บท
ตั้งค่า

11 ไม่กล้าขัด

นรภัฏกลับมาที่ห้องทำงานของตัวเอง รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อนึกถึงแผนการที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาหยุดคุยกับวิชชุดา เลขาฯ หน้าห้องด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนัย

“เดี๋ยวคุณวิ...ช่วยจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าให้ผมสองที่นะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งอย่างใจเย็น ทว่าภายในใจกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น

“ค่ะ...คุณภัฏ” วิชชุดารับคำอย่างว่าง่าย มุมปากของนักธุรกิจหนุ่มโค้งขึ้นนิดๆ ประกายดวงตาระยิบระยับเพียงแค่คิดว่าจะมีโอกาสใกล้ชิดกับปภาวรินทร์อีกครั้ง เขาก็ดีใจจนบอกไม่ถูก ก่อนจะเก็บอารมณ์ตนเองให้แนบเนียน และรีบเดินเข้าห้องเพื่อมาคว้ากุญแจรถแล้วเดินออกไปทันที ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างกำลังรอเขาอยู่

“เดี๋ยวค่ะ คุณภัฏ” วิชชุดารีบเรียกเจ้านาย จนเขาต้องหยุดกะทันหัน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย

“ตกลงว่าไปดูงานครั้งนี้ คุณภีรดาจะส่งเลขาฯ ไปเป็นตัวแทนไปใช่มั้ยคะ” วิชชุดาถามเขาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เธอต้องการยืนยันข้อมูลให้ถูกต้อง

“ใช่ครับคุณวิ...” นรภัฏตอบสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง

“โอเคค่ะ พอดีวิจะได้ลงชื่อจองตั๋วเครื่องบินให้ถูก” ชายหนุ่มแค่นยิ้ม ดวงตาวาววับวาบเมื่อคิดถึงการจะได้แก้แค้นอดีตคนรักของตนเองในครั้งนี้ แผนการอันเร่าร้อนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

17.00 น. นรภัฏเดินมารอปภาวรินทร์ถึงหน้าห้องทำงานของน้องสาว เพราะกลัวว่าเธอจะหนีกลับไปก่อน เมื่อเธอเลิกงานพอดี เขาก็รีบตามเธอออกไป ปภาวรินทร์ไม่กล้าขัดข้อง จึงยอมเดินตามเขามายังลานจอดรถ หัวใจของเธอเต้นระรัวเมื่อจะต้องอยู่กับเขาสองต่อสอง

“คุณไม่จำเป็นต้องเปิดประตูรถให้ฉันหรอกค่ะ คุณเป็นเจ้านาย” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมความรู้สึก

“ไม่มีเจ้านายลูกน้อง นี่เลิกงานแล้ว ขึ้นไป” นรภัฏตอบกลับอย่างเด็ดขาด แววตาของเขาเต็มไปด้วยความต้องการที่จะครอบครอง ปภาวรินทร์ถอนหายใจ เธอไม่กล้าขัดคำสั่งเพราะกลัวอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเขา จึงยอมขึ้นไปนั่งแต่โดยดี ร่างกายของเธอรู้สึกร้อนผ่าวเมื่ออยู่ใกล้เขา

“คาดเข็มขัดซะ ฉันไม่อยากมีปัญหากับตำรวจ” นรภัฏสั่งเสียงเข้ม ปภาวรินทร์ใจลอยคิดเรื่องที่เธอเพิ่งจะคุยกับคุณยายโดยไม่ทันได้ฟังในสิ่งที่เขาพูด จนถูกชายหนุ่มโถมร่างเข้าใส่ ใบหน้าคมอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ข้างแก้ม ก่อนที่หญิงสาวจะรู้ตัวว่าเขาจะทำอะไรให้เธอจึงค่อยๆ หายใจเป็นปกติด้วยความโล่งอก อยู่กับเขามีเรื่องให้ตื่นเต้นได้ตลอดสินะ! หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก

“ไม่ต้องไปส่งฉันที่บ้านหรอกค่ะ วันนี้คุณยายอยู่ที่ตลาด” ออกรถมาได้สักระยะปภาวรินทร์ก็รีบบอกเจ้านายทันที เธอไม่อยากให้เขาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเธอ

“อ้าวเหรอ! คุณยายมาขายขนมตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมไม่บอกฉันบ้าง” นรภัฏถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความประหลาดใจ

“เพิ่งจะมาขายวันนี้เป็นวันแรกค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยเสียงเป็นปกติ พยายามซ่อนความรู้สึกที่แท้จริง

“อื้ม!!!...งั้นดีเลย ฉันกำลังอยากกินของหวานอยู่พอดี” ดูท่าทางเขาดีใจ ก่อนที่เธอจะเห็นเขายิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นทำให้โลกของปภาวรินทร์สดใสขึ้นมาเล็กน้อย

นรภัฏขับรถมาจอดส่งหญิงสาวที่ตลาด วันนี้คุณยายของเธอมาขายขนมตามเดิม หลังจากไม่ได้ขายมาเกือบเป็นเดือน แต่คุณยายของเธอแก่ลงไปมาก พอรถจอดลงเรียบร้อยนรภัฏก็รีบเดินเข้าไปทักทายกับหญิงชราที่กำลังหยิบขนมหวานใส่ถุงให้กับลูกค้าเสร็จพอดี แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเคารพและอ่อนโยน

“สวัสดีครับคุณยาย จำผมได้มั้ยครับ” นรภัฏยกมือไหว้หญิงชรา เธอยืนจ้องหน้าชายหนุ่มร่างสูงอยู่ไม่นานก็ร้องรีบอ๋อ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความยินดี

“คุณภัฏ!!!....คุณภัฏจริงๆ ด้วย โห!!!..ไม่เห็นกันตั้งนานสบายดีหรือคะ นึกว่าจะไม่มาหายายเสียแล้ว” คุณยายเอ่ยทักทายด้วยความรักใคร

“ผมสบายดีครับ...คุณยาย ว่าจะมาหาคุณยายหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสสักทีเลย เห็นหลานสาวคุณยายบอกว่าคุณยายเลิกขายขนมไปแล้ว” นรภัฏตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น

“คนแก่น่ะค่ะ สามวันดีสี่วันไข้ มาขายบ้างไม่มาบ้าง เห็นหลานสาวบอกว่าคุณภัฏมีบริษัทเป็นของตัวเองแล้ว คงร่ำรวยกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยสินะ ก้าวหน้าเหลือเกินนะพ่อคุณ” หญิงชราเอ่ยชมอย่างเป็นกันเอง ในหว่างที่ปภาวรินทร์เอากระเป๋าสะพายของเธอไปเก็บไว้ในลิ้นชักของรถเข็น แล้วรีบทำหน้าที่เป็นผู้ขายทันที เธอต้องการแบ่งเบาภาระของคุณยาย

“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับคุณยาย แล้ววันนี้คุณยายเหลือขนมอะไรให้ผมกินบ้างครับ” นรภัฏพูดคุยกับหญิงชราอย่างเป็นกันเองโดยไม่ถือเนื้อถือตัว เขารู้สึกผ่อนคลายเมื่ออยู่กับคุณยาย

“คุณยายคะ มาค่ะ...เดี๋ยวหนูตักเองดีกว่า” หญิงชรามือสั่นเล็กน้อย หลานสาวจึงคว้าเอายาดมมายื่นให้ ก่อนจะทำหน้าที่แทนคุณยายของเธอ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใย

“คุณยาย ไปนั่งพักเถอะค่ะ ฝ้ายบอกแล้วไง...ว่าไม่ไหวก็ไม่ต้องขาย” เธอดุคุณยายของเธอด้วยน้ำเสียงที่แฝงความรัก

“ฝ้าย! อย่าไปดุคุณยายอย่างนั้นสิ เล่นให้คุณยายท่านอยู่บ้านเฉยๆ ท่านก็เหงาเป็นนะ เธอนี่ไม่เข้าใจคนแก่เอาซะเลย” เขาพูดเหมือนรู้ใจคนสูงวัยได้เป็นอย่างดี จนปภาวรินทร์รู้สึกหมั่นไส้ นรภัฏเดินไปนั่งและเอาอกเอาใจคุณยายของเธอสารพัดขณะที่เธอเองก็ยุ่งกับการขาย เขาพูดเหมือนรู้ใจคนสูงวัยได้เป็นอย่างดี จนปภาวรินทร์รู้สึกหมั่นไส้ นรภัฏเดินไปนั่งและเอาอกเอาใจคุณยายของเธอสารพัดขณะที่เธอเองก็ยุ่งกับการขาย

“คุณยายจะอยู่คนเดียวได้มั้ยครับเนี่ย ถ้าหลานสาวคนเก่งเค้าจะต้องไปทำงานไกล ๆ ตั้งหลายวัน” นรภัฏถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหวัง

“ได้สิคะ ยายอยู่ได้ ว่าแต่ คุณภัฏเถอะ จะให้หลานยายไปเมื่อไหร่เหรอ” ก่อนมาปภาวรินทร์ได้โทรมาเกริ่นกับคุณยายของเธอบ้างแล้ว เพราะเธอรู้ว่ายังไงวันนี้ นรภัฏก็คงไม่ยอมให้เธอกลับบ้านคนเดียวอย่างแน่นอน แววตาของคุณยายเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยหลานสาว

“ภายในอาทิตย์หน้านี้ครับ... คุณยายจะอนุญาตมั้ยครับ” นรภัฏเอ่ยขออนุญาตด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมั่นใจว่าคุณยายจะต้องอนุญาต

“เอาสิ!!...ยายไม่ว่าหรอก” คุณยายตอบกลับอย่างง่ายดาย ทำให้แผนการของนรภัฏเป็นไปตามที่คาดไว้

“ขอบคุณครับ คุณยาย” ชายหนุ่มรีบยกมือไหว้หญิงชรา และปรายตามองใบหน้าของหลานสาวทันที เหมือนจะยิ้มเยาะ ที่เขาสามารถเอาใจคุณยาย จนท่านไม่ขัดข้องอะไร แต่นั่นเป็นเพราะปภาวรินทร์ได้โทรมาบอกคุณยายของเธอก่อนหน้านี้แล้วต่างหาก แววตาของปภาวรินทร์เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งขบขันและหวั่นใจกับแผนการของเขา
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel