บท
ตั้งค่า

14 อย่าคิดจะมีเรื่อง

ในขณะที่เรื่องของเจ้านายกำลังคุกรุ่นด้วยอารมณ์ พรายนุ่นที่แฝงกายอยู่ในเงามืดนอกบ้านกลับแสยะยิ้ม ดวงตาสีเลือดของเธอจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความสะใจ เธอขยับกายเลือนรางออกมาอยู่บริเวณหน้าบ้าน ทันใดนั้นร่างของชายชรานุ่งโจงกระเบนสีขาวสะอาดส่องประกายเรืองรอง...ก็ปรากฏกายขึ้น เพื่อปกป้องคุ้มครองบ้านหลังนี้อีกครั้ง

“หึๆ... ไม่เห็นท่านจักช่วยคนของท่านได้เลย” พรายนุ่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางกรีดกรายนิ้วซีดขาวไปตามอากาศ

“ข้าทำหน้าที่แค่ปกป้องบ้านหลังนี้เท่านั้น... ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรนอกเหนือจากวิถีกรรมของมนุษย์” ท่านเจ้าที่ตอบด้วยเสียงกังวานทว่าเปี่ยมด้วยความเมตตา ดวงตาท่านหม่นลงเมื่อมองไปยังความหายนะที่เกิดขึ้นภายในบ้าน

“ใครทำกรรมใดไว้ ย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้น”

“ก็ดี... อย่าให้ข้าเห็นคนของท่านอยู่ข้างนอกเขตธรณีประตูก็แล้วกัน ข้าจักเด็ดหัวมันทิ้งแน่!” นุ่นประกาศกร้าว

“เจ้าเองก็อย่าก่อกรรมทำชั่วเพิ่มอีกเลย...” ท่านเจ้าที่ถอนหายใจยาว

“วิญญาณของเจ้าถูกจองจำมาเป็นร้อยปี ยังไม่สำนึกอีกหรือว่าความยึดติดและราคะมันเผาไหม้จิตใจเจ้าเพียงใด”

“นั่นมันเรื่องของข้า!” นุ่นตวาดกลับ ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยแรงโทสะ

“แต่ตอนนี้ข้าได้รับการปลดปล่อยแล้ว... และใครที่คิดร้ายต่อนายข้า ข้าจักไม่ไว้หน้ามันผู้นั้นเด็ดขาด!”

คีรินทร์ที่กำลังประคองวริศราลุกขึ้นต้องชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อได้กลิ่นลีลาวดีที่ฉุนกึก เขารู้ทันทีว่านุ่นกำลังสำแดงฤทธิ์อยู่ด้านนอก จึงรีบบอกแฟนสาวให้รีบออกไป

“มายด์!!! คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

วริศราที่ยืนตัวสั่นเทา พลางรวบสาบเสื้อที่คีรินทร์คลุมให้เข้าหากัน น้ำตาแห่งความเสียขวัญไหลอาบแก้ม คีรินทร์พลางดึงเธอเข้ามากอด วริศราซุกหน้าลงกับแผงอกกว้างด้วยความรู้สึกปลอดภัย

“ไม่ค่ะ...มายด์ไม่ได้เป็นอะไร” เธอบอกด้วยความปลาบปลื้มใจ

“แล้วคีรินทร์มาที่นี่ได้ยังไงคะ” ชายหนุ่มลูบผมเธอเบาๆ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงใจที่เต้นแรงของเธอ เขาอึกอักเล็กน้อยก่อนจะปั้นเรื่องโกหกคำโต

“เอ่อ... ผม... ผมแอบขับรถตามคุณมาน่ะ ตอนคุยโทรศัพท์น้ำเสียงคุณแปลก ๆ ผมก็เลยเป็นห่วง ” คำโกหกนั้นดูไม่แนบเนียนเอาเสียเลย แต่ในวินาทีที่หัวใจต้องการที่พึ่งพิง วริศราจึงไม่ได้ใส่ใจจะหาพิรุธในคำตอบของเขา

“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่ตามมาช่วยมายด์” เธอกระชับกอดเขาแน่นขึ้น ดวงตาของคีรินทร์วาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ ขณะมองร่างของภาคินที่กำลังนอนครางโอดโอย

“ว้าย!!!!... ตายแล้ว เกิดอะไรขึ้น!... ภาคินลูก หนูเป็นอะไรเนี่ย!!! ใครทำลูกแม่อย่างนี้ หื้อ!!!...” เสียงหวีดร้องแหลมสูงของคุณอรุณรัศมีดังสะท้อนไปทั่วห้อง เธอถลาเข้าประคองร่างของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น ใบหน้าของภาคินบวมปูดจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ คุณหญิงรีบหันขวับกลับมามองชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟ

“คุณหญิง!!!... วันหลังหัดสั่งสอนลูกชายของคุณบ้างนะ” คีรินทร์เอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องรอให้ถาม น้ำเสียงของเขาราบเรียบทว่าแฝงด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังหวาดหวั่น

“นี่คุณกล้าดียังไงมาบุกรุกบ้านฉัน... ห๊า!! ฉันจะโทรแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุกและทำร้ายร่างกาย ฉันจะเอาเรื่องคุณให้ถึงที่สุด!” เธอตะโกนใส่หน้าคีรินทร์ด้วยความแค้นใจ

คีรินทร์ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย ก่อนจะหันไปทางวริศราที่ยังคงสั่นเทาอยู่ภายใต้เสื้อสูทของเขา แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับคุณอรุณรัศมีด้วยแววตาที่เหยียดหยาม

“เชิญเลยครับ... ผมก็จะแจ้งตำรวจเหมือนกันว่า ลูกชายของคุณพยายามที่จะข่มขืนกระทำชำเราแฟนของผม!”

เมื่อคำว่าแฟนหลุดออกมาจากปากคีรินทร์อย่างหนักแน่น คุณหญิงผู้สูงส่งก็รีบแสยะยิ้มทันที เธอกวาดสายตามองร่างของวริศราด้วยความรังเกียจราวกับมองเศษขยะ

“หึ!!..นังผู้หญิงคนนี้น่ะเหรอ? คุณได้นอนกับมันแค่คืนเดียวก็ติดใจจนหน้ามืดตามัวล่ะสิ! คุณคงไม่รู้สิว่ามันแอบมาเสนอขายตัวให้ลูกชายฉันถึงที่นี่... ฉันจะบอกอะไรให้นะว่านังเนี่ยมันให้ท่าลูกชายฉันตั้งแต่วันงานประมูลนั่นแล้ว”

“คุณหญิง!!!” คีรินทร์คำรามลั่น ก้าวประชิดตัวคุณอรุณรัศมีจนเธอต้องผงะถอย

“ถ้าคุณหญิงจะกล่าวหากันลอย ๆ แบบนี้ ผมว่าเราเปิดกล้องวงจรปิดในบ้านดูกันดีกว่ามั้ยครับ จะได้รู้ว่าใครผิดใครถูก!” เขาจ้องมองหญิงสูงวัยในระยะประชิด แววตาคมกริบนั้นฉายชัดถึงความอำมหิตที่พร้อมจะบดขยี้

“ถ้าคุณหญิงยืนยันที่จะเอาเรื่องผม... ผมก็จะเอาเรื่องลูกชายคุณให้ถึงที่สุดเหมือนกัน และผมรับรองว่าประวัติของลูกชายคุณจะไม่ได้จบแค่ในห้องขัง แต่มันจะจบสิ้นอนาคตในสังคมจอมปลอมของพวกคุณแน่ ๆ!”

น้ำเสียงที่เอ่ยปากข่มขู่ทำให้คุณอรุณรัศมีลมหายใจสะดุด ความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลังเมื่อเห็นความจริงจังในดวงตาของคีรินทร์ เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้เอาจริง เพราะรู้เกียรติศัพท์การทวงหนี้โหด ๆ ของเขามาแล้ว และที่สำคัญ... เธอก็พอจะรู้กำพืดของลูกชายตัวเองดีว่าสันดานเป็นอย่างไร

“แม่!!.. พอเถอะ ปล่อยพวกเค้าไป” ภาคินที่นอนเจ็บอยู่เอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว เขาหลบสายตาคีรินทร์ด้วยความขลาดเขลา เพราะรู้ดีว่าหากมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดขึ้นมาจริงๆ เขาเองนั่นแหละที่จะไม่มีที่ยืนในสังคม

คีรินทร์แค่นยิ้มด้วยความสะใจ ก่อนจะเอ่ยทิ้งท้าย

“ถ้ามีคราวหน้าอีก... ผมจะไม่ทำแค่สั่งสอน แต่ผมจะทำให้ลูกชายของคุณไม่มีโอกาสได้สืบพันธุ์อีกเลย...คุณหญิง!” คำประกาศกร้าวนั้นทำให้ภาคินถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความกลัว

“เดี๋ยวก่อน!!!...แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่... ถ้าไม่ได้มาขายตัวให้ลูกชายฉัน” คุณอรุณรัศมีเค้นถาม ก่อนจะใส่อารมณ์กับหญิงสาวที่เป็นต้นเหตุให้ลูกชายของเธอบาดเจ็บ

“หนูตั้งใจมาทวงเงินค่ะ... เงินค่าตัวของหนูที่คุณหญิงค้างไว้ ปกติจะต้องได้ตั้งแต่จบงาน แต่นี้เย็นแล้วคุณหญิงก็ไม่ยอมโอน แถมยังติดต่อไม่ได้อีก” วริศราตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น คีรินทร์ขมวดคิ้วมุ่นทันที สายตาคมตวัดไปที่หญิงสูงวัยคนดังกล่าว

“นี่คุณยังไม่ได้ให้ค่าตัว... มายด์อีกเหรอ?” คีรินทร์ถามเสียงเข้ม

“เดี๋ยวฉันเขียนเช็คให้! ใจร้อนจริงนะ... แม่คุณ” คุณอรุณรัศมีสะบัดเสียงอย่างขัดใจ เธอเดินไปที่โต๊ะทำงานก่อนจะตวัดปากกาเขียนเช็คด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดแล้วยื่นส่งให้วริศรา หญิงสาวรับมาดูครู่หนึ่งก่อนจะตรวจสอบตัวเลข

“ห้าล้าน... ไหนบอกว่าได้ครึ่งๆ ยังไงคะ? ค่าตัวหนูที่ประมูลได้คือสามสิบล้าน ครึ่งหนึ่งมันต้องสิบห้าล้านไม่ใช่เหรอคะ!”

“ฉันให้แค่นี้แหละ มีอะไรมั้ย!” คุณอรุณรัศมีเชิดหน้าตอบอย่างไม่ละอาย

“ค่าดำเนินการ ค่าเสียเวลาของฉันล่ะ เธอไม่คิดจะจ่ายบ้างหรือไง”

“คุณหญิง... จะโกงเธอทำไม” เสียงของคีรินทร์ดังแทรกขึ้นมา ราวกับเสียงมัจจุราชที่คอยจ้องจับผิด

“คุณหญิงควรจะพูดคำไหนคำนั้นนะ”

“ก็... ก็เงินที่เหลือฉันกะว่าจะเอาไว้เป็นค่ารักษาแม่ของเธอไงมายด์ ฉันหวังดีนะ!” หญิงสูงวัยจอมเจ้าเล่ห์พยายามแถข้างๆ คูๆ

“ไม่ต้องหรอกครับคุณหญิง... ผมจ่ายค่ารักษาให้แม่ของมายด์เค้าหมดแล้ว” คีรินทร์ก้าวเข้าไปใกล้คุณหญิงจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูด

“ผมว่าคุณหญิงจ่ายส่วนที่เหลือให้มายด์จะดีกว่า อย่าให้ผมต้องมีปัญหากับคุณเรื่องเงินๆ ทองๆ เลย”

คุณอรุณรัศมีเห็นว่าคีรินทร์ถือไพ่เหนือกว่า แถมลูกชายก็ยังต้องรีบรักษา สุดท้ายเธอก็ต้องยอมจำนนด้วยความแค้นใจ

“ก็ได้ๆ!” เธอคว้าเช็คกลับมาฉีกทิ้งแล้วเขียนใหม่ด้วยมือที่สั่นเทา

“สิบห้าล้านนะ...คุณหญิง” คีรินทร์ย้ำเสียงหนัก วริศรารับเช็คใบใหม่มา มือที่สั่นเทานั้นกำกระดาษที่มีมูลค่าเท่ากับศักดิ์ศรีของเธอไว้แน่น

“ขอบคุณค่ะ...”

“ไปเถอะมายด์... คุณเดินไหวมั้ย” คีรินทร์เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อหันมาถามคนข้างกาย เขากระชับอ้อมแขนที่โอบไหล่เธอไว้แน่นขึ้นเพื่อเป็นหลักยึด

“ไหวค่ะ” เธอพยักหน้าเบาๆ

คีรินทร์พาวริศราเดินออกจากคฤหาสน์หลังนั้นไปโดยไม่หันกลับไปมองความพินาศเบื้องหลัง ทิ้งให้คุณอรุณรัศมีรีบเข้าไปดูอาการภาคินที่เริ่มร้องโวยวายด้วยความเจ็บปวด
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel