บท
ตั้งค่า

16 พรายกระซิบ

“นังเด็กนี่มันใจแข็งชะมัดเลยว่ะ...ธัน!!! สงสัยฉันต้องประมูลด้วยตัวเองซะแล้วมั้ง” ภาคินกระดกเหล้าเพียวๆ ลงคออย่างหัวเสีย

“จริงเหรอวะ..ปกติแกไม่เคยพลาดเลยนี่หว่า หรือว่าครั้งนี้เขี้ยวเล็บของแกมันจะไม่คมเหมือนเดิมซะแล้ววะ” ธันวาหัวเราะร่วน แววตาเต็มไปด้วยความขบขันที่เห็นเพื่อนสิ้นลาย

“แล้วแม่แกว่าไง เรื่องที่จะเอาเด็กนี่ขึ้นเขียงน่ะ”

“แม่ฉันน่ะเหรอ....ยังไงแม่ฉันก็จะให้โอปอลขึ้นประมูลอยู่ดีนั่นแหละ แม่ฉันไม่สนหรอกว่าเด็กมันจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ แม่ฉันสนแค่ตัวเลขบนเวทีประมูลมากกว่า”

“งั้นแกก็รอรับช่วงต่อ จากใครสักคนที่เค้าประมูลได้สิวะ แค่คืนเดียวเอง...คงไม่สึกหรอหรอกมั่ง” ธันวายักไหล่อย่างไม่ยี่หระต่อศีลธรรม

“แต่ฉันอยากเป็นคนแรกของโอปอล!” ภาคินกระแทกแก้วลงบนโต๊ะ

“ฉันขอยืมเงินแกไปประมูลนังเด็กนั่นได้มั้ยวะ” ธันวานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้ม

“ได้สิวะ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา เดี๋ยวฉันให้แกยืมประมูลก็ได้ แต่ปัญหาคือแกจะสู้หน้าแม่แกยังไง ถ้าท่านเห็นลูกชายตัวเองควักเงินล้านมาซื้อเด็กในสังกัด”

“นั่นแหละที่ฉันกังวล... ถ้าแม่รู้ว่าฉันเป็นคนประมูลล่ะก็ บ้านแตกแน่ๆ” ภาคินบอกเพื่อนอย่างเป็นกังวล ใจหนึ่งก็อยากได้ตัวเด็กสาว อีกใจก็เกรงบารมีของคุณหญิงอรุณรัศมี

“แล้วงานประมูลจะมีขึ้นเมื่อไหร่วะ” ธันวาถาม

“อีกสองวัน” ธันวาจิบเหล้าช้าๆ ราวกับกำลังใช้ความคิด ก่อนจะเสนอแผนการร้าย

“งั้นเอางี้...เดี๋ยวฉันจะเป็นคนไปประมูลนังเด็กโอปอลนั่นให้แกเอง ในนามของฉัน แกแค่เตรียมห้องสวีทบนโรงแรมเอาไว้ขยี้พรหมจรรย์ของยัยเด็กนั่นก็พอ”

“เฮ่ย!...ขอบใจว่ะเพื่อน” ภาคินเอ่ยปากขอบคุณเพื่อนด้วยแววตาเป็นประกาย แผนการนี้ช่างลงตัวที่สุด แต่ในทางกลับกัน ภาคินก็เริ่มคำนวณผลประโยชน์ในหัวอย่างอำมหิตว่า...ถ้าเขาเบื่อเด็กคนนี้เมื่อไหร่ แล้วไม่มีเงินใช้หนี้เพื่อน... เขาก็จะเอาโอปอลเนี่ยแหละใช้หนี้ของธันวาซะเลย!

“ดีแล้วที่แกเป็นคนออกหน้าประมูลให้ ฉันจะได้ตัดปัญหาเรื่องแม่ซะทีว่ะ” ภาคินแค่นยิ้มอย่างพึงใจ นัยน์ตาฉายแววกระหายหื่นอยากปิดไม่มิด

เขาหลับตาลงจินตนาการถึงคืนประมูล... ภาพของโอปอลที่นอนตัวสั่นเทา และวินาทีที่เขาจะถอดหน้ากากเผยโฉมหน้าที่แท้จริงบนเตียงนอน ความตระหนกตกใจบนใบหน้าใสซื่อของเด็กสาว คงจะเป็นเครื่องปรุงชั้นเลิศที่ทำให้การบดขยี้พรหมจรรย์ของเธอในคืนนั้นเร่าร้อนจนแทบขาดใจ!

************************************

23.00 น.

บรรยากาศภายในห้องทำงานของคีรินทร์เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่สาดส่องลงบนแฟ้มเอกสารและหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงกราฟหุ้นสีแดงดิ่งลงอย่างน่าใจหาย คีรินทร์นั่งเอนกายลงบนเก้าอี้หนังราคาแพง พลางถอนหายใจยาวด้วยความเครียดที่สุมอกมาหลายวัน

เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งทุ่มเงินก้อนโตเกือบเจ็ดสิบล้านให้กับธนาคารเพื่อรักษาบ้านหลังโตของวริศราเอาไว้ จนสถานะการเงินของเขาในตอนนี้เริ่มสั่นคลอน

ทันใดนั้น... ไอเย็นจัดก็แผ่ซ่านออกมาจากความมืดของห้องทำงานด้านหลังตู้เอกสาร พร้อมกับกลิ่นดอกลีลาวดีที่โชยคลุ้ง ปลายนิ้วเรียวขาวซีดดุจขี้ผึ้งค่อยๆ ลากไล้ผ่านบ่ากว้างลงมาที่แผงอกแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ต

“นายท่าน... ใกล้จะถึงวันประมูลอีกครั้งแล้วนะเจ้าคะ” เสียงกระซิบนั้นเย็นเยียบทว่าสั่นพร่าด้วยความโหยหา พรายนุ่นปรากฏกายเลือนรางซ้อนทับอยู่ด้านหลังของคีรินทร์ ใบหน้าสวยคมในแบบหญิงไทยโบราณแนบชิดไปกับแก้มสากของเขา แววตาสีเลือดวาวโรจน์ด้วยความกระหาย

“ข้าอยากให้นายท่านประมูลนังเด็กนั่นมาให้ได้... กลิ่นพรหมจรรย์ของนางมันช่างหอมหวานนัก” คีรินทร์แค่นยิ้มก่อนจะยกวิสกี้ขึ้นจิบ รสชาติบาดคอช่วยให้เขาลืมความเครียดเรื่องตัวเลขลงไปบ้าง

“ฉันจะประมูลเด็กนั่นให้เธอก็แล้วกันนะ...นุ่น แต่ฉันไม่รับปากนะว่าจะประมูลได้หรือเปล่า... เธอก็เห็นนี่ว่าช่วงนี้...หุ้นของฉันกำลังร่วงระนาว แถมเงินสดในบัญชีก็หมดไปตั้งเยอะแล้ว”

“ก็นายท่านเอาเงินตั้งมากมายไปช่วยซื้อบ้านให้เมียนี่คะ ซื้อได้แล้วทำไมไม่ขายทอดตลาดไปล่ะ” คีรินทร์ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยขึ้น

“เฮ่อ!!!....ก็มายด์เค้ารักบ้านหลังนั้น เอาน่านุ่น!!!.. ฉันขอล่ะ ฉันรับปากว่าจะทำตามที่เธอต้องการ”

“รับปากอย่างเดียวไม่ได้เจ้าค่ะ นายท่านต้องสัญญา ว่าจะประมูลเด็กคนนั้นมาให้ได้” นุ่นยืนยันเสียงหนักแน่น มือเรียวเริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามหน้าท้องแกร่ง

“แต่เงินเก็บของฉันเริ่มร่อยหรอแล้วนะนุ่น หุ้นก็ไม่ค่อยดี อีกอย่างไอ้ภาคินมันก็จ้องจะงาบเด็กโอปอลนั่นอยู่เหมือนกัน ฉันได้ข่าวมาว่ามันกำลังตามจีบเด็กคนนั้นอยู่นะ รอบนี้ฉันว่าไอ้ภาคินมันไม่ยอมให้เด็กนั่นขึ้นประมูลหรอก”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ นายท่าน ข้าไปสืบมาหมดแล้ว ยังไงคุณหญิงนั่นก็ไม่ยอมลูกชายของมันหรอก แม่ของนางติดหนี้คุณหญิงหลายสิบล้าน ยังไงนังเด็กนั่นก็ต้องขึ้นประมูลอยู่ดี”

“ถ้าอย่างนั้น ฉันว่าไอ้ภาคินมันคงต้องทุ่มสุดตัวแน่ ไม่รู้สิ!!!... ฉันไม่กล้ารับปากเธอเลย” คีรินทร์ตอบอย่างเป็นกังวล

“ไม่ต้องห่วงนายท่าน...แค่นายท่านทำตามที่ข้าบอกก็พอ” นุ่นแสยะยิ้มที่ชวนให้ขนหัวลุก

“ยังไงเหรอนุ่น...เธอมีแผนอะไร”

“คืนนี้ข้าอยากให้นายท่านไปเข้าบ่อน นังคุณหญิงนั่นมันกำลังรวย เมื่อคืนมันได้เงินไปตั้งหลายสิบล้าน... ข้าจักทำให้มันเสียเงินมาให้ท่านเองทุกบาททุกสตางค์!” คีรินทร์วางแก้วเหล้าลง มุมปากหยักลึกยกยิ้มอย่างมาดหมาย ความทะเยอทะยานเริ่มกลับมาคุโชนอีกครั้ง

“ก็ดีเหมือนกัน!!!....ฉันก็อยากเอาเงิน 15 ล้านของฉันคืนจากยัยคุณหญิงหน้าเลือดนั่นอยู่แล้วล่ะ”

“เจ้าค่ะ แต่ตอนนี้ข้าไม่ค่อยมีพลังเหลืออยู่เลย ตั้งแต่ถูกเจ้าที่บ้านหลังนั้นเล่นงาน วิญญาณข้าก็แทบแตกสลาย ข้าขอ... เลือดของท่านหน่อยได้ไหมเจ้าคะ” คีรินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ เขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเขากับพรายสาวตนนี้ผูกพันกันด้วยเลือดและกามราคะมาตลอดห้าปี

คีรินทร์หยิบมีดพกเล่มเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะออกมา กรีดลงบนฝ่ามือเป็นรอยยาวเพียงนิด เลือดสีแดงเข้มสดไหลซึมออกมาในทันที พรายนุ่นดวงตาเบิกกว้างด้วยความหิวกระหาย เธอโน้มตัวลงมาประคองมือหนาของเขาไว้ด้วยมือที่เย็นเฉียบ ก่อนจะบรรจงกดริมฝีปากสีซีดลงบนบาดแผลที่ฝ่ามือ ลิ้นเรียวเล็กตวัดเลียหยดเลือดสีแดงฉานอย่างละเมียดละไม รสชาติคาวหวานของเลือดชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตทำให้นางพรายถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งร่าง

“โอ๊ะ โอ๊ยย!!!...” คีรินทร์ครางออกมาแผ่วเบา เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงดูดเม้มที่ฝ่ามือ มันไม่ใช่เพียงความเจ็บปวด แต่มันคือความรู้สึกวูบวาบที่แล่นพล่านไปทั่วกาย

เมื่อดื่มเลือดเสร็จพรายสาวก็ค่อยๆ เลื่อนใบหน้าขึ้นมาซุกไซ้ที่ซอกคอแกร่ง เพื่อสูดดมกลิ่นกายของชายอันเป็นที่รักของเธออย่างคลั่งไคล้

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะนายท่าน... เลือดของท่านช่างหวานล้ำเหลือเกิน” พรายนุ่นกระซิบเยือกเย็น ขณะที่ร่างกายที่เคยเลือนรางกลับเริ่มชัดเจนและดูมีเลือดฝาดขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเบียดเสียดทรวงอกอวบอัดเข้าหาแผงอกกว้างของคีรินทร์ ความเย็นชืดของวิญญาณปะทะกับความร้อนรุ่มของร่างกายมนุษย์จนเกิดเป็นกระแสอารมณ์ที่ยากจะต้านทาน คีรินทร์ไม่กล้าทำใจสมสู่กับนางในสภาพเช่นนี้จึงรีบบอกให้หยุด

“เอาล่ะ... ในเมื่อเธอได้พลังจากฉันไปแล้ว ก็ไปเตรียมตัวให้พร้อม คืนนี้ฉันจะเอาเข้าบ่อนตามที่เธอแนะนำ” คีรินทร์เชยคางนางพรายขึ้นมาสบตา

“รับรองเลยนุ่น....เธอจะได้ดื่มเลือดพรหมจรรย์จากเด็กนั่นอย่างแน่นอน ถ้าคืนนี้ฉันกวาดเงินจากกระเป๋านังคุณหญิงนั่นมาได้” นุ่นหัวเราะร่วนด้วยความชอบใจ

“ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ยัยคุณหญิงนั่นคืนนี้มันกำลังดวงตก” เธอโน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหู ก่อนจะหันมาจูบที่ริมฝีปากหยักของคีรินทร์อย่างจาบจ้วง ทิ้งรอยเลือดจางๆ ไว้ที่มุมปากของเขา ก่อนจะค่อยๆ จางหายไปในเงามืด คงเหลือไว้เพียงกลิ่นดอกลีลาวดีที่ยังคงอวลฟุ้งอยู่ในห้องทำงานของเขา
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel