บท
ตั้งค่า

13 อย่ายุ่งกับผู้หญิงของฉัน

ในวินาทีที่ภาคินกำลังจะได้ครอบครองวริศรา ไอเย็นจัดจากมุมห้องกลับแผ่ซ่านออกมาอย่างประหลาดจนน้ำค้างแข็งเกาะตามขอบกระจก นางพรายนุ่น ปรากฏกายเลือนราง ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยโทสะ เธอเงื้อมือซีดขาวหมายจะปลิดชีพชายชั่วที่บังอาจแตะต้องของรักของเจ้านายเธอ

ทว่า... ก่อนที่มือนั้นจะถึงตัวภาคิน แสงสีทองเจิดจ้าจากศาลพระภูมิหน้าบ้านก็สาดส่องเข้ามาบดบังร่างของเธอไว้ ท่านเจ้าที่ ในร่างชายชราผู้น่าเกรงขามปรากฏขึ้นขวางหน้า แววตาดุดันเตือนสติ

“ออกไปเสีย นางพราย! ที่นี่คือเขตฐานที่ข้าปกป้อง เจ้าไม่มีสิทธิ์มาก่อกรรมในที่แห่งนี้”

“ท่านก็เห็น ว่าคนของท่านมันชั่วแค่ไหน ทำไมท่านถึงปล่อย”

“กรรมใคร ก็กรรมมัน ข้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินหรือชี้ชะตากรรมของใคร เจ้าก็เช่นกัน”

พรายนุ่นกรีดร้องด้วยความอัดอั้น ดวงตาสีเลือดวาวโรจน์ด้วยความแค้น เธอพยายามจะขัดขืนแต่พลังของเจ้าที่บ้านหลังนี้กล้าแข็งเกินกว่าที่ผีพรายอย่างเธอจะต้านทานได้ ความเจ็บปวดทำให้วิญญาณของเธอสั่นสะท้าน เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องล่าถอยเพื่อไปบอกข่าวร้ายนี้แก่คีรินทร์

ขณะเดียวกัน บนถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่คอนโดหรู คีรินทร์กำลังนั่งกุมพวงมาลัยรถสปอร์ตคันงามด้วยอารมณ์ที่ยังขุ่นมัวหลังจากที่คืนนี้วริศราปฏิเสธให้เขาไปอยู่ที่โรงพยาบาลกับเธอ

ทันใดนั้น... ชายหนุ่มก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น เมื่ออุณหภูมิภายในรถลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนผิวหนังลุกเกรียว ควันสีขาวขุ่นพุ่งออกมาจากช่องแอร์ราวกับระบบทำความเย็นขัดข้อง พร้อมๆ กับที่กลิ่นดอกลีลาวดีที่ฉุนกึกโชยมาปะทะจมูก อันเป็นสัญญาณการปรากฏตัวของพรายนุ่น แต่ชำเลืองมองไปรอบ ๆ ห้องโดยสารก็ไม่เห็นแม่แต่เงาของเธอ

“มาไม่ให้สุ่มให้เสียง เกิดอะไรขึ้น!” คีรินทร์ตวาดถามเสียงเข้ม เขารู้ดีว่าหากไม่เกิดเรื่องร้ายกับเธอ นุ่นจะไม่มีวันปรากฏตัวในสภาพที่พร่าเลือนเช่นนี้ แต่นี่เขาแทบจะไม่เห็นเธอเป็นรูปเป็นร่างเอาซะเลย!

“นายท่าน!!... แย่แล้วเจ้าค่ะ ผู้หญิงของนายท่านกำลังจะถูกชำเรา” น้ำเสียงเยือกเย็นของพรายนุ่นดังขึ้นจากเบาะข้างๆ แม้จะไม่เห็นตัวชัดเจนแต่เขาสัมผัสได้ว่าเธอกำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา

“ลูกชายของคุณหญิง มันกำลังจะชำเรานาง ข้าจะเข้าไปช่วยแต่มันมีเจ้าที่คุ้มครอง ข้าสู้พลังมันไม่ได้ จนตอนนี้พลังของข้าหมดแล้ว!” เสียงของพรายนุ่น กระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงเยือกเย็น

“มายด์!!!” คีรินทร์อุทานลั่น เท้าแกร่งเหยียบเบรกจนมิด ล้อรถบดขยี้กับพื้นถนนลากเสียงดังสนั่นหวั่นไหวก่อนจะนิ่งสนิท

“นุ่น! เธอรีบไปช่วยมายด์ด่วนเลย!” เขาตะโกนสั่งด้วยความร้อนรน ใจนึกไปถึงใบหน้าหวานของวริศราที่กำลังเผชิญอันตราย

“ข้าเข้าบ้านหลังนั้นไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ เจ้าที่แรงมาก... ตอนนี้เธออยู่ที่บ้านคุณอรุณรัศมี ลูกชายของนางกำลังจะชำเราเธอ ข้าจะช่วยให้นายท่านไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด”

“งั้นก็รีบเลย นุ่น!” สิ้นคำอนุญาต บรรยากาศรอบรถก็พลันบิดเบี้ยว แสงไฟข้างทางลากยาวเป็นเส้นสีขาวขุ่น คีรินทร์รู้สึกเหมือนรถทั้งคันถูกยกขึ้นเหนือมิติกาลเวลา เพียงชั่วอึดใจเดียว แสงสว่างจ้าก็วาบขึ้น พร้อมกับเสียงล้อรถบดลงบนถนนคอนกรีตหน้าบ้านหลังใหญ่ทรงยุโรปของคุณหญิงอรุณรัศมีอย่างอัศจรรย์!

ประตูรั้วเล็ก ๆ ถูกเปิดทิ้งเอาไว้ คีรินทร์ไม่รอช้ารีบเข้าไปทันที ภายในบ้าน... ภาคินกำลังย่ามใจ เขาลวนลามวริศราอยู่บนโซฟาอย่างใจเย็น และพยายามซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ขณะที่มืออีกข้างก็ล้วงเข้าไปใต้กระโปรงอย่างจงใจเพื่อสัมผัสของสงวน วริศรากรีดร้องและพยายามผลักไสแผงอกหนา ทว่าแรงผู้หญิงหรือจะสู้แรงผู้ชายที่เต็มไปด้วยความต้องการ

“เฮ่ย!!.. หยุดนะ”

คีรินทร์ปรากฏกายขึ้นด้วยดวงตาแดงก่ำราวกับมีไฟนรกแผดเผาอยู่ เขาพุ่งตรงเข้าไปหาภาคินด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้า มือหนาปานคีมเหล็กกระชากร่างของภาคินจากทางด้านหลังแล้วออกแรงเหวี่ยงร่างของชายเสเพลลงไปกองกับพื้นบ้านอย่างไม่ปราณี

วริศรารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น เธอสะอึกสะอื้นพลางรวบชุดเดรสที่หลุดลุ่ยขึ้นปกปิดร่างกายด้วยความตระหนก ภาคินที่กำลังมึนงงและอารมณ์ค้างรีบยันกายลุกขึ้นสู้ด้วยความโมโห เขามองเห็นคีรินทร์เป็นเพียงก้างขวางคอจึงพุ่งเข้าใส่หมายจะจัดการแขกไม่ได้รับเชิญ

ทว่า... ชั้นเชิงมวยกลับเป็นตัวตัดสิน คีรินทร์ที่ผ่านความลำบากและฝึกฝนร่างกายจนกำยำแข็งแกร่งกว่ามาก เขาเบี่ยงตัวหลบหมัดสะเปะสะปะของภาคินได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะประเคนหมัดหนักๆ เข้าที่โหนกแก้มของภาคินอย่างเต็มแรงไปหลายที จนภาคินเริ่มเมาหมัด!

ผัวะ!...ผัวะ!...ผัวะ!...

เสียงหมัดเข้าปะทะใบหน้าบอบบางดังสนั่นหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง ภาคินหน้าหงายไปตามแรงกระแทก เลือดกบปากกระเซ็นลงบนพื้น แต่คีรินทร์ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้นมาแล้วรัวหมัดเข้าใส่ไม่ยั้ง จนภาคินที่เคยโอ้อวดเก่งกลับกลายเป็นเพียงกระสอบทรายที่ไร้ทางสู้ ไม่นานภาคินก็อยู่ในสภาพสะบักสะบอม ใบหน้าบวมปูดและเขียวช้ำจนดูไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องลงไปนอนครวญครางอย่างหมดสภาพที่พื้นห้อง

“มึงกล้าดียังไงมาแตะต้องผู้หญิงของกู!” เสียงคำรามของคีรินทร์ดังก้องไปทั่วห้องรับแขก มันไม่ใช่แค่คำประกาศกร้าว แต่มันคือคำสั่งตายที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก คีรินทร์จ้องมองคนที่หมอบอยู่แทบเท้าด้วยสายตาที่พร้อมจะปลิดชีวิตได้ทุกเมื่อ

ภาคินที่หายใจหอบถี่ ความอวดดีเมื่อสักครู่หายวับไปกับตาเมื่อเผชิญกับความโหดเหี้ยมที่แท้จริงของคีรินทร์ เขารู้สึกถึงรังสีและอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวคีรินทร์จนสติที่เหลืออยู่บอกให้เขายอมแพ้ คีรินทร์กำลังจะยกเท้ากระทืบร่างภาคินอีกครั้ง แต่เขาก็ยั้งเอาไว้เมื่อได้ยินเสียงขอร้องอ้อนวอน

“อย่า ๆ ... พอแล้ว อย่าทำผมเลย ผมขอโทษ” เสียงของภาคินที่ร้องขอชีวิตดังขึ้น เขายกมือไหว้ด้วยความเกรงกลัว

คีรินทร์ยืนหอบหายใจน้อยๆ ดวงตาคมกริบที่แฝงไปด้วยร่องรอยของความอาฆาต ก่อนจะค่อยๆ ลดระดับความดุดันลงเมื่อหันมามองร่างบอบบางของแฟนสาวที่ยังคงสั่นเทาอยู่บนโซฟา

เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกออกมา ก่อนจะคลุมลงบนไหล่บอบบางของวริศราอย่างเบามือ หญิงสาวเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาและความรู้สึกผิด

“คุณมาทำอะไรที่นี่...มายด์ ไหนบอกจะไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลไง” เขาเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบแต่หนักแน่น ราวกับจะกดข่มอารมณ์พลุ่งพล่านที่ยังหลงเหลืออยู่

“มายด์แค่... มายด์แค่จะมาทวงเงินส่วนแบ่งกับคุณหญิงค่ะ มายด์จำเป็นต้องใช้เงิน... แต่ไม่คิดว่าจะถูกลูกชายของเธอ...” วริศราตอบเสียงสั่นเครือ คำพูดขาดหายไปในลำคอเมื่อนึกถึงสัมผัสจาบจ้วงของภาคินที่เกือบจะทำลายชีวิตเธอเมื่อสักครู่นี้

คีรินทร์กัดกรามแน่น เขาไม่ได้ดุดันใส่เธอ แต่สายตากลับตวัดไปมองภาคินที่กำลังจะคลานหนีเข้าไปด้วยความชิงชัง
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel