7 กาแฟขมกับลมรักเก่า
“คุณวิ! คุณมีอะไรก็ไปทำก่อน เดี๋ยวผมจะสอนงานเธอเอง”
น้ำเสียงทรงอำนาจของรองประธานหนุ่มทำเอาวิชชุดาถึงกับชะงัก เธอจำต้องเดินออกจากห้องไปแบบงงๆ ทิ้งให้ปภาวรินทร์ตกอยู่ในวงล้อมของบรรยากาศอันน่าอึดอัดกับนรภัฏเพียงลำพัง วิชชุดาแอบตั้งคำถามในใจขณะปิดประตูลง ทั้งที่เธอควรจะเป็นคนเทรนเลขาฯ ใหม่แท้ๆ แต่เจ้านายจอมเนี้ยบกลับกระโดดลงมาสอนงานด้วยตัวเองแบบนี้มันช่างไม่ปกติเอาเสียเลย!
“ขอดูแฟ้มประวัติหน่อยซิ” นรภัฏเอ่ยเสียงเรียบพยายามสะกดกลั้นก้อนเนื้อในอกที่เต้นรัว เขาจำฝังใจว่าเธอเป็นใคร และเขารู้ดีว่าเธอก็ไม่เคยลืมเขาเช่นกัน
ปภาวรินทร์ยื่นแฟ้มเอกสารในมือให้ชายหนุ่มด้วยนิ้วเรียวที่สั่นน้อยๆ เธอเตรียมใจมาบ้างแล้วจากการเกลี้ยกล่อมของภีรดาและภาณุวัฒน์ หญิงสาวบอกกับตัวเองซ้ำๆ ว่าเธอโตเป็นผู้ใหญ่พอที่จะแยกเรื่องงานออกจากอดีตที่จบไปแล้ว แต่พอได้มาสบตาคมกริบคู่นั้นในระยะประชิด ความมั่นใจที่เคยมีกลับมลายหายไปสิ้น
นรภัฏประเมินน้องสาวตัวเองต่ำไป... เขาคิดว่าภีรดาคงไม่รู้เรื่องความหลังของเขา แต่อันที่จริง ภีรดานี่แหละคือกามเทพผู้วางแผนการทั้งหมด เธอจำชื่ออดีตคนรักของพี่ชายได้แม่นยำตั้งแต่วันที่เห็นใบสมัครในบริษัทของสามี และเมื่อรู้ความจริงบางอย่างที่นรภัฏไม่เคยรู้ ภีรดาจึงตัดสินใจดึงปภาวรินทร์เข้ามาทำหน้าที่เลขาฯ เพื่อหวังจะเยียวยาหัวใจที่ตายด้านของพี่ชายให้กลับมามีความสุขอีกครั้ง
“เดี๋ยวคุณไปชงกาแฟดำ ไม่ใส่น้ำตาล มาให้ผมแก้วหนึ่ง” คำสั่งห้วนๆ ที่ดูห่างเหิน ทำให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์ เธอรีบเดินไปยังมุมกาแฟด้านหลังห้องทันที นรภัฏใช้จังหวะที่หญิงสาวให้เข้าไปในห้องครัว รีบต่อสายหาภาณุวัฒน์ทันที
“ไอ้นุ! แกรู้ใช่ไหมว่าเลขาฯ คนใหม่คือฝ้าย” นรภัฏถามเสียงเข้มรอดไรฟัน
“รู้ครับพี่... พริมเขาก็รู้”
ยังไม่ทันที่นรภัฏจะได้เค้นถามต่อ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟดำก็ลอยมาแตะจมูกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงที่เดินกลับมาวางแก้วลงบนโต๊ะ นรภัฏรีบวางสายทันที เขาแสร้งทำเป็นกางแฟ้มประวัติอ่านฆ่าเวลา ก่อนจะรัวคำถามใส่เหยื่อตรงหน้าชนิดไม่ทันตั้งตัว
“ในประวัติบอกว่าโสดยังไม่เคยแต่งงานมาก่อน เธอจะหลอกใครก็ได้แต่ไม่ใช่ฉัน”
“ก็จริงตามนั้นค่ะ ดิฉันไม่ได้หลอก ดิฉันยังโสด และไม่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อน” เธอนิ่งสู้ตาและตอบอย่างมั่นใจ ทว่านรภัฏกลับแสยะยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน
“ฉันไม่เชื่อ”
“นั่นก็แล้วแต่คุณค่ะ และถ้ามันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงาน ดิฉันขอไม่ตอบนะคะ” ปภาวรินทร์สวนกลับทันควัน เธออยากจะหัวเราะปนสมเพชกับการจ้องจับผิดของเขา นี่เขาเรียกเธอมาสอนงาน หรือเรียกมาเค้นสอบเรื่องในอดีตกันแน่!
จังหวะนั้นเอง วิชชุดาเดินกลับเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟตามกิจวัตรประจำวันของเธอ
“คุณภัฏ กาแฟค่ะ” เลขาสาวชะงักเมื่อเห็นแก้วกาแฟอีกแก้ววางอยู่ก่อนแล้ว นรภัฏปรายตามองแก้วในมือวิชชุดาก่อนจะหันไปคว้าแก้วที่ปภาวรินทร์ชงมาจิบเพียงนิด แล้วยื่นแก้วเก่าที่ดื่มหมดแล้วส่งให้วิชชุดาแทน
“พอดีผมให้คุณปภาวรินทร์ชงมาให้แล้ว งั้นผมฝากคุณเอาแก้วนี้ไปเก็บด้วยละกัน”
วิชชุดารับแก้วเปล่าไปอย่างมึนตึ๊บก่อนจะถอยฉากออกไป บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนสองคน รองประธานผู้เกรี้ยวกราดจ้องมองร่างบางตรงหน้าด้วยสายตาที่ซ่อนเร้นความปรารถนาอันดิบเถื่อน
“คิดยังไงถึงมาเป็นเลขาฯ” เขาเปรยถามเสียงต่ำ พลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าหาเธออย่างช้าๆ จนปภาวรินทร์ต้องถอยกรูดไปจนชิดผนังห้อง
“จะทำอะไรคะคุณภัฏ!”
“ก็จะสอนงานเธอไง อยากรู้มั้ยว่าเลขาฯ เค้าต้องทำตัวยังไงเวลาอยู่กับเจ้านาย”
“ขอโทษนะคะ แต่คุณไม่ใช่เจ้านายดิฉัน”
“เสียใจ คิดเหรอว่าน้องสาวฉันจะรับเธอเข้ามาทำงานเพราะต้องการเลขาฯ จริงๆ”