ตอนที่ 1 ในคืนที่ไม่มีใครเหลียวแล
ตอนที่ 1
ในคืนที่ไม่มีใครเหลียวแล
เสียงหวีดหวิวของลมยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้าพลอยใสในตรอกแคบ ๆ หลังตลาดสด กลิ่นคาวปลาจาง ๆ และเศษผักเน่าคละคลุ้งไปกับความชื้นยามค่ำคืน ร่างของหญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ กำลังลากเท้าที่เมื่อยล้าเต็มทีจากภารกิจประจำวันที่เพิ่งเสร็จสิ้น เธอเพิ่งจะปิดร้านข้าวแกงของแม่ ถุงเศษอาหารที่ใช้เลี้ยงหมาแมวจรจัดในตรอกห้อยแกว่งไกวไปตามจังหวะก้าวที่เชื่องช้า
พลอยใสลูกสาวคนเดียวของแม่ค้าข้าวแกงผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายมาตลอด แต่ไม่เคยเลยที่จะขาดรอยยิ้มให้กับโลกใบนี้
“แม่ค้าข้าวแกงวันนี้อร่อยเหมือนเดิมเลยนะแซ่บถึงใจ”
เสียงของลูกค้าประจำที่เพิ่งแยกจากไปเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในหู พลอยใสยิ้มบาง ๆ เธอนึกถึงความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิต เธอไม่ได้อยากร่ำรวยล้นฟ้า ไม่ได้อยากเป็นดาวเด่นที่ใคร ๆ ต้องหันมอง ขอแค่ได้อยู่กับแม่ มีข้าวกินทุกวันอย่างไม่เดือดร้อน นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิตที่เธอวาดฝันไว้
แต่ โชคชะตา... ไม่เคยถามความต้องการของใครก่อนจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล
ทันทีที่เลี้ยวเข้าสู่ตรอกซอยมืด ๆ ที่เป็นทางลัดสู่ห้องเช่าด้านหลังร้าน จู่ ๆ ร่างเล็กของพลอยใสก็หยุดชะงักกึกทุกสิ่งรอบตัวเงียบสงัดผิดปกติ จนกระทั่ง ปัง!
เสียงกัมปนาทของปืนดังสนั่น กรีดแทง ความเงียบสงัดของยามวิกาล ก่อนจะตามมาด้วยเสียงที่สองในเวลาไล่เลี่ยกัน
ปัง!!
หัวใจพลอยใสบีบตัวแน่น ความหวาดกลัว จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงฝีเท้าที่วิ่งกระหืดกระหอบดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ราวกับสัตว์ป่ากำลังไล่ล่าเหยื่ออย่างบ้าคลั่ง สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดทำให้พลอยใส รีบหลบเข้าเงามืดหลังถังขยะเก่า ๆ ทันที ร่างกาย สั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก แต่ดวงตากลับจับจ้องไปยังต้นเสียงอย่างระแวง
เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มที่เปรอะเปื้อนคราบเลือด พุ่งเข้ามาในสายตา เขาเซถลาอย่างหมดแรงจนเกือบจะปะทะกับพลอยใสที่หลบซ่อนตัวอยู่ ก่อนจะทรุดฮวบลงข้างถังขยะที่เธอกำลังซ่อนตัวอยู่พอดี เหงื่อกาฬไหลผสมกับเลือดสด ๆ ที่ไหลซึมจากหน้าผากซีดเซียว ดวงตาคมเข้มที่เคยดุดันบัดนี้เบิกกว้างด้วยความเจ็บปวดทรมาน เขาหอบหายใจรุนแรงจนเห็นได้ชัดว่ากำลังเจียนตาย
“คุณ! เป็นอะไรรึเปล่าคะ... โอ๊ย ตายแล้ว! เลือด... เลือดเต็มไปหมดเลย!” พลอยใสร้องอุทานด้วยความตกใจปนสงสาร เธอแทบไม่คิดถึงอันตรายที่อาจมาถึงตัวในสถานการณ์เช่นนี้
“อย่าเสียงดัง”
เสียงแหบพร่าของชายแปลกหน้าเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงแฝงไว้ด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่ยากจะปฏิเสธ
“อย่าให้พวกมันรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่…”
หัวใจพลอยใสเต้นถี่รัวยิ่งกว่าตีกลอง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังช่วยใคร ชายคนนี้เป็นใคร มาจากไหน และกำลังหนีอะไรมา แต่แววตาของเขาทั้งดุดันเย็นชา เจ็บปวด และสิ้นหวังในเวลาเดียวกัน มันฉายแววร้องขอความช่วยเหลืออย่างชัดเจน แม้จะไม่มีถ้อยคำใด ๆ เปล่งออกมาก็ตาม
“ห้องฉันอยู่ข้างหลังนี่ค่ะพยุงตัวขึ้นนะคะ ฉันจะช่วยคุณ” พลอยใสพูดอย่างแน่วแน่และยื่นมือออกไป
ชายหนุ่มเหลือบตามองมือเล็ก ๆ ที่ยื่นมา ก่อนจะส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง
“ฉันไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับคุณ”
“แต่ถ้าฉันไม่ช่วย... คุณจะตายตรงนี้แน่ ๆ นะคะ” พลอยใสย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ชายหนุ่มเงยหน้ามองเธอเต็มตาเป็นครั้งแรก ดวงตาสีดำเข้มราวรัตติกาลคู่นั้นเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นในอดีตที่ยากจะเยียวยา แต่ในวินาทีนี้ มันกลับสะท้อนเงาของ ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่กล้าทำในสิ่งที่แม้แต่คนในโลกมืดของเขายังไม่กล้าการยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน
ห้องเช่าขนาดไม่ถึงสิบตารางเมตร อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเรียบง่ายของชีวิตประจำวัน บัดนี้ได้กลายเป็น ที่หลบภัยชั่วคราวของชายแปลกหน้า ผู้แบกรับความลับและอันตรายไว้อย่างมหาศาล
พลอยใสรีบหยิบกล่องปฐมพยาบาลขนาดกะทัดรัดที่เก็บไว้ใต้เตียงขึ้นมาวางตรงหน้า ใจของเธอเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกแปลกใหม่ที่ยากจะอธิบาย
“ฉันไม่รู้ว่าคุณไปเจออะไรมานะคะ แต่ฉันไม่ถามก็ได้ค่ะแค่คุณอยู่นิ่ง ๆ นะคะ เดี๋ยวฉันจะทำแผลให้” หญิงสาวพูดพลางแกะห่อผ้าก๊อซอย่างคล่องแคล่ว
ชายหนุ่มนั่งนิ่ง ๆ ปล่อยให้เธอทำแผลอย่างไม่ขัดขืน ปลายนิ้วเรียวเล็กของพลอยใสสั่นระริกเล็กน้อยขณะที่ค่อย ๆ เช็ดเลือดแห้งกรังบนหน้าผากของเขา ไม่ใช่เพราะความกลัวอย่างที่คิด แต่เป็นเพราะไม่เคยได้อยู่ใกล้ผู้ชายที่มี พลังงานบางอย่างที่น่ากลัว เย็นยะเยือก ขนาดนี้มาก่อน
ทว่าในความเย็นชานั้น... กลับแฝงไว้ด้วย ความร้อนระอุราวกับเปลวเพลิงแปลกประหลาด ที่ทำให้หัวใจพลอยใสเต้นผิดจังหวะ
“คุณชื่ออะไร” พลอยใสเอ่ยถามเบา ๆ เพื่อคลายความเงียบงัน
เขาเงียบไปอึดใจหนึ่งราวกับกำลังชั่งใจ ก่อนจะเอ่ยชื่อออกมาอย่างแผ่วเบา แต่ชัดเจนในความเงียบสงัดนั้น
“คิม...คิมหันต์”
“ฉันชื่อพลอยใสค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะถึงแม้ว่าจะเป็นสถานการณ์แปลก ๆ แบบนี้ก็เถอะ”
พลอยใสยิ้มบาง ๆ พยายามสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองให้มากที่สุด
คืนนั้นคิมหันต์หลับไปโดยมีพลอยใสยังคงนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง ดวงจันทร์ที่ส่องแสงนวลผ่องลอดผ่านหน้าต่างบานเล็กเข้ามาในห้อง สะท้อนเงาต้องตาบนใบหน้าคมสันของชายผู้แบกโลกมืดมิดไว้บนบ่า ดวงตาที่เธอเห็นในตอนแรกยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ มันเป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยบาดแผลและเรื่องราวที่ไม่อาจเล่าขาน แต่ก็มีความอ่อนล้าปรากฏอยู่
และในวินาทีนั้นเองพลอยใสไม่รู้เลยว่า การตัดสินใจช่วยเหลือชายแปลกหน้าในคืนที่ไม่มีใครเหลียวแลนี้ กำลังจะทำให้เธอ กลายเป็นผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมาเฟียผู้ไม่เคยศรัทธาใน ความรัก
เธอคือแสงเดียวในโลกที่มืดมิดของเขา
และเขาคือพายุที่จะพัดพาเธอออกจากชีวิตที่แสนเรียบง่ายนี้ไปตลอดกาล
