บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 แสงเดียวในความมืด

ตอนที่ 2

แสงเดียวในความมืด

เสียงหอบของลมยามค่ำคืนยังคงพัดหวีดหวิว พัดเอา กลิ่นสนิมจากเหล็กดัดหน้าต่าง ผสมกับกลิ่นฝุ่นละอองที่ลอยอบอวลอยู่ในห้องเช่าขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ พลอยใสยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า ๆ ข้างเตียงไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ขยับ แม้แสงจากดวงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ดวงเดียวบนเพดานจะริบหรี่จนแทบจะมองไม่เห็นอะไร แต่ใบหน้าของชายที่นอนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอกลับ เด่นชัดราวกับอยู่ใต้สปอตไลต์กลางเวที ทุกรายละเอียดปรากฏแก่สายตาของเธออย่างชัดเจน

เขายังไม่รู้ตัวหรือบางทีอาจแค่เลือกที่จะยังไม่ลืมตาขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริง

หญิงสาวถอนหายใจเบา ๆ พลางเอื้อมมือ เล็ก ๆ ดึงผ้าห่มผืนบางขึ้นคลุมอกเขาที่เผยอกว้างริมฝีปากหยักคมมีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่เล็กน้อย ดวงหน้าคมเข้มภายใต้เงาของเคราจาง ๆ ที่ขึ้นใหม่ทำให้เขาดูแก่กว่าเธอหลายปีนัก และแม้เธอจะไม่เคยหวั่นเกรงใคร ไม่เคยกลัวสิ่งใดในชีวิต... แต่ก็ยอมรับว่าเพียงแค่เขานอนนิ่ง ๆ หลับตาพริ้มอยู่อย่างนั้น นัยน์ตาเรียบเย็นคู่นั้นที่เคยจ้องมองเธอเมื่อครู่ ก็สามารถ กดความรู้สึกบางอย่างในใจเธอลงได้อย่างประหลาด

“คิมหันต์...”

เธอทดลองออกเสียงเรียกชื่อที่เขาให้มาเบา ๆ ชื่อนี้ฟังดูสูงส่ง ไม่เข้ากับสภาพที่เธอพบเขาในวันแรกเลยแม้แต่น้อย เขาน่าจะเป็นเจ้าของออฟฟิศหรูระฟ้า หรือไม่ก็เป็นผู้บริหารระดับสูงมากกว่าใครสักคนที่ถูกไล่ยิงจนเลือดอาบกลางตลาดแบบนี้

ขณะที่พลอยใสกําลังจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อไปล้างอุปกรณ์ปฐมพยาบาล เสียงแผ่วพร่าที่แหบแห้งก็ดังขึ้นจากเตียง

“ขอบใจ...”

พลอยใสสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยด้วยความตกใจปนประหลาดใจ เธอหันกลับไปทันที และพบว่า เขาลืมตาขึ้นแล้ว นัยน์ตาสีดำเข้มดุจรัตติกาลคู่นั้นสะท้อนเงาของเธออย่างชัดเจน มันทำให้หัวใจของพลอยใสเต้นแปลก ๆ ราวกับมีผีเสื้อนับร้อยโบยบินอยู่ในอก

“คุณฟื้นแล้ว... หิวไหมคะ” พลอยใสถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง

ชายหนุ่มไม่ตอบ คำพูดของเธอเหมือนไม่ได้ไปถึงโสตประสาทของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ดวงตานิ่งสงบแต่คมกริบคู่นั้นกลับ ไม่ลดละจากใบหน้าของเธอเลยแม้แต่น้อย ราวกับกำลังพยายามอ่านบางสิ่งจากเธอ

“ข้าวเย็นมีแต่ข้าวผัดไข่ที่เย็นชืดแล้วนะคะ ฉันเก็บไว้ให้เผื่อคุณฟื้น…” พลอยใสพยายามจะพูดต่อเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด

“ฉันไม่ควรอยู่ที่นี่มันอันตรายสำหรับเธอ” เสียงของเขาเรียบนิ่ง แต่กลับเต็มไปด้วย ความกังวลอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนแปลกหน้าไม่น่าจะมีให้กันเลยสักนิด

แต่พลอยใสกลับยิ้มบาง ๆ เธอมองเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่หวาดหวั่น

“ฉันก็คิดนะว่าคุณอาจจะเป็นพวก...ที่ไม่ควรยุ่งเกี่ยวด้วย” เธอเว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “แต่ก็ไม่ใช่ว่าฉันจะใจร้ายปล่อยให้คนบาดเจ็บเลือดอาบมานอนตายหลังร้านหรอกค่ะ” เธอหัวเราะในลำคอเบา ๆ

“แถมคุณยังเรียกฉันว่าเธอด้วยเสียงห่วงใยนิด ๆ แบบนี้... ฉันคงทิ้งไม่ลงหรอกค่ะ”

เขานิ่งไปอีกครั้ง จ้องมองหน้าเธออย่างพิจารณา และในที่สุดก็เอ่ยประโยคที่ทำให้พลอยใสเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น “ฉันมีศัตรู”

“ใคร ๆ ก็มีค่ะ”

พลอยใสตอบอย่างอารมณ์ดี “ฉันก็มี แม่ฉันน่ะ เวลาหิวก็เป็นศัตรูตัวฉกาจเหมือนกันนะ!” เธอพูดพร้อมยิ้มขำเล็ก ๆ เพื่อลดความตึงเครียดที่อบอวลอยู่ในอากาศ คิมหันต์ยังคงจ้องมองเธอไม่วางตา ใบหน้าของเขาไม่มีรอยยิ้ม แต่แววตาดูอ่อนลงเล็กน้อย

พลอยใสยกถาดเล็ก ๆ ที่มีข้าวผัดไข่ร้อน ๆ วางลงบนตักของเขา คิมหันต์ยังคงนั่งนิ่ง ไม่แตะต้องอาหารเลยแม้แต่น้อย พลอยใสจึงนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม ตรงข้ามกับเขา ก่อนจะเอียงหน้าจ้องเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างคาดคั้น

“คุณจะไม่กินข้าวที่ฉันทำเหรอคะ กลัวฉันวางยาหรือไง?” เธอแกล้งถามด้วยน้ำเสียงกึ่งขบขัน

“ฉันไม่ไว้ใจคนง่าย…” เขาตอบสั้น ๆ

“งั้นก็กินเลยค่ะ” พลอยใสยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แล้วคุณจะรู้ว่าฉันไว้ใจได้โดยไม่ต้องพูดอะไรสักคำ”

คิมหันต์มองเธออีกครั้ง ก่อนจะยอมยกช้อนขึ้นตักข้าวคำแรกเข้าปาก ท่ามกลางแววตาของพลอยใสที่จ้องราวกับจะอ่านใจเขา เขาเคี้ยวอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยคำแรกด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่ชัดเจน

“อร่อย”

พลอยใสเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างโล่งใจ เธอยิ้มจนตาหยี

“ขอบคุณค่ะ... คุณคงไม่เคยโดนแม่ค้าแถวนี้บังคับกินของเหลือมาก่อนใช่ไหมล่ะคะ?”

ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบา ๆเสียงหัวเราะแรกที่ออกมาจากคนที่โลกทั้งใบพยายามทำให้ด้านชา เสียงนั้นแผ่วเบา แต่กลับมีความหมายมหาศาลสำหรับพลอยใส

คืนนั้น พวกเขาไม่ได้พูดอะไรกันอีกมากนัก คิมหันต์นั่งมองพลอยใสเก็บถาดข้าว ล้างจาน และจัดมุมเล็ก ๆ ในห้องให้เขานอนได้สบายขึ้น เธอไม่ได้ถามอะไรอีกเลย ไม่ซักไซ้ ไม่สืบสวน ไม่แสดงความสงสัยใด ๆ ในตัวเขาแม้แต่น้อย ความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขานั้นไม่ได้น่าอึดอัดเลย กลับกัน มันเป็น ความเงียบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจบางอย่าง

คิมหันต์รู้สึกเหมือนได้อยู่ในที่ที่ปลอดภัยอย่างประหลาด… ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เขาควรจะรีบหนีไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดต่างหาก

“เธอไม่กลัวฉันเหรอ” เขาถามในความเงียบ ก่อนที่พลอยใสจะปิดไฟ

“ก็กลัวนะคะ... แต่กลัวคุณจะตายมากกว่า” เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ

เขาหันไปมองเพดานห้องที่มืดมิด มือลูบไล้ผ้าห่มผืนบางที่เธอจัดให้ หัวใจที่ตายด้านไปนานแล้วกลับรู้สึกเหมือนเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่คุ้นเคย แต่ก็ไม่ได้น่ารังเกียจเลยแม้แต่น้อย

“ถ้าฉันรอดจากคืนนี้… ฉันจะกลับมา”

เขาพูดกับตัวเองในความมืด โดยไม่รู้เลยว่าหญิงสาวที่กำลังนอนอยู่ข้างฝาผนังอีกฝั่ง ได้ยินทุกถ้อยคำที่เขาพูด และกำลังยิ้ม...อย่างเงียบ ๆ ใน ความมืดมิดนั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel