

“ไม่มีครับ ผมแค่แวะมาดูเพราะไม่เห็นคุณฝ้ายลงไปทานข้าวข้างล่าง แล้วท่านรองฯ ได้รังแกอะไรคุณฝ้ายหรือเปล่าครับ?” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยเหมือนพี่ชายใจดีทำให้ปภาวรินทร์รู้สึกผ่อนคลายขึ้น เธอรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ภาณุวัฒน์

“ไม่ได้รังแกอะไรหรอกค่ะ พอดีฝ้ายห่อข้าวมาทานเอง” หญิงสาวตอบอย่างถ่อมตัว ความประหยัดคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้

ภาณุวัฒน์ลอบสังเกตบรรยากาศรอบตัวก่อนจะเดินออกไป เขารีบส่งข้อความรายงานภีรดาทันทีว่าพี่ชายตัวดีเริ่มออกลาย พาร์ทิชันกระจกที่กั้นระหว่างโต๊ะของนรภัฏและปภาวรินทร์นั้นช่างดูเปราะบางเหลือเกินเมื่อเทียบกับแรงปรารถนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดขรึมของท่านรองฯ หนุ่ม

หลังจากจัดการมื้อเที่ยงแบบเรียบง่ายเสร็จสรรพ วิชชุดาก็เป็นรายต่อไปที่เปิดประตูเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าเคร่งครัดเรื่องงาน

“เดี๋ยวบ่ายนี้ท่านประธานจะเข้ามาประชุมกับลูกค้ารายใหม่นะคะ เป็นบริษัทดีลเลอร์ที่เพิ่งเซ็นสัญญากับเรา ยังไงน้องฝ้ายเตรียมตัวเข้าประชุมด้วยนะ เพราะอีกหน่อยคุณภีรดาจะให้น้องฝ้ายเป็นคนรับผิดชอบดีลลูกค้าเจ้านี้ด้วยตัวเอง” วิชชุดายื่นแฟ้มหนาให้เลขาฯ รุ่นน้อง แฟ้มนั้นดูราวกับจะหนักอึ้งไปด้วยความรับผิดชอบ

“ได้เลยค่ะพี่วิ ฝ้ายจะรีบอ่านรายละเอียดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” ปภาวรินทร์รับแฟ้มมาเปิดอ่านคร่าวๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววมุ่งมั่น เธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ

“งั้นเจอกันที่ห้องประชุมนะคะ... อ้อ! อีกเรื่องหนึ่ง คุณภีรดาฝากพี่มาถามว่า น้องฝ้ายอึดอัดหรือเปล่าที่ต้องเข้ามานั่งทำงานในห้องเดียวกันกับท่านรองฯ” วิชชุดาลดเสียงลงพลางลอบมองไปทางโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ตอนนี้เจ้าของห้องไม่อยู่ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ก็... ไม่เท่าไหร่ค่ะ ฝ้ายแยกแยะได้” เธอตอบเลี่ยงๆ ทั้งที่ความจริงแล้ว ความรู้สึกที่ถูกสายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องอยู่ตลอดเวลามันทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวทุกครั้ง

“โอเคจ้ะ งั้นพี่ไปก่อนนะ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ” วิชชุดากล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะเดินจากไป

ปภาวรินทร์พ่นลมหายใจยาวก่อนจะก้มหน้าอ่านประวัติลูกค้ารายใหม่ เพียงไม่นานหัวใจก็เต้นผิดจังหวะอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูอันคุ้นเคย และกลิ่นน้ำหอมหรูหราที่แสนคิดถึงลอยมา

นรภัฏเดินกลับเข้ามาในห้อง แววตาของเขาจ้องตรงมาที่เธอผ่านกระจกกั้น มุมปากหยักยกยิ้มอย่างมีเลศนัยเมื่อเห็นเธอกำลังตั้งอกตั้งใจทำงาน

“เตรียมตัวให้ดีล่ะ ประชุมบ่ายนี้จะเป็นบททดสอบแรกของเธอ”

บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท นรภัฏ ฟาร์มาซูติคอล เต็มไปด้วยความเคร่งขรึม

ปภาวรินทร์เดินตามหลังเขาเข้ามาเงียบๆ เธอจัดการวางเอกสารและเตรียมอุปกรณ์การนำเสนออย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเลี่ยงไปยืนประจำตำแหน่งอย่างรู้งาน ท่าทางของเธอสง่างามและมั่นใจ
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel