10 ผีขี้เหงา
คีรินทร์มองริมฝีปากสั่นระริกนั่นแล้วเผลอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิ้ว ความแค้นที่เคยคุกรุ่นถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่ยากจะหยั่งถึง เขาหยิบกระดาษทิชชู่มาซับน้ำตาให้เธออย่างเบามือ ทว่าแววตากลับยังคงเย็นชาดุจน้ำแข็ง
“จำไว้ว่าชีวิตคุณเป็นของผม... ห้ามไปอ้อนวอนขอเงินจากใครอีก นอกจากผมคนเดียว!”
บ้านทรงยุโรปย้อนยุค ที่ดูภูมิฐานตามแบบฉบับตระกูลผู้ดีเก่า ผนังปูนสีครีมถูกฉาบไว้อย่างประณีต แม้จะมีร่องรอยของกาลเวลาบ้างแต่ก็ยังถูกดูแลเป็นอย่างดี
ผนังและขอบประตูถูกประดับด้วยงานปูนปั้นลวดลายเรียบง่ายคงความคลาสสิก แสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟติดผนังทองเหลืองส่องกระทบผนังปูน สร้างเงาวูบไหวที่ดูเหมือนกำลังเต้นระบำไปตามจังหวะการก้าวเดินของหญิงสาว
ท่ามกลางความเย็นของผนังปูนที่โอบล้อม วริศราเดินนำเขาผ่านห้องรับแขกไปตามโถงทางเดิน ในตอนนี้ความเศร้าโศกที่เคยปกคลุมเธออยู่ได้เลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงความปรารถนา
แต่แววตาของเธอที่สะท้อนกับแสงไฟดูช่างดุดันจนน่าใจหาย ราวกับไม่ใช่ตัวตนของเธอ ก่อนที่อำนาจและความมั่นใจในเสน่ห์ของหญิงสาวจะค่อยๆ เปิดเผยออกมาอย่างออดอ้อนและเย้ายวน
บรรยากาศภายในบ้านหลังใหญ่เงียบสงัดและวังเวง วริศราเดินนำคีรินทร์เข้ามาด้านในจนถึงห้องนอนของเธอ ท่าทางของเธอที่เคยสั่นเทาด้วยความโศกเศร้ากลับแปรเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด
“คุณจะนอนพักในห้องของมายด์ก่อนมั้ยคะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ยั่วยวนกว่าปกติ พร้อมกับเดินเข้าใกล้ชายหนุ่มจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันร้อนผ่าว
“ก็ดีเหมือนกัน แต่ผมรู้สึกเหนียวตัว เมื่อเช้า....ผมรีบมาส่งคุณก็เลยไม่มีเวลาอาบน้ำ” คีรินทร์ตอบ พลางคลายปมเนกไทออกอย่างเหนื่อยล้า
“งั้นเดี๋ยวมายด์จะถูหลังให้คุณนะคะ...เสร็จแล้วก็จะนวดให้ด้วย” สิ้นเสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างเอาใจ ฝ่ามือเรียวของเธอก็เริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างอย่างถือวิสาสะ นิ้วมือของเธอซอกซอนเข้าไปใต้สาบเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างชำนาญ คีรินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านเข้าสู่โสตประสาท
“ทำไมคุณรู้ใจผมจัง แถมยังรู้ด้วยว่าผมกำลังเมื่อย” สิ้นเสียงวริศรากลับขยับกายเข้าหาเขาอย่างรุกราน มือไม้ของเธอไม่อยู่นิ่ง มันนวดเฟ้นลงบนบ่าแกร่งและลากไล้ผ่านแผงอกอย่างจงใจยั่วยุ กลิ่นหอมของดอกลีลาวดีโชยมาจากตัวเธอแทนที่กลิ่นน้ำหอมเดิม คีรินทร์ขมวดคิ้วมุ่น เขาสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แฝงอยู่ในสัมผัสอันเร่าร้อนนั้น
เขารวบข้อมือเล็กไว้แน่น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่บัดนี้มีเงาหม่นสีดำพาดผ่าน
“นุ่น!!!.. เธอสิงร่างมายด์ใช่มั้ย!” เขาตวาดเสียงต่ำ ก่อนจะกระชากร่างของวริศราให้กระตุกเบาๆ นางพรายแสยะยิ้มที่ดูสวยงามเมื่อเขารู้ทัน
“นายท่าน!!!... นายท่านใจอ่อนกับผู้หญิงคนนี้...แล้วข้าล่ะ ท่านไม่รักข้าแล้วหรือไง”
“แต่คนนี้ฉันบอกแล้วไง ว่าห้ามยุ่งกับเธอ!!!”
“นายท่าน!!... แต่ถ้าข้าออกไปตอนนี้ ผู้หญิงของนายท่านจะไม่แปลกใจเหรอ... ว่านายท่านพาเธอมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร” นุ่นในร่างวริศรารีบหาข้ออ้างที่จะอยู่ต่อ เธอสัมผัสได้ถึงความปรารถนาของเขาที่มีต่อเรือนร่างตรงหน้า เสียงนั้นดูเยือกเย็นและเปี่ยมไปด้วยราคะอันเร่าร้อน
“เธอเข้าสิงมายด์ตอนไหนเนี่ย... หึ แสบจริงๆ เลย”
คีรินทร์พึมพำ น้ำเสียงไม่ได้มีความโกรธแค้น ทว่ากลับเจือไปด้วยความขัดใจที่ปนเปไปกับแรงอารมณ์ดิบในกายชายที่ถูกปลุกปั่นด้วยลีลาอันเย้ายวนเกินมนุษย์
“ก่อนที่นายท่านจะพานางขับรถเข้ามาในบ้านหลังนี้เจ้าค่ะ...” นุ่นในร่างของวริศราตอบพลางเบียดซบใบหน้าลงกับไหล่กว้าง ลมหายใจที่พ่นรดต้นคอของเขาดูจะร้อนผ่าวผิดกับไอเย็นที่มักจะแผ่ออกมาจากวิญญาณพราย
“แล้วเธอเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้อย่างไร? ที่นี่ไม่มีผีบ้านผีเรือนงั้นรึ” คีรินทร์ถามด้วยความสงสัย
พรายนุ่นหัวเราะร่วนในลำคอ มันไม่ใช่กริยาท่าทางของวริศราเลยแม้แต่น้อย มือเรียวประคองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มให้สบตาที่วาวโรจน์ไปด้วยมนต์เสน่ห์
“นายท่านคงจะคิดไม่ถึงล่ะสิ!!!” เธอกระซิบชิดริมฝีปากเขา ก่อนจะเฉลยเหตุผลที่ทำให้เธอผ่านธรณีประตูมาได้อย่างไร้สิ่งขัดขวาง นางพรายในร่างวริศราลากไล้ปลายนิ้วลงมาที่ยอดอกของคีรินทร์ก่อนจะอธิบายต่อไป
“ข้าบอกกับเจ้าที่ว่า อีกหน่อยนายท่านจะเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่ และข้าคือบริวารของท่าน มีหรือที่เจ้าที่เจ้าทางจะขัดขวางข้าได้”
“หึ... ฉันก็นึกว่าเธอช่างพูดช่างเจรจาเสียอีก”
“แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันจะได้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้...” คีรินทร์ถามด้วยความแปลกใจ
“อีกหน่อยธนาคารจะมายึดบ้านหลังนี้ ท่านคงไม่ปล่อยให้คนรักต้องเสียใจไร้ที่อยู่หรอกกระมัง”
“ที่เธอว่ามาก็ถูก แล้วอีกนานมั้ยกว่าทางธนาคารจะมายึด”
“อีกไม่นานหรอกเจ้าค่ะ” พรายนุ่นตอบ
“นายท่านอยากอาบน้ำมิใช่รึ...ไปเถิดข้าจะถูหลังให้ พรายนุ่นในร่างวริศราพลางเร่าเร้าด้วยแววตาหิวกระหาย เธอโอบรอบคอเขาไว้แน่น และพร้อมจะมอบบทเพลงกามารมณ์ที่รุนแรงและลึกซึ้งผ่านร่างของหญิงคนรัก
“เธอนี่ร่านจริงๆ เลยนะนุ่น” คีรินทร์สบถ ทว่ามือหนากลับเริ่มลูบไล้ไปตามสะโพกมนของวริศราอย่างห้ามใจไม่ได้
“ถึงข้าจะร่าน แต่ข้าก็รักนายท่านคนเดียวนะเจ้าคะ...” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนยั่วยวน
ภายในห้องน้ำที่อบอวลไปด้วยไอน้ำและความชื้น คีรินทร์ยืนอยู่ใต้สายน้ำเย็นฉ่ำทว่าร่างกายกลับร้อนรุ่ม นุ่นในร่างของวริศราปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจนเปลือยเปล่า ผิวพรรณของวริศราที่ผุดผ่องอยู่แล้ว เมื่อถูกวิญญาณนางพรายเข้าสิงสู่ กลับดูเย้ายวนและมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างมหาศาล
นุ่นก้าวเข้าหาชายหนุ่ม มือเรียวที่ชุ่มไปด้วยสบู่ลูบไล้ไปตามมัดกล้ามเนื้อที่ตึงแน่น เธอคุกเข่าลงเบื้องหน้าเขาอย่างภักดี ทว่าแววตากลับหิวกระหาย คีรินทร์คำรามในลำคอเมื่อสัมผัสที่จาบจ้วงนั้นเริ่มรุนแรงขึ้น
เขาฉุดร่างบางให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากลงไปอย่างหนักหน่วง มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่เป็นบทเรียนที่เต็มไปด้วยกามารมณ์ที่เขาส่งต่อให้นางพรายผ่านร่างกายของหญิงสาวที่เขารัก น้ำเย็นจากฝักบัวไม่ช่วยดับไฟรักที่กำลังลุกโชน
สายน้ำจากฝักบัวไหลรินผ่านร่างกายของคนทั้งคู่ ทว่าไม่สามารถดับเพลิงสวาทที่กำลังลุกโชนได้ คีรินทร์ยกเรียวขาสวยขึ้นพาดเอวแกร่ง ก่อนจะนำพาทั้งคู่เข้าสู่บทเพลงกามารมณ์ที่เร่าร้อนเหนือคำบรรยาย นุ่นโอบรัดร่างของเขาไว้แน่น ราวกับจะหลอมรวมวิญญาณของเธอเข้ากับกายของเขาผ่านร่างมนุษย์ที่เธอสิงสู่
เสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงครวญครางดังระงมแข่งกับเสียงน้ำตกกระทบพื้น ท่ามกลางบรรยากาศที่พร่าเลือน คีรินทร์หลงลืมทุกความแค้น ทุกความผิดชอบชั่วดี มีเพียงสัญชาตญาณดิบที่สั่งการให้เขาตักตวงความสุขจากร่างตรงหน้าอย่างไม่รู้จบ
นุ่นส่งเสียงครางแผ่วด้วยความสุขสม ร่างกายของวริศราสั่นสะท้านตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง คีรินทร์ยกเรียวขาสวยขึ้นพาดเอวแกร่ง ก่อนจะสอดประสานร่างกายเข้าหากันอย่างดุดัน นุ่นกอดคอเขาไว้แน่น เล็บยาวจิกลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความรัญจวน
เสียงเนื้อกระทบเนื้อท่ามกลางเสียงน้ำตกสะท้อนก้องในห้องน้ำแคบๆ นุ่นปรนเปรอชายหนุ่มด้วยลีลาที่มนุษย์ทั่วไปไม่อาจทำได้ ความเร่าร้อนที่สั่งสมมานานนับร้อยปีของนางพรายถูกถ่ายทอดออกมาทุกหยาดหยด จนคีรินทร์แทบจะคลั่งตายในอ้อมกอดนั้น
เขาโหมกายเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง ทวงคืนทุกความโหยหา จนสุดท้ายทั้งคู่ก็ทะยานไปสู่จุดสูงสุดของความหฤหรรษ์พร้อมกัน ท่ามกลางหยาดน้ำและลมหายใจที่สอดประสาน