6 โจทก์รัก
เช้าวันรุ่งขึ้น...เสียงฝีเท้าหนักๆ ของนรภัฏดังสะท้อนไปตามโถงทางเดินหรูหรา เขาบึ่งรถมาถึงที่ทำงานด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว และเป้าหมายแรกคือห้องทำงานของภาณุวัฒน์ หัวหน้าฝ่ายบุคคลที่เป็นทั้งลูกน้องและญาติคนสนิท
“สวัสดีครับท่านรอง วันนี้มีอะไรให้กระผมรับใช้เหรอครับ... แหม ทำหน้าเหมือนไปกินรังแตนที่ไหนมา” ภาณุวัฒน์เอ่ยทักทายอย่างอารมณ์ดี ทว่าพอสบสายตาคมกริบที่ดูเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อได้ เขาก็รีบหุบยิ้มทันควัน
“ฉันมาหาแกเมื่อวาน แกก็รีบกลับก่อน”
“ผมกลับตามเวลานะครับ”
“เอ่อๆ..ช่างเถอะ แกตรวจสอบประวัติแม่เลขาฯ คนใหม่ของยัยพริมดีแล้วใช่ไหม” นรภัฏถามเสียงเข้ม
“ตรวจให้แล้วครับพี่ นี่ไงใบสมัครของเธอ เพิ่งมายื่นให้ผมเมื่อวานนี้เอง” ภาณุวัฒน์ยื่นซองเอกสารให้ แต่คนตรงหน้ากลับเมินเฉยราวกับมันเป็นสิ่งของไร้ค่า
“แล้วแกได้สัมภาษณ์เองหรือเปล่า”
“เปล่าครับพี่! ก็น้องพริมสั่งขาดว่าให้รับเลย เธอก็แค่เอาใบสมัครมาทิ้งไว้เท่านั้นแหละ”
“อีกแล้วนะยัยพริม... คนเก่าทำเรื่องไว้ยังไม่เข็ดอีกรึไง” นรภัฏสบถทิ้งท้ายก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ภาณุวัฒน์ยืนเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะแอบลอบยิ้มตามหลังรุ่นพี่ไปอย่างมีเลศนัย... เพราะเขากับภีรดาแอบเตี๊ยมแผนการนี้กันมานานแล้ว
นรภัฏกลับมาที่ห้องทำงานด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเรียก วิชชุดาเลขาส่วนตัวเข้าไปพบเพื่อระบายอารมณ์ที่คุกรุ่น
“คุณภัฏมีอะไรรึเปล่าคะ”
“บ่ายนี้คุณอะเล็กซานดร้าจะเข้ามา คุณเตรียมสถานที่เรียบร้อยหรือยัง... เอ่อ.. แล้วเลขาฯ ของคุณน่ะ..พริมมาทำงานหรือยัง”
“น่าจะเป็นพรุ่งนี้ค่ะ จะให้วิพาเธอมาพบคุณภัฏก่อนไหมคะ”
“ยัง! ยังไม่ต้องให้ยัยเด็กเส้นนั่นโผล่หน้ามาตอนนี้” นรภัฏสั่งเสียงกร้าว ทำเอาวิชชุดาหน้าจ๋อยสนิท รีบก้มหน้าเดินออกจากห้องไปพลางบ่นอุบในใจว่าเจ้านายไปโกรธใครมาถึงได้มาลงที่เธอ
วันต่อมา
เสียงเคาะประตูเป็นจังหวะสม่ำเสมอดังขึ้น นรภัฏที่กำลังจดจ่ออยู่กับแล็ปท็อปเพียงแค่ปรายตาดูแวบเดียวแล้วก้มลงทำงานต่ออย่างเย็นชา เขาไม่อยากจะเสียเวลากับเด็กฝากของน้องสาวแม้แต่วินาทีเดียว
“สวัสดีค่ะคุณภัฏ พอดีวิพาเลขาฯ คนใหม่ของคุณพริมมาแนะนำตัวค่ะ”
วิชชุดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงประหม่า เพราะนรภัฏเคยสั่งห้ามไว้ แต่คำสั่งลับจากภีรดาประธานบริษัทนั้นถือเป็นที่สุด เธอจึงต้องจำใจพาหญิงสาวคนนี้มาเผชิญหน้ากับท่านรองฯ จอมโหด
“นี่คุณนรภัฏ รองประธานบริษัทของเราค่ะ”
หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างหลังวิชชุดามองคนตัวโตที่นั่งก้มหน้าทำงานด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ดูอย่างไรเขาก็ไม่เปลี่ยนไปเลย ท่วงท่าสง่างาม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคย และความกดดันที่แผ่ออกมา
“สวัสดีค่ะ...” เสียงหวานใสที่แผ่วเบาทว่าสั่นพร่าทำให้ปลายนิ้วของนรภัฏที่กำลังรัวคีย์บอร์ดชะงักกึก
ชายหนุ่มรีบดึงแว่นสายตาออก ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงนั้นอย่างช้าๆ... วินาทีที่นัยน์ตาคมกริบสบเข้ากับดวงตาคู่หวาน บรรยากาศในห้องก็คล้ายจะหยุดหมุน ลมหายใจของนรภัฏสะดุดขาดตอน
ใบหน้าที่เขาเคยประทับรอยจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบหน้าที่เคยอยู่ในความฝันและความแค้นมาตลอดห้าปี บัดนี้มายืนอยู่ตรงหน้าเขาในชุดเลขาฯ ที่ดูสง่างาม
เขารับไหว้เธอด้วยมือที่สั่นเทา พยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจเหมือนภูเขาไฟที่กำลังระเบิด ตาของทั้งคู่ประสานกันนิ่งสนิท บรรยากาศแห่งความโหยหา ความโกรธแค้น และถ่านไฟเก่าที่ยังมอดไม่หมดพุ่งพล่านไปทั่วห้อง
เธอสวยสง่ากว่าตอนเป็นเด็ก แต่สิ่งที่เขาสงสัยคือ เพราะอะไรผู้หญิงคนนี้ถึงทิ้งเขาไปหาความร่ำรวยในวันนั้น และก็ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะซมซานกลับมาเป็นลูกจ้างในบริษัทของเขา ทั้งที่เธอควรจะเสวยสุขอยู่ในคฤหาสน์ของเจ้าสัวอย่างสุขสบายไปแล้ว!