บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ระหว่างหัวใจกับตรรกะ

ตอนที่ 3

ระหว่างหัวใจกับตรรกะ

เสียงเคาะประตูไม้เก่า ๆ ของร้านข้าวแกงดังขึ้นเบา ๆ ในเช้าวันถัดมา เสียงนั้นแม้จะแผ่วเบา แต่ก็เพียงพอที่จะดึงพลอยใสให้เงยหน้าขึ้นจากหม้อแกงร้อน ๆ ที่มีไอน้ำลอยกรุ่น กลิ่นหอมฉุนของพริกแกงที่คลุกเคล้ากับเครื่องเทศหอมฟุ้งไปทั่วร้าน บัดนี้กลับถูกความประหลาดใจเข้าแทนที่

พลอยใสในชุดผ้ากันเปื้อนสีฟ้าอ่อนที่เปื้อนคราบน้ำแกงเล็กน้อยถึงกับ เบิกตากว้าง เมื่อเห็นร่างสูงในชุดลำลองเรียบเท่ ยืนพิงเสาประตูร้านอย่างคุ้นตา

เขากลับมาแล้วชายคนนั้นคิมหันต์

“อรุณสวัสดิ์…” เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยขึ้นเรียบนิ่ง แต่กลับทำให้พลอยใสถึงกับ สะดุ้งในอก ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ช็อตเข้าที่หัวใจ

“กลับมาอีกแล้วเหรอคะ?” พลอยใสเผลอถามออกไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปนเปกันไปหมด ทั้งประหลาดใจ ตกใจ และความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก

“ฉันบอกเธอไว้ไม่ใช่เหรอ...ว่าถ้ารอด ฉันจะกลับมา” น้ำเสียงของเขานิ่งสงบ ราวกับกำลังบอกเล่าเรื่องราวที่ปราศจากความหมายใด ๆ ทว่าสำหรับ หญิงสาวแล้ว คำพูดนั้นกลับคือคำยืนยันบางอย่าง ที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัว

เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายกำลังชั่งใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบจานเปล่าหนึ่งใบที่วางซ้อนกันอยู่บนเคาน์เตอร์ไม้

“งั้นคุณก็คงหิวแล้วสิคะ ข้าวเช้านะคะ วันนี้มีไข่ลูกเขยกับแกงเลียง”

พลอยใสพูดด้วยน้ำเสียงพยายามทำเป็นปกติ แม้ใบหน้าจะยังคงร้อนผ่าวอยู่เล็กน้อย

ชายหนุ่มก้าวเข้ามาในร้านและนั่งลงอย่าง เงียบ ๆ ที่โต๊ะไม้เก่า ๆ หน้าร้าน ท่ามกลางเสียงจอแจของลูกค้าประจำที่เริ่มทยอยกันมากินข้าวเช้า ไม่มีใครในตลาดรู้เลยว่าชายคนนี้คือใคร ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าเขากำลังนั่งอยู่กลางตลาดในท่าทีที่ ระมัดระวังภัย อย่างผิดวิสัย ราวกับพร้อมจะลุกหนีหรือเข้าปะทะได้ทุกเมื่อ

หญิงสาวยกกับข้าวมาเสิร์ฟตรงหน้าเขา วางชามแกงเลียงที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น และจานไข่ลูกเขยสีน้ำตาลแดงน่ารับประทานลงบนโต๊ะเบา ๆ

“คุณหายดีแล้วเหรอคะ” เธอถามด้วย ความห่วงใย

“พอได้...แต่ใจยังไม่หาย” เขาตอบสั้น ๆ ดวงตาคมเข้มจ้องมองเธอไม่วางตา

“หืม?” พลอยใสชะงักเล็กน้อย เลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจกับคำพูดที่คลุมเครือของเขา

“ฉันหมายถึง... ใจฉันยังติดค้างกับเธอ”

คำพูดตรงไปตรงมาของเขาทำให้ใบหน้าของพลอยใส แดงก่ำโดยไม่รู้ตัว มือเล็กที่กำลังจับจานถึงกับแน่นขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหม่า เธอก้มหน้าลงทันที พยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อลดความกระอักกระอ่วนที่เกิดขึ้น

“คุณมากินข้าวนะคะ ไม่ได้มาจีบ” หญิงสาวแกล้งพูดเสียงเข้ม แต่ความร้อนผ่าวบนใบหน้ายังคงฉายชัด

“ฉันก็ไม่ได้จีบ…” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเช่นเดิม แต่แววตากลับจริงจังขึ้น

“แต่ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรปล่อยให้คนที่เคยช่วยชีวิตฉันหายไปจากสายตาอีก”

เมื่อลูกค้าเริ่มซาลง และร้านเริ่มว่างเปล่า พลอยใสเดินไปหลังร้านเพื่อทำความสะอาด จัดการกับข้าวของที่ยังกระจัดกระจายอยู่ เธอไม่ทันสังเกตเลยว่าคิมหันต์เดินตามมาอย่างเงียบเชียบ จู่ ๆ มือใหญ่ที่อบอุ่นของเขาก็คว้าแขนเธอไว้เบา ๆ จากด้านหลัง สัมผัสที่เกิดขึ้นทำให้พลอยใสถึงกับสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาอย่างช้า ๆ

“คุณ… ทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ฉันยังไม่รู้จักคุณดีพอ” พลอยใสพูดด้วยน้ำเสียงติดขัด หัวใจเต้นรัวแรงขึ้นอีกครั้ง

“แต่ฉันรู้สึกกับเธอมากพอที่จะไม่อยากหายไปอีก”

เขามองตาเธออย่างตรงไปตรงมา แววตาคู่นั้นมีทั้งความหนักแน่น ความจริงจัง และความลังเลบางอย่างปะปนอยู่ ราวกับชายคนหนึ่งกำลังต่อสู้กับความรู้สึกภายในใจของตัวเอง หัวใจของเขาอยากจะเข้าใกล้เธอ แต่สมองกลับเตือนว่าเขาไม่ควรทำเช่นนั้น

“ฉันไม่อยากให้เธอเข้าไปอยู่ในโลกของฉัน” คิมหันต์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย “มันเต็มไปด้วยอันตราย การหักหลัง ความสูญเสีย และเลือด…”

“คุณคิดว่าฉันอยู่ในโลกที่ปลอดภัยเหรอคะ” พลอยใสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอแม้จะอ่อนโยน แต่กลับแฝงไว้ด้วยความแน่วแน่

“แม่ฉันต้องตื่นมาขายข้าวตั้งแต่ตีสี่เกือบทุกวัน บางทีก็โดนไล่ที่แทบทุกเดือน ฉันเองก็เกือบโดนลวนลามในตลาดตั้งไม่รู้กี่ครั้ง” เธอหยุดหายใจชั่วครู่ ก่อนจะพูดต่อด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “โลกของฉันก็ไม่ปลอดภัยเหมือนกันค่ะ... แต่ฉันอยู่ได้ เพราะ ฉันเชื่อในคน”

คิมหันต์เงียบไปในทันที ดวงตาคมเข้มของเขาหลบสายตาของเธอชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยปากพูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจ

“ถ้าอย่างนั้น... ให้ฉันได้เป็นคนหนึ่งที่เธอเชื่อใจ” เขาพูดช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำ “ฉันไม่สัญญาว่าจะดีแต่ฉันจะไม่ทำร้ายเธอ”

หญิงสาวยิ้มแล้วตอบกลับ แววตาของเธอไม่มีคำว่าหลงใหลในความหล่อเหลาหรืออำนาจของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน ความเข้าใจ และความเมตตา

“ฉันไม่ต้องการเจ้าชายหรอกค่ะคุณคิม... แค่คนที่อยู่ข้าง ๆ โดยไม่หายไปอีกก็พอ”

คิมหันต์มองหน้าเธอนิ่งนานอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ เป็นการตอบรับในคำพูดของเธอ จากนั้นเขาก็หันหลังเดินออกจากหลังร้านไปอย่างเงียบเชียบแต่ทุกย่างก้าวของเขาในวันนี้... กลับ มั่นคงและหนักแน่นกว่าเมื่อวาน อย่างเห็นได้ชัด

เพราะเขารู้แล้วว่าหัวใจของเขาเริ่มผูกพันกับผู้หญิงธรรมดาในตลาดคนนี้เข้าเสียแล้ว ผู้หญิงที่เป็นเพียงแสงเดียวในโลกที่มืดมิดของเขาและเป็นเพียง คนเดียวที่ทำให้เขากล้าที่จะเชื่อในความรู้สึกเหนือ ตรรกะที่เคยครอบงำชีวิตมาตลอดและในคืนนี้ทั้งสองก็ต่างบอกความรู้สึกผ่านทางร่างกาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel