บท
ตั้งค่า

11 ลูกหนี้ที่รัก

ตึก K.R. Global Asset หลังภารกิจปรนเปรอความรักให้พรายนุ่นจนเธอเสร็จสมอารมณ์หมาย คีรินทร์สลัดคราบชายหนุ่มผู้ลุ่มหลงในกามราคะทิ้งไป เขาหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ กลับคืนสู่โลกความเป็นจริง โลกที่เต็มไปด้วยตัวเลขและเงินตรา

เบื้องหน้าคือบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนที่น่าเชื่อถือ ภายในห้องทำงานส่วนตัวของคีรินทร์มีจอคอมพิวเตอร์นับสิบจอแสดงกราฟดัชนีตลาดหุ้นที่วิ่งขึ้นลงเป็นสีเขียวและแดงราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจทุนนิยม เขาใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะตามจังหวะการทำกำไรจากการShortหุ้น ในจังหวะที่บริษัทคู่แข่งกำลังดิ่งเหว

เสียงเคาะประตูขัดจังหวะการเพ่งมองหน้าจอเทรดหุ้น ชัย และ ก้อง ลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“นายครับ... คุณมลฤดี ลูกหนี้รายใหญ่ที่กู้เงินไปขยายโรงงาน ไม่ยอมจ่ายค่างวดมาสามเดือนแล้วครับ พอคนของเราไปทวง เธอก็บอกว่าเศรษฐกิจแย่ โรงงานขาดทุนยับ เธอขอผ่อนผันไปก่อนครับ” ชัยรายงานพลางยื่นแฟ้มประวัติลูกหนี้ให้ คีรินทร์กวาดสายตามองยอดหนี้รวมดอกเบี้ยที่พุ่งสูงถึงห้าสิบล้านบาท ก่อนจะขมวดคิ้ว

“ขาดทุนงั้นเหรอ? แต่ฉันเห็นในโซเชียลว่าครอบครัวนี้ยังใช้ชีวิตหรูหราอยู่เลย... ไปเตรียมรถ ฉันจะไปดูให้เห็นกับตาว่ามันจนจริงหรือแค่เหนียวหนี้”

รถตู้สีดำฟิล์มมืดสนิทจอดซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านหรูทรงยุโรปหลังงามของคุณมลฤดี คีรินทร์นั่งอยู่ในรถ เฝ้ามองประตูรั้วอัลลอยด์ที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก รถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูราคาหลายสิบล้านจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าบ้าน

ทันใดนั้น เด็กสาวในชุดนักศึกษาก็เดินมาที่รถ เธอสวยโดดเด่น ผิวขาวเนียนละเอียด เส้นผมสีน้ำตาลดัดลอนสลวยรับกับใบหน้ารูปไข่ที่แต่งแต้มเครื่องสำอางแบรนด์เนมอย่างประณีต ชุดนักศึกษาที่เข้ารูปเผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวส่วนเว้าส่วนโค้งที่เริ่มผลิบานเป็นสาวสะพรั่ง ดวงตากลมโตที่ดูใสซื่อทว่าฉายแววของคุณหนูผู้เอาแต่ใจทำให้เธอดูมีเสน่ห์

“นั่นคุณโอปอลครับนาย เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณมลฤดี ขับรถหรูไปเรียนทุกวัน ใช้ชีวิตหรูหรายิ่งกว่าดาราเสียอีก” ก้องรายงานด้วยความยั่วยุหวังจะให้เจ้านายเอาลูกสาวมาขัดดอก

“แม่บอกไม่มีเงินใช้หนี้ แต่ลูกสาวขับรถสปอร์ตไปเรียน...เนี่ยนะ!!” คีรินทร์จ้องมองเด็กสาวคนนั้นผ่านกระจกรถ สายตาเย็นชาเริ่มคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องลงไปทวงถามหนี้สินภายในบ้านของมลฤดี

ชายหนุ่มนั่งรออยู่ในรถตู้วีไอพีตามลำพัง ไม่นานไอเย็น ๆ ก็แผ่ซ่านเข้ามาในรถที่แรงกว่าแอร์คอนดิชั่น กลิ่นดอกลีลาวดีโชยมาปะทะจมูก พร้อมกับเสียงหัวเราะที่เยือกเย็นข้างใบหู

“นายท่าน... อย่าเพิ่งใจร้อนไปเลยเจ้าค่ะ” เสียงกระซิบของพรายนุ่นดังขึ้น ก่อนจะปรากฏกายเลือนรางนั่งอยู่บนเบาะหลังด้านในสุด ใบหน้าสวยหวานของเธอแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“นุ่น!!!... เธอตามมาทำไม” คีรินทร์พึมพำเสียงเบา

“ข้ามาบอกข่าวดี... นายท่านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาส่งคนไปทวงถามหนี้ให้ยุ่งยาก อีกไม่นาน... ความรวยที่สองแม่ลูกแสร้งว่ามันคือของจริงก็จะพังลง เมื่อถึงตอนนั้น นังเด็กที่นายท่านมองว่าสวยนักสวยหนาคนนี้ ก็จะถูกแม่ของนางพาไปขึ้นเวทีประมูลพรหมจรรย์ เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ให้นายท่านอย่างแน่นอน นายท่านจะต้องประมูลนางมาให้ข้า เลือดของนางคือเลือดสาวบริสุทธิ์”

“เธอรู้ได้ยังไง...นุ่น ดูสิแต่งตัวเปรี้ยวซะขนาดนั้นจะมีพรหมจรรย์หลงเหลือได้ยังไง?” คีรินทร์ขมวดคิ้ว

“กลิ่นเลือดสาวบริสุทธิ์ในตัวนางยังไงล่ะ...เจ้าค่ะ นายท่านเชื่อข้าเถิด และแม่ของนางก็ติดหนี้คุณหญิงอรุณรัศมี อีกไม่นานเอเย่นต์คนนั้นจะโทรมาหาแม่ของนางเพื่อเสนอให้เอาเธอขึ้นประมูลพรหมจรรย์มาล้างหนี้”

พรายนุ่นมองตามท้ายรถสปอร์ตของโอปอลที่หายลับไป ความหิวกระหายในราคะของเธอพุ่งสูงขึ้น หลังจากคีรินทร์แจ้งลูกน้องให้รีบกลับมาที่รถ พรายนุ่นก็หัวเราะด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่ร่างของเธอจะค่อย ๆ จางหาย ทิ้งให้คีรินทร์เครียดอยู่กับแผนการของเธอ

เขารู้ดีว่าต้องยอมตอบสนองความสุขให้เธอ มันเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ทำให้เขามีได้อย่างทุกวันนี้

วริศราลืมตาขึ้นมาในความเงียบสงัดภายในห้องนอนหลังจากเสียงโทรศัพท์ของเธอดังรัวนานอย่างต่อเนื่อง เธอรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัว ราวกับเรี่ยวแรงถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น

หลังคุยสายเรียบร้อยหญิงสาวก็รีบสำรวจร่างกายก่อนจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากที่ยังรู้สึกบวมเจ่อพลางทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหัว... มันคือความฝันใช่ไหม? ภาพที่เธอเริงสวาทกับคีรินทร์ในห้องน้ำอย่างเร่าร้อนและรุนแรงจนน่าใจหาย สัมผัสที่เขาบดขยี้ลงมามันช่างดูสมจริงเสียจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย แต่เธอกลับจำได้เพียงรางๆ คล้ายกึ่งหลับกึ่งตื่น

วริศรารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อโทรหาแฟนหนุ่มทันทีด้วยความสับสนที่รบกวนจิตใจ

“คีรินทร์... มายด์ขอโทษนะคะ มายด์ไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหนเลย แล้วคุณกลับไปตอนไหนคะ” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว ทันทีที่ปลายสายรับคำ

“ไม่ต้องขอโทษหรอกมายด์ ผมรู้ว่ามายด์เพลีย” เสียงทุ้มลึกของคีรินทร์ดังกลับมา เขาดูสุขุมและนิ่งเฉยจนเธอเดาอารมณ์ไม่ถูก

“มายด์ก็ไม่รู้ตัวเลย ว่าเผลอหลับไปได้ยังไง ตื่นมา...ก็ไม่เห็นคุณแล้ว มายด์เสียมารยาทมากจริงๆ ต้องขอโทษคุณด้วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอก...มายด์ ผมสิที่ต้องขอโทษคุณ...ที่ทำให้คุณไม่ได้หลับไม่ได้นอนเกือบทั้งคืน” คีรินทร์เว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง มุมปากของเขาที่ปลายสายอาจจะกำลังยกยิ้ม เมื่อนึกถึงกิจกรรมที่เพิ่งผ่านพ้นไปโดยที่เจ้าของร่างไม่รู้ตัว

“ช่วงเย็นผมจะให้รถตู้ไปรับคุณมาที่คอนโดผมนะ เตรียมตัวเอาไว้ด้วย ผมไม่อยากให้คุณอยู่บ้านคนเดียว มันอันตราย” คำสั่งนั้นทำให้วริศราหน้าเสีย เธอเม้มปากแน่นก่อนจะรวบรวมความกล้าบอกความจริงที่เพิ่งได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลเมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้

“เย็นนี้... คงไม่ได้ค่ะคีรินทร์ พยาบาลเพิ่งโทรมาบอกมายด์ว่าแม่อาการทรุดหนักมาก ตอนนี้อาการของแม่ห้าสิบห้าสิบ มายด์อยากไปเฝ้า... เพื่อดูใจท่านเป็นครั้งสุดท้าย” ปลายสายเงียบไปอึดใจ

“ให้ผมไปอยู่กับคุณมั้ย” คีรินทร์ถามสั้นๆ ด้วยความเป็นห่วง

“อย่าเลยค่ะ! คือ... มายด์ไม่สะดวกจริงๆ” เธอรีบแย้งทันควัน ร่างกายสั่นเทาด้วยความกังวล

“ที่ห้องไอซียูเค้าเข้มงวดมากค่ะพยาบาลบอกว่าให้เฝ้าได้แค่คนเดียว และนี่ก็เป็นกรณีพิเศษเท่านั้น”

คีรินทร์ที่นั่งอยู่ในออฟฟิศขยับตัวพิงพนักเก้าอี้หนัง ดวงตาคมกริบจ้องมองไปที่ความว่างเปล่า เขาได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆ ผ่านโทรศัพท์ ความรู้สึกสงสารวาบขึ้นมาในใจอีกครั้ง แต่มันก็ถูกบดบังด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาสัมผัสได้จากรอบกาย... ไอเย็นของพรายนุ่นที่ยังคงวนเวียนอยู่ไม่ห่าง

“งั้นก็ได้ครับ ยังไงคุณก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะมายด์”

“ขอบคุณค่ะคีรินทร์... ขอบคุณจริงๆ ที่ช่วยเหลือมายด์”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel