บท
ตั้งค่า

12 บ่วงสวาท

แม้ใจจะพะวงถึงอาการของมารดาที่อยู่ห้องไอซียู แต่เมื่อนึกถึงเงินส่วนแบ่งที่จะได้จากการประมูลพรหมจรรย์ของเธอ ก็ทำให้วริศราตัดสินใจเดินทางไปหาคุณอรุณรัศมีนายหน้าผู้จัดงานประมูล เพื่อทวงถามถึงเงินส่วนแบ่งที่เธอควรจะได้รับจากการขายศักดิ์ศรีของตัวเอง ก่อนเดินทางไปเฝ้ามารดาที่โรงพยาบาล

เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรง วริศราก้าวลงจากรถคู่ใจด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง แสงไฟสลัวในยามเย็นจากรั้วบ้านหรูทรงยุโรปหลังงามสะท้อนให้เห็นใบหน้าสวยหวานที่บัดนี้ดูเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว ร่างระหงเดินตรงไปยังหน้าประตูรั้วอัลลอยก่อนจะเอื้อมมือไปกดออดเรียกผู้ที่อยู่ภายในบ้าน

กริ๊ง...

เสียงสัญญาณดังก้องเข้าไปในบริเวณบ้านที่เงียบสงัด ไม่นานนักประตูรั้วเล็กซ้ายมือก็ถูกเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้

ภาคิน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณหญิงอรุณรัศมี ยืนพิงกรอบประตูรั้วในสภาพที่ชวนให้ลมหายใจของเธอติดขัด ร่างสูงยืนอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่ผูกสายรัดเอาไว้อย่างหลวมๆ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่มีหยดน้ำเกาะพราว แววตาที่จ้องมองวริศรานั้นไม่ได้ปิดบังความกระหายหื่นเลยแม้แต่น้อย มันเป็นสายตาเดียวกับที่เขาใช้โลมเลียเรือนร่างของเธอในคืนวันประมูลพรหมจรรย์

“คุณแม่คุณอยู่มั้ยคะ” วริศราถามเสียงเรียบ พยายามไม่วางสายตาลงบนร่องอกที่เปิดกว้างของเขา

“น่าจะอยู่ข้างในครับ พอดีผมกำลังจะอาบน้ำอยู่ก็เลยไม่เห็นท่าน เชิญคุณเข้ามารอด้านในก่อนสิครับ เดี๋ยวผมจะไปตามท่านให้” ภาคินแค่นยิ้ม มุมปากหยักลึกดูเจ้าเล่ห์ เขาเบี่ยงตัวหลบทางให้เธอเดินเข้าสู่ด้านในรั้วบ้าน

วริศราก้าวผ่านร่างสูงใหญ่ไป กลิ่นกายชายที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ รินรดผ่านจมูก เธอมัวแต่พะวงถึงเรื่องเงินจนไม่ได้สังเกตเห็นประกายในดวงตาของภาคินที่เดินไล่หลังเธอมา

“เชิญนั่งรอตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวแม่ผมคงจะกลับมา” ภาคินเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมผายมือให้เธอเข้าไปนั่งรอในห้องรับแขก วริศราหยุดกึกกับคำบอกเล่าที่ไม่ตรงกันในทีแรก แล้วหันกลับมามองชายหนุ่มที่บัดนี้ขยับเข้ามาใกล้จนเธอต้องเงยหน้าขึ้นสบตา

“สรุปแล้วคุณหญิงไม่อยู่เหรอคะ”

“ครับ ท่านไม่อยู่ รบกวนคุณรอในห้องนี้ก่อน อีกไม่นานท่านก็กลับแล้ว” ภาคินบอกอย่างไม่สะทกสะท้าน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างอวบอิ่มของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างจาบจ้วง โดยเฉพาะบริเวณเนินอกอวบอิ่มที่เขาแทบไม่อาจละสายตาเลยก็ว่าได้

“งั้นฉันมาใหม่ดีกว่า” วริศราทำท่าจะหันหลังกลับและเดินออกประตูไป

“อีกแค่แป๊บเดียวเอง คุณจะรีบไปไหนหื้มมม!!” เขาก้าวเข้ามาขวางเธอทันที ก่อนจะบีบคั้นจนวริศราต้องถอยร่นไปใกล้กับโซฟา เธอไม่ยอมแม้แต่จะนั่งลงด้วยซ้ำ

“คุณจะทำอะไร...” เธอเค้นเสียงถาม แม้ใจจะสั่นด้วยความกลัว แต่ความจนตรอกกลับทำให้เธอจ้องหน้าเขาอย่างไม่ลดละ

“คุณมีธุระอะไรกับแม่ผมไม่ทราบ” เขาถามเธอใบหน้าห่างกันเพียงแค่คืบ

“ฉันมาทวงเงินค่ะ ถ้าแม่คุณไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันมาวันหลังก็ได้” เธอพยายามตอบด้วยน้ำเสียงปกติที่สุดแม้ในใจจะหวาดหวั่นก็ตาม

“คุณไม่ต้องห่วงเรื่องเงินหรอก แม่ผมมีเงินมาให้คุณแน่ ๆ ” เขาจงใจไล้ปลายนิ้วไปตามแนวสันกรามของเธอ แววตาหิวกระหายกวาดมองไปทั่วร่างบางที่สวมชุดเดรสเข้ารูป วริศราทำใจดีสู้เสือ และไม่ห้ามการกระทำของเขา เพราะกำลังคิดหาวิธีออกไปจากที่นี่

“คืนนั้น....ผมเห็นไอ้หมอนั่นประมูลคุณไปในราคาที่สูงลิบ... ผมล่ะอิจฉามันจริงๆ ที่ได้เชยชมคุณเป็นคนแรก”

“อย่ามานอกเรื่อง! ถ้าแม่คุณไม่อยู่ก็กรุณาหลีกทางให้ฉันกลับด้วยค่ะ” เธอบอกอย่างสุภาพและพยายามไม่ให้เสียงสั่น

“ผมยินดีจ่ายเงินให้คุณหนึ่งล้านบาท” เขายื่นข้อเสนอแกมบังคับโดยไม่ให้เธอได้มีทางเลือกเลยแม้แต่น้อย ภาคินโน้มตัวลงไปใกล้เธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนียนจนเธอขนลุกซู่ ก่อนจะกระซิบความต้องการด้วยเสียงแหบพร่า

“แต่คุณต้องอยู่กับผมคืนนี้”

“ไม่ค่ะ...ฉันไม่ได้มาขายตัว” มือหนาเริ่มซุกซน ก่อนจะเลื่อนลงมาบีบเค้นที่ต้นแขนเรียวอย่างจงใจ วริศราสะท้อนใจกับคำว่าศักดิ์ศรีที่เธอเพิ่งขายไป แต่บางอย่างในกายกลับลุกโชนขึ้นมาตอบรับการคุกคามนั้นอย่างประหลาด มันคือความขมขื่นที่ผสมรวมกับแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรง

“คุณรู้มั้ยว่าคืนนั้น ผมก็ยื่นประมูลคุณเหมือนกัน”

“มันจบไปแล้วค่ะ กรุณาหลีกทางด้วย...ฉันจะกลับ” เธอบอกด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว เธอไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือ และพร้อมจะต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีที่เหลือเพียงน้อยนิดนี้เอาไว้

“คนอย่างผม... ถ้าถูกใจอะไรแล้ว ไม่มีคำว่าถอย”

ภาคินหัวเราะในลำคอด้วยความพึงใจ มือหนาโอบรัดเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บดเบียดหน้าอกนุ่มหยุ่นของเธอให้แนบชิดไปกับอกกว้างของเขาจนแทบไม่มีอากาศคั่นกลาง วริศราพยายามเบือนหน้าหนี กลิ่นเหล้าฉุนกึกผสมกับกลิ่นบุหรี่ที่โชยออกมาจากลมหายใจของเขาทำให้เธอรู้สึกอยากจะอาเจียน

“ปล่อยนะ! คุณภาคิน ปล่อยฉัน!”

เธอพยายามดิ้นรนสะบัดตัวออก แต่ภาคินกลับยิ่งย่ามใจ เขาใช้พละกำลังที่เหนือกว่ารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะออกแรงยกร่างอวบอิ่มขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้น ภาคินฝังใบหน้าลงกับซอกคอขาวระหง และสูดดมความหอมกรุ่นจากผิวกายสาวอย่างหิวกระหาย เขาเลื่อนใบหน้าต่ำลงมา ลากไล้ปลายจมูกไปตามไหล่เนียนและซอกรักแร้ที่ขาวผ่องไร้ที่ติ สัมผัสจาบจ้วงนั้นทำให้วริศราขนลุกซู่ด้วยความรังเกียจ

“คุณภาคิน หยุดเถอะ... ฉันขอร้องล่ะ อย่าทำแบบนี้เลย...” เสียงของเธอสั่นเครือ หยาดน้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้า

“ขอผมเถอะ... แล้วผมจะจ่ายเงินค่าตัวให้คุณอย่างงามเลย สักสองล้านเป็นไง? คุณต้องการเงินรักษาแม่ไม่ใช่เหรอ!” เขาเสนอเพิ่มเงินจำนวนให้เธอหวังจะใช้ความจนแต้มของหญิงสาวเป็นเครื่องมือต่อรอง ก่อนจะสลัดคราบสุภาพบุรุษจอมปลอมทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

ภาคินประคองร่างที่สั่นเทาของวริศรามาทิ้งลงบนโซฟาหนังตัวยาวอย่างแรง ก่อนจะรีบตามขึ้นไปคร่อมทับร่างบางไว้เพื่อไม่ให้เธอหนีไปไหนได้ หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดกลัว มือเรียวเล็กพยายามปัดป้องมือหนาที่เริ่มซุกซนล่วงเกินเข้าไปภายใต้ชายกระโปรงชุดเดรสของเธออย่างจาบจ้วง

ความรุ่มร้อนจากฝ่ามือของเขาที่สัมผัสจุดอ่อนไหวทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว ภาคินจ้องมองใบหน้าสวยที่นองไปด้วยน้ำตาด้วยความกระหายหื่นสายตาของเขาพร่าเลือนไปด้วยกามราคะ ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าอย่างคนควบคุมอารมณ์ไม่ได้

“ยอมเถอะ คุณหนีผมไม่รอดหรอก...ดูสิน้ำเต็มมือผมเลย ผมรู้คุณก็ต้องการมัน อย่าฝืนใจเลยนะ” เขาโชว์บางอย่างให้เธอดูบนปลายนิ้วนั้นทำให้วริศราแทบใจสลาย เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักอกเขาออก แต่กลับดูเหมือนการเติมเชื้อไฟให้กับซาตานในร่างมนุษย์ ภาคินเริ่มซุกไซ้และบดจูบลงไปบนเนินอกของเธออย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้ที่ดูเหมือนจะไม่มีใครได้ยิน...
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel